สุขภาพชุมชนอาจเริ่มที่ “ไฟข้างถนน”

140206225605-01-los-angeles-led-horizontal-large-gallery
วิทยาศาสตร์ศึกษาผลกระทบของหลอด LED ที่สว่างจ้าจนอาจสร้างผลเสียต่อสุขภาพคนในชุมชน จากการแนะนำของ สมาคมการแพทย์อเมริกัน (American Medical Association) ทำให้ 25 เมืองในสหรัฐอเมริกา เริ่มเปลี่ยนหลอดไฟที่ให้อุณหภูมิสีลดลง และปล่อย “แสงฟ้า” (Blue light) น้อยลงกว่าหลอดไฟเดิมๆที่ใช้กัน
.
หลอดไฟ LED ที่มีค่าอุณหภูมิสีหรือค่า K (Kelvin) ที่มากกว่า 3,000 มักทำร้ายดวงตาหากจ้องมองตรงๆ และรบกวนการหลับตามธรรมชาติของผู้คน โดยไปกวนวงจรนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) และแสงฟ้ามีอิทธิพลฮอร์โมน “เมลาโทนิน” ที่ควบคุมการหลับ แสงสว่างที่จ้าราวกลางวันแสกๆทำให้ผู้คนไม่ยอมหลับนอน
.
แต่ปัจจุบันไฟตามท้องถนนกลับมีค่าอุณหภูมิสีสูงถึง 5,000 – 6,000 K ซึ่งอยู่ในระดับอันตรายเกินมาตรฐาน

140206230335-03-los-angeles-led-horizontal-large-gallery
หลายเมืองจึงวางแผนเปลี่ยนหลอดไฟส่องสว่างให้เหลือเพียง 2,700 – 4,000 k เพื่อเป็นการพัฒนาสุขภาพชุมชน
.
แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนยังนึกกังวลว่า หากเปลี่ยนหลอดไฟที่มีกำลังต่ำ จะทำให้ประสิทธิภาพในการส่องสว่างพื้นที่อาชญากรรมลดลงหรือเปล่า บางตรอก บางซอยก็ต้องการ “แสง” เป็นพิเศษ
.
หน่วยงานที่รับผิดชอบจึงต้องหาสมดุลระหว่างความปลอดภัยด้านสุขภาพและจากอาชญากรรมในเวลาเดียวกัน อย่างเมืองฟินิกซ์ วางแผนใช้แสงไฟที่ตรวจจับการเคลื่อนไหว สำหรับลานจอดรถที่ต้องการความปลอดภัยสูง
.
น่าสนใจที่โครงการนี้ทำให้ชาวเมืองมาร่วมกันขบคิดว่า ส่วนใดของเมืองที่พวกเขาอาศัย ควร “สลัว” หรือ “สว่าง”

ที่มา – http://edition.cnn.com/…/streetlights-improve-h…/index.html…

No Comments Yet

Comments are closed