ผู้หญิงเรียน ‘เลข’ สู้ผู้ชายไม่ได้มาแต่เด็ก, และทัศนคติของครูอาจเป็นสาเหตุด้วย

brief-study-said-girls-are-not-so-good-at-math
เคยมีงานศึกษาในสหรัฐฯ เมื่อปี 2008 ระบุว่า ความสามารถทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนหญิงกับชายไม่ต่างกันมากนักในช่วงเกรด 2-11 หรือถ้าเทียบกับระบบการศึกษาไทยก็ตรงกับช่วง ป.2 ถึง ม.5

แต่งานศึกษาล่าสุดระบุว่า ช่องว่างความสามารถทางคณิตศาสตร์ระหว่างสองเพศมีอยู่เล็กน้อยตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยเรียน และค่อยๆ ขยายมากขึ้นตั้งแต่ขึ้นสู่เกรด 3 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของวัยเรียน เนื่องจากจะเป็นตัวบ่งบอกถึงความสนและมั่นใจของนักเรียน และจะส่งผลต่อความสามารถของนักเรียนในด้านคณิตศาสตร์เมื่อโตขึ้น

สถิติจากการศึกษาล่าสุดพบว่า ในบรรดานักเรียนที่ทำคะแนนได้ระดับกลางๆ ของชั้นทั้งหมด คิดเป็นนักเรียนหญิงราว 48% แต่พอจบเกรด 2 นักเรียนหญิงที่ทำได้ถึงระดับนี้เหลืออยู่เพียง 38%

และหากเทียบกับระดับท็อปของชั้นจะเห็นความต่างได้ชัดยิ่งขึ้นไปอีก โดยใช้ชั้นอนุบาลมีนักเรียนหญิงที่มีผลการเรียนระดับท็อปอยู่ราว 33% แต่เมื่อจบเกรด 2 กลับเหลือนักเรียนหญิงในกลุ่มนี้เพียง 15% เท่านั้น

แล้วทำไม ผลการศึกษาที่หากกัน 8 ปี จึงต่างกันแบบหน้ามือเป็นหลังมือ?

เหตุผลน่าจะเป็นเพราะรูปแบบของข้อสอบที่ใช้ ซึ่งในงานวิจัยปี 2008 นักวิจัยให้นักเรียนใช้ระบบข้อสอบมาตรฐานของรัฐซึ่งครูช่วยเด็กเตรียมตัวได้ แต่ในการวิจัยครั้งหลัง หันมาใช้ระบบข้อสอบแบบแปรผัน (ควบคุมโดยคอมพิวเตอร์) ที่คำถามถัดไปจะแปรตามคำตอบของเด็กในข้อก่อนหน้า (ซึ่งมีคนบอกว่าจะบอกความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเด็กได้ดีกว่า)

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด การที่ความสามารถทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนหญิงถูกนักเรียนชายทิ้งห่างไปในตอนท้ายส่งผลต่อการเลือกศึกษาต่อในวิชาชีพเฉพาะทาง ซึ่งกลุ่มที่ต้องใช้คณิตศาสตร์มากและให้ค่าตอบแทนสูงอย่างด้านวิศวกรรมก็มีผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นหญิงเพียง 19% ส่วนด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์มีเพียง 18%

และนักวิจัยก็เชื่อว่า อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ช่องว่างความสามารถทางคณิตศาสตร์ระหว่างเพศขยายมากขึ้น ก็คือทัศนคติของครูอาจารย์ที่มักไม่คาดหวังผลการเรียนด้านคณิตศาสตร์ของนักเรียนหญิง เมื่อครูคิดว่าเด็กหญิงทำข้อสอบคณิตศาสตร์ได้ไม่ดีแต่แรก ก็ยิ่งทำให้ความมั่นใจของนักเรียนหญิงต่ำลงตามลงไปด้วย

ข้อสรุปคล้ายๆ กันเคยมีในงานวิจัยอีกชิ้นเกี่ยวกับอิทธิพลของทัศนคติแบบเหมารวม ซึ่งในการทดสอบสมมติฐาน นักวิจัยให้นักเรียนหญิง ซึ่งมักถูกมองว่าไม่เก่งเลข ให้มาทำข้อสอบแคลคูลัส และพบว่า นักเรียนหญิงที่กาช่องระบุเพศก่อนทำข้อสอบ มีผลการสอบแย่กว่า นักเรียนหญิงที่ระบุเพศของตัวเองหลังทำข้อสอบเสร็จแล้ว!

น่าทึ่งทีเดียวว่า พลังของทัศนคติแบบเหมารวมจะส่งผลต่อความมั่นใจ และความสามารถของคนที่ถูกมองได้ถึงขนาดนั้น
.
ที่มา: Quartz และ
Wiley Online Library
.

บันทึก

No Comments Yet

Comments are closed