คืนนี้ลองปิดมือถือกันมะ ถ้าไม่อยากอ้วน

ไม่แปลกที่ Smartphone และ iPad จะเป็นผู้ส่งจูบฝันดีให้กับคุณทุกคืน เพราะแม้แต่การนอน เราก็ไม่วายบอกให้คนทั้งโลกรู้ว่า “จะนอนแล้วน้า” แต่มีงานวิจัยล่าสุดนี่สิออกมาบอกว่าการเพ่งแสงจ้าจากมือถือเพื่ออ่านสเตตัสที่เพื่อนๆ คุณเพ้อยามดึก อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เพราะมันเป็นภัยซ่อนเร้นที่นำพา’โรคอ้วน มาหาคุณโดยไม่รู้ตัว

ในตอนกลางวัน Smartphone ของเราจะปล่อยแสงสีฟ้าความเข้มสูง เพื่อให้เราสามารถมองเห็นการแสดงผลบนหน้าจอในแสงแดดธรรมชาติ แต่ในยามค่ำคืนสมองพวกเรากลับสับสนมึนงงกับแสงจ้าจากหน้าจอ ที่ไม่ต่างจากดวงอาทิตย์ย่อส่วนขนาดมือถือ ดังนั้นเจ้าสมองจะหยุดปล่อยฮอร์โมน ‘เมลาโทนิน’ (melatonin) ที่จำเป็นต่อการนอน ซึ่งทำหน้าที่เสมือนนาฬิกาชีวภาพทำให้คุณง่วงนอนและพักผ่อน

พอเมลาโทนินไม่มา คุณจึงไม่พร้อมนอนและยังสไลด์มือถือต่อไปอีกหลายชั่วโมง
ยิ่งหากติดมือถือจนเป็นนิสัย สมองจะสร้างสารพิษต่อระบบประสาท (Neurotoxin) ทำให้การนอนครั้งต่อๆ ไปยากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจถึงขั้นเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรังและต้องรักษาด้วยเงินไม่น้อย (แถมบ้านเรายังมีสถาบันวิจัยที่แก้ปัญหาเรื่องการนอนไม่กว้างขวางนัก)

จากงานวิจัยที่ผ่านมาหลายชิ้น ทำให้เราเห็นความเชื่อมโยงระหว่าง’แสง’ และระบบเผาพลาญของร่างกาย (Metabolism) อย่างมีนัยยะ ล่าสุดนักวิจัยและแพทย์ผู้ศึกษาประสาทวิทยา Kathryn Reid จากมหาวิทยาลัย Northwestern ในรัฐอิลลินอยส์ ศึกษาแสงสีฟ้าที่สร้างผลกระทบต่อ วงจรนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) ที่กำหนดสมดุลร่างกาย ว่าเมื่อไหร่คุณต้องตื่น ต้องนอน และต้องกิน

แล้วมันทำให้’อ้วน’ได้ยังไงนะ?

Kathryn Reid ได้ทำการศึกษาอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีจำนวน 14 คนโดยทำการทดลองถึง 4 วัน 4 คืน เธอและทีมวิจัยพบว่า คนที่ถูกกำหนดให้เล่นมือถือก่อนนอนเป็นประจำทุกคืน จะมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน (Insulin resistance) สูงขึ้น และมีค่าเฉลี่ยของ’กลูโคส’ หรือน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยทำให้ร่างกายคุณมีการสะสมไขมัน น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานเหตุจากอินสุลินในร่างกายไม่สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้อย่างที่ควรจะเป็น

คุณอ้วนคุณเดียวไม่พอ เพราะคุณยังจะทำให้ลูกๆ อ้วนตามไปด้วย

จากสถิติล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ PLOS ONE เผยข้อมูลว่า มีเด็กก่อนวัยเรียนกว่า 42 ล้านคนทั่วโลก กำลังเผชิญปัญหาน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นเป็นประวัติการณ์ จากพฤติกรรมเล่นมือถือก่อนนอนเพราะการเลียนแบบพ่อแม่ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปถึงการถูกแสงสีฟ้าเป็นเวลานาน ในขณะที่ร่างกายยังไม่พัฒนาเต็มที่อีกด้วย

แสงที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นไม่ว่าจะจากมือถือ แท็บเล็ต และโทรทัศน์ ทำให้เด็กยุคนี้เผชิญหน้ากับปัญหาการนอนมากว่าเด็กๆ ในทศวรรษที่ผ่านมา และนั่นเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ลูกของคุณต่อสู้กับความอ้วนได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตามจากรูปแบบชีวิตของพวกเราก็ยากที่จะปฏิเสธเทคโนโลยี เพราะอินเทอร์เน็ตและ Smart device ต่างจำเป็นต่อการรับรู้ข่าวสารและการทำมาหากินทั้งสิ้น การหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าก็ไม่ต่างจากการเนรเทศตัวเองไปอยู่ในถ้ำอันมืดมิดแสนไกลโพ้น

หากมีสิ่งที่คุณจะทำได้ นั่นคือการจัดการตารางชีวิตอย่างเป็นระบบ ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน พอๆ กับการเสพข้อมูลในแต่ละวัน มือถือคุณต้องชาร์จไฟฉันใด สมองคุณก็จำเป็นต้องพักเพื่อการซ่อมแซมและปรับฮอร์โมนให้สมดุลฉันนั้น

และนอกจากภัยแสงสีฟ้าในยามค่ำคืน มือถือเจ้ากรรมก็อาจร่วงใส่หน้าน้ำตารื้นโดยที่โทษใครไม่ได้แม้แต่แสงสีฟ้าเองก็ตาม (มือถือยังพอทน แต่ถ้าเป็น iPad นี่สิ โอย)

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

N. Cheung, Phyllis C. Zee, Dov Shalman, Roneil G. Malkani, Joseph Kang, Kathryn J. Reid. Morning and Evening Blue-Enriched Light Exposure Alters Metabolic Function in Normal Weight Adults. PLOS ONE, 2016; 11

Cassandra L. Pattinson, Alicia C. Allan, Sally L. Staton, Karen J. Thorpe, Simon S. Smith. Environmental Light Exposure Is Associated with Increased Body Mass in Children. PLOS ONE, 2016

No Comments Yet

Comments are closed