ให้วิทยาศาสตร์อธิบาย ทำไมคุณถึงติด Pokémon Go งอมแงม

เอาเป็นว่าถ้าคุณไม่ได้ขังตัวเองอยู่ใต้ดิน ก็คงรู้แล้วว่าชาวโลกกำลังไล่จับมอนสเตอร์ใส่ลูกบอลหลากสีกันอยู่

 

ค้นหาโปเกม่อนทรงพลัง ฝึกมันให้แกร่ง และระเบิดยิมฝ่ายตรงข้ามราวสงครามกลางเมือง เพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น Pokémon ก็ยึดโลกด้วย Soft Power ไปซะเรียบร้อยโรงเรียน Niantic แล้ว ออฟฟิศ The MATTER และ Salmon เป็นที่ตั้งของยิมประจำซอยพอดี ทำให้ทุกนาทีเกิดการแย่งชิงอำนาจกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย

คราวนี้เราไม่มานั่งอธิบายทริคเด็ดหรือระบบเกมกันหรอก เพราะคุณคงเข้าใจมันอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว

แต่อะไรดึงดูดพวกเราให้ตามหาโปเกม่อนตั้งแต่เช้ายันเย็น เกิดอะไรกับพวกเรากันแน่?

และการเล่น Pokémon Go สามารถทำให้เราเข้าใจตัวเองเพิ่มขึ้นหรือเปล่า?

 

โปเกม่อนเสริมแรงบวก

ความฟรี’ เป็นของยากที่จะปฏิเสธ คุณเองก็กลายเป็นนักสะสมได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมาก (แค่ในช่วงเริ่มต้นเนอะ) เพียงมีสมาร์ทโฟนที่สเป็คไม่ขี้เหร่ โลกใบใหม่ที่ซ้อนบนโลกใบเดิมก็พร้อมให้คุณออกสำรวจ การค้นพบมอนสเตอร์ประหลาดๆ ในละแวกบ้าน การชิงยิมจากทีมคู่แข่ง หรือการเดินจนไข่ฟักออกมาเป็นตัวหายาก กิจกรรมในโลก Pokémon Go ล้วนมอบประสบการณ์ เสริมแรงเชิงบวก (Positive Reinforcement) ให้กับคุณได้เป็นอย่างดี

LA Johnson/NPR
(Photo:LA Johnson/NPR)

ความสุขที่ได้รับการตอบสนองเมื่อคุณจับโปเกม่อนนั้น จริงๆ มนุษย์เองก็มีสมองส่วนที่ตอบสนองสิ่งเหล่านี้อยู่ เรียกว่าระบบ ‘Brain reward system’ ซึ่งจะปล่อย โดปามีน (Dopamine) ทำหน้าที่เป็นทั้งสารสื่อประสาทและฮอร์โมน มอบความรู้สึกสุขและสนุกสนาน เมื่อการเล่นโปเกม่อนเชื่อมโยงกับการให้รางวัล สมองพวกเราจึงมักจดจำและเหนี่ยวนำให้เกิดการให้รางวัลแบบนั้นซ้ำๆ ขึ้นอีก

marijuana-and-dopamine-2

“เราต้องยอมรับว่า ระบบเกมสร้างแรงจูงใจที่น่าท้าทายให้กับผู้เล่น” ศาสตราจารย์ Russell Belk ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัย York เคยให้สัมภาษณ์กับ Forbes ถึงปรากฏการณ์ Pokémon Go ที่ทำให้คนทั้งโลกติดกันงอมแงม

“มันเป็นความท้าทายที่ถูกย่อส่วนลงมา ทุกคนมีโอกาสประสบความสำเร็จเท่าเทียมกันภายใต้ระบบที่ออกแบบมาแล้ว ซึ่งความสำเร็จในโลกเสมือนนี้ มีปัจจัยร่วมน้อยกว่าชีวิตจริงๆ ที่เราต้องเผชิญ”

เมื่อทุกคนอยู่ในระบบที่มีความแฟร์เท่าเทียมกัน และความสำเร็จเป็นเรื่องไม่ไกลเกินเอื้อม ผู้เล่นหน้าใหม่ๆก็พร้อมกระโดดเข้ามาร่วมด้วย

 

pokemon_screenshots-1200x800

 

พวกเราล้วนมีธรรมชาติของนักสะสม

 ฟีเจอร์หลักที่ทำให้ทุกคนออกเดินทางก็เพื่อสะสมมอนสเตอร์ให้ได้เยอะๆ Russell Belk เคยอธิบายธรรมชาติของนักสะสมไว้นานแล้วในวารสาร Journal of Social Behavior and Personality ปี 1991 ซึ่งแบ่งลักษณะการสะสมไว้ 2 จำพวก

  • การสะสมเพื่อสุนทรียะ (Aesthetic)
  • การสะสมแบบจัดหมวดหมู่ (Taxonomic)

การสะสมแบบสุนทรียะ คือการที่คุณเลือกสะสมอะไรก็ตามที่ต้องตาต้องใจตามรสนิยมคุณเป็นหลัก และใช้สิ่งเหล่านั้นในการเสริมอัตลักษณ์เพื่อบ่งบอกตัวตนบางอย่าง คล้ายกับผู้คนที่ชื่นชอบสะสมชิ้นงานศิลปะ หรือวัตถุโบราณ

และการสะสมแบบจัดหมวดหมู่ คือกระบวนการที่คุณต้องกวาดล้างโปเกม่อนมาให้ได้มากที่สุด โดยใช้รสนิยมตัดสินค่อนข้างน้อย (แต่ยังไงคุณก็อยากได้ตัวที่มี CP สูงๆ ไว้ประดับบารมี หรือตัวที่เคยผูกพันด้วยในวัยเด็ก)

ไม่ว่ามันจะน่ารักหรือพิลึกขนาดไหนก็ตาม แต่คุณก็อยากจับมันให้ได้มากๆ อยู่ดี

types                                                        

การสะสมโปเกม่อนไม่ต่างจากการสะสมเหรียญหรือแสตมป์ หรือการค้นหาสายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่ต้องมีการจัดหมวดหมู่แบบอนุกรมวิธาน (Taxonomy) จากรูปร่างลักษณะ สายพันธุ์หรือธาตุ ยิ่งคุณมีมากเท่าไหร่คุณก็จะพบความหลากหลายของโลก Pokémon Go ได้มากยิ่งขึ้น

หรืออีกนัยหนึ่ง คุณได้ยืมสัญชาตญาณนักชีววิทยาในการจัดจำพวก (classification) สิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในโลกออกเป็นหมวดหมู่ย่อยๆ อย่างมีระบบและหลักการตามวิชาอนุกรมวิธาน (มีการมอบเหรียญตราให้คุณพึงพอใจและมอบค่าประสบการณ์ด้วยนะ)

แต่อนุกรมวิธานฉบับโปเกม่อนยังมีข้อจำกัดอยู่ ในช่วงเริ่มต้นมันมีสายพันธุ์ให้คุณจับราว 151 ตัว ซึ่งไม่นานคุณก็คงเบื่อเมื่อพบตัวซ้ำๆ ทุกครั้ง แต่ในโลก Pokémon จากทุกๆ ภาคมีมอนสเตอร์ให้คุณค้นหากว่า 700 ตัว ดังนั้นถ้า Pokémon Go ยังอยากจะไปต่อ ผู้พัฒนาก็ต้องเพิ่มโปเกม่อนสายพันธุ์ใหม่ๆ ให้จับกันให้เหงือกบานกันไปข้าง

tumblr_niebciiAyH1sr6y44o1_500

แม้คนส่วนใหญ่ ไม่ได้ต้องการจับโปเกมอนให้ครบ อย่างน้อยก็ต้องการมีตัวเจ๋งๆ เพื่อไปเปรียบเทียบกับเพื่อนของคุณ การประชันสร้างความท้าทาย เพื่อให้ได้เปรียบทางสังคม

Russell Belk เคยรีวิวใน Current Opinion in Psychology ถึงการสะสมว่า มันช่วยขยายตัวตนของพวกเรา (Extended Self) ทั้งทางร่างกายและจิตใจ คุณมีอีกตัวตนหนึ่งที่มีอำนาจ กำลังวังชา ที่พร้อมช่วงชิงความเป็นผู้นำจากคนอื่นๆ หรือการที่คุณมีฝั่งให้เข้า แดง ฟ้า เหลือง และได้อวดโฉมตัวเองเมื่อครอบครองยิมได้สำเร็จ

 

pokemon-go-gym-fight

การสะสมในโลกดิจิตอลได้เปรียบกว่าในทางกายภาพ เมื่อแสตมป์และเหรียญมักต้องเก็บไว้ในตู้โชว์ แต่คุณสามารถสะสมโปเกม่อนได้เป็นร้อยๆ ในมือถือของคุณเอง แถมแคปหน้าจอโชว์เพื่อนๆ ผ่าน Social สร้างบรรยากาศแห่งความแข่งขันได้เป็นอย่างดี

ระบบ AR เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้โปเกม่อนกลายเป็นปรากฏการณ์โลก มันมอบประสบการณ์เสมือนให้ซ้อนทับกับโลกแห่งความเป็นจริง ทุกตรอกซอกซอยกลับมีชีวิตชีวา ยิ่งคุณพบโปเกม่อนหายาก มันเหมือนกับการพบหนังสือ Limited Edition ในร้านหนังสือลับแล ทำให้การเดินทางแต่ละครั้งถูกจดจำด้วยประสบการณ์การค้นพบที่การออกแรงเดินไม่สูญเปล่า

การเสริมแรงเชิงบวกอย่างต่อเนื่องทำให้สมองเสพติด โดปามีน และเมื่อคุณหยุดเล่น ระดับโดปามีนจะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้คุณโหยหาความสุขจากกิจกรรมที่คุณเคยทำซ้ำๆ แบบนั้นอีก

 

อย่างไรก็ตามเราไม่ได้มองว่า Pokemon Go เป็นปัญหา แต่เป็นปรากฏการณ์ที่น่าเร้าใจ การเป็นส่วนหนึ่งของกระแสสังคมก็ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย อย่างน้อยมันก็เปิดโอกาสให้คุณเข้าใจตัวเองให้ดียิ่งขึ้น (และมันก็สนุกจริงๆ นี่นา)

ขอบเขตที่คุณตั้งไว้เองต่างหากจะทำให้คุณไม่เสียเปรียบจากการเสพติด ที่ไม่ต้องจากโปเกม่อนหรอก อะไรๆก็ทำให้คุณติดได้ หากคุณยังไม่เข้าใจตัวเอง

ขอให้สนุกกับการล่านะ Happy Hunting

 

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

theweek.com/articles/451660/psychology-video-game-addiction

news.mit.edu/2012/understanding-gambling-addiction-0904

www.forbes.com/sites/jvchamary/2016/07/12/science-collecting-pokemon/#564f16186d2e

 

 

Cover Illustration  by Namsai Supavong
No Comments Yet

Comments are closed