ถ้าความเหงามันฆ่าคนได้จริงๆ? แล้วนี่เราเหงากันเองหรือถูกทำให้เหงาอยู่

เย็นวันศุกร์ ฝนก็ทำท่าจะตก เพื่อนก็หาย เงินในกระเป๋าก็ว่างเปล่า เคว้งคว้างเดียวดาย

เหงาจังเลย

ความรู้สึกเหงานี่มันเป็นความรู้สึกที่รุนแรงเนอะ มีเพลงที่บอกว่าความเหงาเท่ากับอวกาศ แถมไม่นานมานี้นักวิทยาศาสตร์ก็เพิ่งค้นพบพื้นที่ที่ ‘ว่างเปล่าที่สุด’ ในอวกาศ แต่บางทีในทางความรู้สึก มองไปบนท้องฟ้า ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอวกาศที่อ้างว้างและว่างเปล่า จะว้าเหว่เท่ากับหัวใจของเราตอนนี้ไหม

โอ้ย พอแล้ว งดดราม่า และลองมาสำรวจขบคิดเรื่องความเหงากัน ว่าไอ้ความเหงาที่มันแสนจะมีผลกับความรู้สึกของเรา มันมีพลังขนาดไหน และเคยสงสัยมั้ยว่า ที่เราๆ เหงาๆ เนี่ย มันเหงาของมันเอง หรืออะไรมันทำให้เรารู้สึกเหงากันแน่

Scientific American Vol. 315 No. 2
Scientific American Vol. 315 No. 2

ความเหงาฆ่าคนได้จริงๆ

ความเหงาเป็นวาระแห่งชาติ เราอาจรู้สึกว่าความเหงาเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นสิ่งที่เราควรจะจัดการให้ได้ แต่ว่าไอ้ความเหงาที่มันฟังดูเป็นนามธรรม มันกลับมีผลต่อร่างกายของเราอย่างเป็นรูปธรรม มีงานศึกษารายงานว่าความเหงาและความเดียวดายส่งผลต่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชากร แถมมีผลสำรวจถึงขนาดที่ว่าความเหงาและความเดียวดายส่งผลต่ออายุขัยและคุณภาพชีวิตของคนเราเลยทีเดียว

แปลว่าพวกเพลงรักที่บอกว่าเหงาจะตาย เดียวดายแสนเศร้า สุดท้ายมันส่งผลอย่างเป็นรูปธรรมจริงๆ

งานศึกษาของ Brigham Young University สหรัฐอเมริกาบอกว่าผลของความเหงารุนแรงถึงขนาดก่อให้เกิดการตายก่อนวัยอันควรถึง 30% (ม่ายยย) ศาสตราจารย์ Holt-Lunstad ถึงกับบอกว่าผลของความเหงาต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตมันมีผลเท่ากับภาวะอ้วนเลยทีเดียว ดังนั้นเพื่อการสร้างสังคมสุขภาพดี เราควรเริ่มสานความสัมพันธ์กันได้แล้ว

ความเหงาจากงานวิจัยข้างต้นฟังดูอาจจะเวอร์ไปไหม แต่ในทางวิทยาศาสตร์ คำว่าความเหงาค่อนข้างกินความกว้าง คือรวมถึงคนที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว คนที่โดดเดี่ยวและไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับใคร หรือคนที่รู้สึกอ้างว้างเดียวดายและไม่สามารถเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ ในสังคมได้ ในแง่นึงเหมือนว่าคนเหงาหรือโดดเดี่ยวเลยมีปัจจัยเสี่ยงอายุขัยสั้นกว่าคนอื่น ลองนึกถึงหนังที่ตัวเองอยู่คนเดียว ก็จะใช้ชีวิตทิ้งๆ ขว้างๆ ไปจนถึงคนชราที่อยู่คนเดียว นอกจากจะเหงา ก็ยังมีความเสี่ยงมากกว่า

Loneliness ของ Hans Thoma, ,Wikipedia.com
Loneliness ของ Hans Thoma, ,Wikipedia.com

โดดเดี่ยวเดียวดาย

ความเหงามันมีความซับซ้อน เป็นเรื่องของความรู้สึก คือในทางกายภาพ การที่เราอยู่คนเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะรู้สึกเหงา หรือในทางกลับกันถ้าเราอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ในใจเราอาจจะยิ่งเหงากว่าอยู่คนเดียวก็ได้

มันเลยมีคำสองคำที่อยู่บนสถานการณ์ใกล้กัน คือคำว่า loneliness กับคำว่า solitude ถ้าแปลอันแรกคือความเหงาในความหมายทั่วๆ ไป แต่อันหลังก็น่าจะแปลว่าสันโดษได้ สองคำนี้จะบอกว่ามันใช้กับสถานการณ์แบบเดียวกันคือการอยู่คนเดียว แต่ความรู้สึกต่างกันโดยสิ้นเชิง คำว่าสันโดษมีนัยที่เป็นบวก มีนัยของความสุขและสงบที่ได้อยู่กับตัวเอง แต่ความเหงามันเหมือนกับการอยู่คนเดียวแล้วโหยหาที่จะการเชื่อมต่อกับคนอื่น

ฟรีแลนซ์: ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ภาพยนตร์โดย นวพล ธํารงรัตนฤทธิ์
ฟรีแลนซ์ : ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ภาพยนตร์โดย นวพล ธํารงรัตนฤทธิ์

เราเหงาเองหรือเราถูกทำให้เหงา

สังคมสมัยใหม่เป็นสังคมที่ทำให้เรายิ่งเหงากันมากขึ้น การอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนที่เราไม่รู้จัก รูปแบบครอบครัวที่กลายเป็นครอบครัวเดี่ยว ไปจนถึงการมีปฏิสัมพันธ์ผ่านทางโลกออนไลน์ที่เหมือนกับว่าเราพร้อมต่อติด(connect) กันอยู่เสมอ แต่เอาเข้าจริง เรากลับไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับแบบต่อหน้ากันจริงๆ ทั้งหมดนี้ทำให้ชีวิตสมัยใหม่ของคนเรามันยิ่งเหงาและว้าเหว่หนักขึ้นมากกว่าเดิม

แถมถ้าเราลองมองดูสื่อต่างๆ ทั้งหนังและเพลง มันดูเหมือนว่าปลายทางของชีวิตเราคือการมีใครซักคน ภาพของ MV ที่คนสองคนไปกินข้าวด้วยกัน ไปช่วยกันซื้อของ พอมีสาวน้อยคนหนึ่งหกล้มแล้วก็ต้องมีอีกคนช่วยประคอง มันทำให้การทำอะไรคนเดียวอย่างการไปดูหนังคนเดียว กินข้าวคนเดียว ถีบเรือเป็ดคนเดียว เป็นเรื่องที่น่าเศร้าไปซะเฉยๆ

พูดง่ายๆ คือในชีวิตจริงอาจจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เหมือนกับหนังโรแมนติกคอมเมอร์ดี้ที่บังเอิญไม่มีพระเอก ไอ้ภาพหวานๆ น่ารักๆ มันเลยมาปกคลุมชีวิตจริงๆ ของเรา ดังนั้นฉากที่เราต้องเจอแบบที่ว่าต้องแบกของหนักๆ ขึ้นห้อง เอาจริงมันก็แบบได้ แต่ถ้ามีใครซักคนมาช่วยแบก มันก็คงน่ารักมุ้งมิ้งดี มันเลยเหมือนว่าโลกได้มอบภาพอุดมคติแสนหวานให้ ภาพจริงของการทำอะไรคนเดียวมันเลยยิ่งขมหนักขึ้นไปกว่าเดิม…พอสมควรเลย

MV เพลง ขอ ของ Lomosonic
MV เพลง ขอ ของ Lomosonic

 เรื่องของอารมณ์ความรู้สึกเป็นเรื่องที่โคตรซับซ้อน ไม่ว่าความเหงาจะเกิดจากตัวของเราหรือเกิดจากสังคมบอกว่าถ้าไม่มีใครแกจะต้องโคตรเหงาเวลาที่ทำอะไรคนเดียว แต่เชื่อว่าโลกนี้ยังมีคนเหงาอีกมากมาย

 

เอ้าวันศุกร์แบบนี้รออไรอยู่ ไปสานสัมพันธ์ตามที่นักวิจัยบอกและเลิกเหงากันได้แล้ว!

 

 

 

Illustration by Namsai Supavong
No Comments Yet

Comments are closed