เจ้าหญิงเป็นพิษ? วัฒนธรรมเจ้าหญิงดิสนีย์มีผลกับความคิดเรื่องร่างกายของเด็กหญิง

จากการ์ตูนดิสนีย์ใสๆ ที่ดูไม่ค่อยมีพิษภัยอะไร หรือในบทความก่อนหน้าที่ The MATTER พูดถึงแนวโน้มของเจ้าหญิงดิสนีย์ยุคใหม่ที่แกร่งขึ้น และในความแข็งแกร่งนี้ทำให้เด็กหญิงสามารถจินตนาการตัวเองที่แตกต่างไปจากความเป็นเด็กหญิงแบบเดิมๆ ที่ต้องจบลงด้วยการแต่งงานกับผู้ชาย แต่ล่าสุด งานศึกษาของ Sarah M. Coyne พบว่าวัฒนธรรมหวานแหววจากเจ้าหญิงดิสนีย์ทำให้เด็กหญิงไม่ชอบร่างกายตัวเองมากขึ้น

 

ภาพเจ้าหญิงที่ดูไม่มีพิษ แต่อาจจะเป็นพิษกับเด็กหญิง

 

Mark A. Philbrick, BYU Photo
Mark A. Philbrick, BYU Photo

แน่ละว่าหนังการ์ตูนหรือพวกสินค้าของเล่นของทางดิสนีย์มันมีความปลอดภัยกับเด็กๆ ของเรา คือไม่มีความรุนแรงในนั้น หรือเอาเข้าปากแล้วไม่เป็นพิษ แต่สิ่งที่คุณซาร่าห์เสนอคือมิติในการเป็นวัฒนธรรมของการนำเสนอภาพเจ้าหญิง (และสินค้าหวานแหวว) ทั้งหลายที่พ่อแม่ปล่อยให้ลูกหลานบริโภค วัฒนธรรมเจ้าหญิงที่ว่าก็ประมาณว่าเป็นภาพของเจ้าหญิงที่เวรี่หญิง พอกหน้าหนา เอวบาง ใส่ชุดรุ่มร่าม

ไอ้วัฒนธรรมแบบนี้ รวมถึงการที่ลุงๆ ป้าๆ เจอหน้าก็เรียกว่าเจ้าหญิงน้อย มันทำให้เด็กผู้หญิงคิดถึงตัวเองในฐานะเจ้าหญิง คือเป็นง่อยกิน ไม่สามารถที่จะลุยหรือลองอะไรใหม่ๆ ได้

และยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่คุณซาร่าห์ค้นพบจากการศึกษาเด็กๆ 200 คนที่บริโภคพวกวัฒนธรรมเจ้าหญิง พบว่า เด็กหญิงที่บริโภควัฒนธรรมเจ้าหญิงมาก (ประมาณว่าพ่อแม่ให้ดูการ์ตูนเยอะๆ หรือซื้อชุดเจ้าหญิงให้ใส่) การที่เด็กเห็นภาพเจ้าหญิงที่สมบูรณ์แบบมากๆ ทำให้เด็กหญิงมีแนวโน้มที่จะไม่ชอบร่างกายของตัวเองมากขึ้น

 

เรา ‘ดู’ อะไร : ความปรารถนาในหน้าจอ

ข้อค้นพบจากการศึกษาพฤติกรรมเด็กๆ เชื่อมโยงกับการบริโภคสินค้าทางวัฒนธรรมสอดคล้องกับแนวคิดเชิงจิตวิเคราะห์ที่เรียกว่า Ego Ideal พอดิบพอดี

นักจิตวิเคราะห์เช่นซิกมันด์ ฟรอยด์ และในยุคต่อมา ฌาร์ค ลาก็อง พยายามอธิบายการก่อตัวขึ้นของจิตสำนึกของมนุษย์ในพัฒนาการขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ในวัยเด็ก พูดง่ายๆ สิ่งที่อยู่ในหน้าจอมันคือภาพที่สมบูรณ์แบบของตัวเรา เป็นสิ่งที่เราปรารถนาอยากจะเป็น เป็นอุดมคติของตัวเราเอง

คือถ้าเด็กหญิงมองเรื่องราวของเจ้าหญิงแสนสวยอันสุขสมบูรณ์ ก็จะยิ่งมีความใฝ่ฝันหรือปรารถนาที่จะเป็นแบบเจ้าหญิงนั้นๆ แรงกล้าขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อภาพในโลกฝันมันชัดเจนขึ้น สิ่งที่เด็กน้อยเป็นก็จะยิ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ตัวเองฝัน

 

เบรฟ (Brave) ไม่พอหรือเราขอมากไป

Change.org
Change.org

อย่างที่ The MATTER เคยเสนอไปว่าเจ้าหญิงยุคใหม่ๆ ก็มีการปรับตัวนะ เช่น เจ้าหญิงจากเรื่อง Brave ก็ไม่ได้สวยพริ้งเหมือนเจ้าหญิงในยุคก่อนๆ เมอร์ริดาเป็นเจ้าหญิงที่หน้าตกกระ ผมแดง หัวกระเซิง ซึ่งทางคุณซาราห์ในฐานะคุณแม่ของลูกสาว ก็บอกว่าเฮ้ย โอเคนะ ได้คุยกับลูกในประเด็นเรื่องความเข้มแข็ง กล้าหาญ และสามารถตัดสินใจอะไรเองได้ของเจ้าหญิงเมอร์ริดา

แต่คุณแม่ก็ยังบ่นต่อไปว่า เนี่ยทำหนังออกมาซะดีนะ แต่ทำไมพอทำสินค้าต่างๆ นาๆ มาขาย กลับทำให้แม่หญิงเมอร์ริดาดูหวานแหววลงไปซะเฉยๆ ไปแต่งหน้าทาปาก ทำให้เอวเอส และเอาธนูเท่ๆ ออกไป จนต้องมีการไปรณรงค์ในเวป Change.org ว่าเอาเมอร์ริดาเท่ๆ ของเรากลับมาเดี๋ยวนี้นะ

 

เราอาจจะรู้สึกว่าเรื่องอะไรหยุมหยิมมากมาย แต่การเติบโตอันหมายถึงการที่เด็กน้อยคนหนึ่งจะเริ่มวางสิ่งต่างๆ เป็นความฝันหรือจุดหมายของตัวเอง ทัศนคติต่อร่างกายและตัวตนก็เป็นแกนกลางสำคัญหนึ่งที่ค่อยๆ ถูกพัฒนาขึ้นจากสินค้าทางวัฒนธรรมต่างๆ ที่เราให้ลูกหลานของเราบริโภค สิ่งสำคัญที่นักวิจัยพยายามเน้นย้ำคือบทบาทของพ่อแม่ในการชี้ชวนให้เด็กน้อยคิดและกระตุ้นให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์แม้แต่กับเหล่าเจ้าหญิงหรือฮีโร่ทั้งหลายที่ถูกวางไว้ให้เป็นตัวเอกเองก็ตาม

No Comments Yet

Comments are closed