โรคระบาด! ภูเขาไฟระเบิด! น้ำท่วม! ทำไมเราฝันถึงวันสิ้นโลก

ตื่นมาวันนี้ อยู่ๆ ก็มีกระแสว่า อ้าว ไข้ซิกามาเยือนไทยแลนด์ของเราซะแล้ว

ยังไงก็อย่าเพิ่งตกใจ โว้ย ซิกามาแล้ว ยุงๆๆ กลัวยุง(บอกว่าเพิ่งตกใจ!) แต่ตกใจหน่อยก็ได้ เพราะไอ้เจ้าซิกามันดูเป็นไวรัสวายร้ายที่จะมาทำลายมนุษยชาติของเรา ไวรัสอะไรที่มันจะร้ายขนาด 80% ไม่แสดงอาการแต่มุ่งทำลายทารกในครรภ์ให้มีความผิดปกของสมอง นี่มันตัดกำลังทำลายลูกหลานเราเงียบๆ อยู่สินะ มันต้องกำลังอยากเล่นงานมนุษยชาติให้สูญพันธุ์แหงๆ ไม่จริงงง แงงงง เมื่อสัปดาห์ก่อนก็มีแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ฝนตกใหญ่ยังกะจะล้างโลก มวลมนุษยชาติของเรากำลังดำเนินไปถึงจุดสิ้นสุดแล้วแน่ๆ

 

นี่ไม่ได้กำลังบอกว่าทุกอย่างกำลังจะเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าในความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์เรามันจะมีแว้บๆ หนึ่งที่เราจินตนาการถึงวิบัติหายนะครั้งใหญ่ คิดถึงจุดสิ้นสุดของพวกเราว่าเอ๊ะ เผ่าพันธุ์ของเราจะจบลงยังไงนะ โลกสีเขียวที่รักของเรามันจะแหลกสลายลงไปด้วยอีท่าไหน

ลึกๆ แล้ว ดูเหมือนว่าเราก็ชอบเหมือนกันเนอะ ไอ้ความวิบัติหายนะของพวกเราเองเนี่ย ล่าสุดก็นั่งรถไฟไปปูซานกัน มองๆ ไปหนังประเภทวันโลกแตกทั้งหลายทำออกมายังไง้ยังไงเราก็ชอบดูกัน ก็ไม่ใช่แค่สมัยเราหรอกที่มีการเล่าเรื่องปลายทางของมวลมนุษย์ เรื่องเล่าวันโลกแตกเป็นสิ่งที่พบได้ในแทบทุกอารยธรรมของมนุษย์ พวกเราชอบเล่าถึงเรื่องอย่างน้ำท่วมโลกเอย ไฟล้างโลกเอย มนุษย์ต่างดาวบุกโลก แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ในช่วงชีวิตของพวกเราได้ยินเรื่องคำทำนายวันสิ้นโลกกันซ้ำแล้วซ้ำอีก

นั่นสินะ ทำไมเรานึกถึงหายนะขนานใหญ่ นึกถึงวันสุดท้ายหรือวันโลกแตก

 

วันสิ้นโลกมีความหมายว่าอะไรแน่

wall.alphacoders.com
wall.alphacoders.com

ทำไมมนุษย์เราใช้ชีวิตกันอยู่ดีๆ ถึงชอบจินตนการถึงวันที่อารยธรรมของตัวเองจะล่มสลายลง

ประเด็นดั้งเดิมของวันโลกแตกมันมีนัยทางศาสนาซ่อนอยู่ คำว่า apocalypse มีรากศัพท์จากภาษากรีกคือ apokálypsis แปลว่า ‘การเปิดเผย(uncovering) ’ เช่นการยกม่านหรือการเผยให้เห็นแก่นแกนของอะไรบางอย่างที่ถูกห้อหุ้มซุกซ่อนอยู่ พูดง่ายๆ คือการที่เราเล่าเรื่องวันสิ้นโลก มันคือการคิดถึงวันสุดท้ายที่เป็นวันที่ยกม่านแล้วเผยให้เห็นว่า นี่ไง ในโลกแบบโลกย์ๆ ที่มนุษย์เราดำเนินกันไป จริงๆ แล้วมันมีแกนศักดิ์สิทธิ์บางอย่างที่ขับเคลื่อนพวกเธออยู่นะ และแกนนี้ก็จะเผยให้ทุกคนเห็นเมื่อวันสิ้นโลกนั่นแหละ อย่างในคริสต์ศาสนาวันสิ้นโลกมันก็คือวันพิพากษา

นักวิชาการบางคนมองว่า ไอ้การเล่าถึงวันสิ้นโลกมันก็ไม่มีอะไรมาก เพราะมนุษย์เราเกิดขึ้นมาบนโลกเราจะเหมือนกับอยู่ตรงกลาง เลยต้องพยายามสร้างต้นเรื่องและปลายทางให้กับประวัติศาสตร์ของตัวเอง เหมือนกับเวลาที่เราเล่าเรื่องต่างๆ ที่มันต้องมีจุดเริ่มต้น กลางเรื่อง และจุดจบ เราถึงจะรู้สึกว่ามันสมบูรณ์ สำหรับมวลมนุษย์ก็เหมือนกัน เราต้องเล่าเรื่องของตัวเองให้มีที่มาและปลายทางของพวกเราเอง หรือบางทีการที่เราชอบดูหรือนึกถึงหายนะของโลกที่เราอยู่ ก็คล้ายๆ กับการหนีออกจากชีวิตประจำวันที่จำเจและน่าเบื่อหน่าย ได้คิดถึงการล่มสลายของวันที่น่าเบื่อไปสู่การสวมบทบาทใหม่ๆ ในการเอาตัวรอด แม้ว่าเรื่องราวจะเต็มไปด้วยหายนะแต่มันก็ตื่นเต้นและสนุกกว่าชีวิตเฉาๆ นั่งโต๊ะไปวันๆ ไง ใช่ปะ

 

ในเมื่อเรามักมีความคิดถึงวันสิ้นโลก The MATTER เลยชวนมาดูว่า อะไรจะทำให้โลกสิ้นไป และโลกของเราจะวิบัติไปทางไหนได้บ้าง

 

Zombie

apocalypse-02

สารพัดหนังและซีรีส์ที่พูดถึงการระบาดของไวรัสซอมบี้ ประเด็นของซอมบี้มันน่าจะหมายถึงการระบาดของเชื้อโรคอะไรบางอย่างที่ทำให้มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตทั้งหลายหายไปจากโลก แต่อาจจะด้วยภาพที่มันมีพลัง และนัยของอาการการติดเชื้อซอมบี้ที่มันทำให้มนุษย์ที่มีอารยธรรมกลายสภาพเป็นเหมือนเครื่องจักร จากคนคูลๆ กลายเป็นปีศาจที่หิวกระหาย ทำเป็นอย่างเดียวคือการกัดกิน(เออ ซอมบี้อ้วนไหม เห็นกินตลอด) จินตนาการวันสิ้นโลกแบบซอมบี้เลยมีพลังและฮิตมากกว่าแบบอื่นเพราะมันได้ภาพที่ทรงพลัง ภาพของมนุษย์ที่กินกันเอง เจ๊งกันเองเพราะต้นเชื้อมันก็มักมาจากความผิดพลาดของน้ำมือมนุษย์กันเองนี่แหละ

 

Flood

apocalypse-03

ความหมายของน้ำคือการชำระล้าง ในทางศาสนาหรือเรื่องเล่าในอารยธรรมต่างๆ มันหมายถึงการล้างโลกให้สะอาดเพื่อฟื้นฟูระเบียบโลกให้สะอาดจากที่เต็มไปด้วยคนบาป ตำนานน้ำท่วมโลกเลยพบได้ทั่วไปในแทบทุกอารยธรรม ส่วนในโลกปัจจุบัน ความกังวลเรื่องสมดุลของน้ำในโลกจากปัญหาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิจากภาวะโลกร้อน การละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ภัยธรรมชาติของน้ำท่วมโลกเลยดูเป็นจินตนาการที่ส่งต่อมาจากอดีตที่ยังคงมีพลังอยู่

 

Comet

apocalypse-04

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าโลกเราเคยถูกชนด้วยดาวหางมาแล้วครั้งหนึ่งทำให้ไดโนเสาร์ทั้งหลายสูญพันธุ์ไปจากโลก และแน่ล่ะ มันเคยชนมาแล้วครั้งหนึ่งแล้วทำไมมันจะมีโอกาสชนอีกไม่ได้ เวลาที่เรามองไปบนท้องฟ้าเราก็จะเห็นดาวมากมาย อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้าเกิดมีดาวตกดวงหนึ่งที่ใหญ่พอจะทะลุชั้นบรรยากาศของโลกมา เราจะเอาอะไรไปสู้ โลกเราต้องถึงหายนะแน่นอน นักวิทยาศาสตร์บอกว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นประมาณ 0.00013% อืม ก็ไม่เยอะเนอะ พอลุ้นๆ ถ้ามีร่วงลงมาจริงๆ ก็ยังมีหวังที่จะส่งทีมไปคามิคาเซ ฝังระเบิดแบบในหนังเนอะ

 

Volcano

apocalypse-05

ภูเขาไฟระเบิดเคยทำลายอารยธรรมอย่างปอมเปอีมาแล้ว ในหลายๆ ประเทศยังเต็มไปด้วยภูเขาไฟยักษ์ ภายในเต็มไปด้วยธารลาวาที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างที่มันไหลผ่าน แถมบนผิวโลกของเรายังมีโคตรภูเขาไฟอยู่ทั้งหมด 6 อัน นักวิทยาศาสตร์บอกว่าถ้าระเบิดขึ้นมาละก็อะไรก็หยุดมันไม่ได้ แต่ว่าในระดับจินตนาการเรื่องโลกแตก ก็จะมีกำลังใจเล็กๆ คือบอกว่ามันมีโอกาสน้อยที่โคตรภูเขาไฟพวกนี้จะระเบิดมากกว่าหนึ่งปล่องต่อครั้ง สบายใจขึ้นมาหน่อยเนอะ

 

Nuclear war

apocalypse-06

สรุปอย่างสั้นๆ คือมนุษย์มันหันมาฆ่ากันเอง ด้วยอาวุธที่มันทรงอานุภาพมากขึ้น จนสุดท้ายด้วยความที่อาวุธมันทำลายล้างสูงมากเลยเกิดโคตรหายนะขึ้นมา อย่างการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ลงญี่ปุ่น ที่สุดท้ายแล้วมีผลตกค้างต่อมวลมนุษย์รุนแรงเกินคาดเดา จริงๆ หลังจากอาวุธนิวเคลียร์ก็จะมีเรื่องอาวุธชีวภาพ ทั้งเชื้อโรคเอย การตัดแต่งพันธุกรรมเอย ที่สุดท้ายแล้วเราก็จินตนาการกันว่า มนุษย์เรานี่แหละจะสร้างหายนะกันเอง

 

Alien

apocalypse-07

เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียวในจักรวาลนี้ บางทีคงเพราะยิ่งเราศึกษาความเวิ้งว้างและยิ่งใหญ่นอกดวงดาวและจักรวาลของเราไปเท่าไหร่ มนุษย์เราก็ยิ่งจิ๋วลงเท่านั้น เราในฐานะสายพันธุ์หนึ่งยังเที่ยวได้รุกรานในระดับผิวโลก เบ่งใส่สารพัดสายพันธุ์สีผิว วันหนึ่งในระดับจักรวาล อาจจะมีพี่เบิ้มมารุกรานฟาดฟันเรามั่งก็เป็นได้

 

AI

apocalypse-08

บางทีอาจไม่ต้องรอสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาและทรงวิทยาการจากนอกโลก แต่สิ่งที่มนุษย์เราสร้างขึ้นมาเอง เป็นสติปัญญาจำลองที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นอย่างคอมพิวเตอร์หรือหุ่นยนต์ที่คิดได้เหมือนคน AI หรือ สมองกล ปัญญาประดิษฐ์ จึงเป็นความกังวลสำคัญที่ไม่ใช่แค่ว่าในที่สุดแล้วมนุษย์เราจะถูกเจ้าหุ่นที่มันอาจจะฉลาด(ในแง่ของการเก็บและประมวลผลข้อมูล) จนมาแย่งงานมนุษย์เรา

แต่ถ้าวันหนึ่งพวกสติปัญญาที่คิดได้เองพวกนี้เกิดอยากจะลุกขึ้นมาต่อต้านควบคุมผู้สร้างของพวกมันล่ะ เราก็ซวยสิเนอะ

 

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

คอมพิวเตอร์ในโลกที่ล่มสลาย: เรื่องเล่าวันสิ้นโลกในภาวะวิกฤตสงครามเย็น โดย อรรถพล ปะมะโข เสนอในโครงการจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ เวทีวิจัยมนุษยศาสตร์ครั้งที่ 6

www.rt.com/news/232591-12-causes-apocalypses-scientists/

www.foxnews.com/tech/2010/09/29/end-of-the-world-potential-armageddon.html

www.thetoptens.com/causes-apocalypse-apocalyptic-fiction/

 

 

Illustration by Namsai Supavong
No Comments Yet

Comments are closed