รัฐบาลอังกฤษได้ออกมาขอโทษและจ่ายเงินชดเชยให้ครอบครัว ของเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ที่เสียชีวิตจากโรคทางเดินหายใจ หลังแม่ของเธอใช้เวลาหลายปี ผลักดันให้ทางการยอมรับว่า ‘มลพิษทางอากาศ’ เป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกสาวเสียชีวิต
ในปี 2013 เอลล่า อาดู-คิสซี-เดบราห์ (Ella Adoo-Kissi-Debrah) เสียชีวิตจากอาการหอบหืดรุนแรง เพราะสัมผัสกับมลพิษทางอากาศมากเกินไป ทั้งนี้เธอและครอบครัวอาศัย ใกล้ถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ในตะวันออกเฉียงใต้ของลอนดอน
ตอนอายุ 6 ขวบ เอลล่าเริ่มเป็นโรคหอบหืด และเสียชีวิตจากอาการหอบหืดกำเริบรุนแรงในวัย 9 ขวบ ทั้งนี้ในช่วง 3 ปีนั้น เอลล่าเข้าออกโรงพยาบาลมากกว่า 30 ครั้ง เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจต่อเนื่อง
จากนั้น โรซามันด์ อาดู-คิสซี-เดบราห์ (Rosamund Adoo-Kissi-Debrah) แม่ของเอลล่า ได้ฟ้องร้อง กระทรวงสิ่งแวดล้อม กระทรวงการขนส่ง และกระทรวงสาธารณสุข ของอังกฤษ เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจาก การเจ็บป่วยและ ‘การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร’ ของเอลล่า
หลังจากที่ครอบครัวสู้คดีกันมายาวนานร่วมศตวรรษ ในที่สุดรัฐบาลอังกฤษ ก็ได้ยอมจ่ายเงินชดเชยให้กับครอบครัว ในจำนวนที่ไม่เปิดเผย ทั้งนี้มีแถลงการณ์จากรัฐมนตรีทั้ง 3 กระทรวง พูดกับแม่ของเอลล่า ว่า “รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียของคุณ” พร้อมกล่าวว่า “ไม่ควรมีเด็กคนไหนต้องทนทุกข์ เหมือนที่เอลล่าต้องเผชิญ”
นอกจากเงินชดเชย อีกหนึ่งสิ่งที่แม่ของเอลล่าเรียกร้องมากอย่างยาวนาน คือการยอมรับอย่างเป็นทางการว่า ‘มลพิษทางอากาศ’ เป็นปัจจัยที่ทำให้เธอเสียชีวิต เนื่องจากเธอต้องการให้รัฐบาล ออกกฎหมายควบคุมมลพิษทางอากาศที่เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการลดระดับฝุ่น PM2.5 ให้ได้ภายในปี 2030 รวมถึงการเตือนประชาชน ถึงอันตรายจากมลพิษทางอากาศ เช่นเดียวกับการเตือนเกี่ยวกับการสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์
ทั้งนี้เอลล่าเป็นคนแรกในอังกฤษ ที่มีการระบุสาเหตุการตายจาก ‘มลพิษทางอากาศ’ ในใบมรณบัตร
“การผลักดันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จากครอบครัวและเพื่อนๆ ของเอลล่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา […] ทำให้เราเห็นถึงอันตรายจากมลพิษทางอากาศมากขึ้น” คือข้อความที่ระบุในแถลงการณ์จากรัฐบาลอังกฤษ พร้อมกล่าวว่ามลพิษทางอากาศ เป็นปัญหาสาธารณสุขที่รัฐบาลมุ่งมั่นแก้ไข
อ้างอิงจาก