คนกำลังถกเถียงเรื่องอะไรกันบ้าง? เมื่อการสังหาร CEO บริษัทประกันสุขภาพในสหรัฐอเมริกา นำมาสู่กระแสวิจารณ์ว่าบริษัทเอาเปรียบ และนโยบายด้านสุขภาพจากภาครัฐอาจยังไม่ดีพอ
ช่วงเช้าของวันที่ 4 ธันวาคม 2024 ไบรอัน ทอมป์สัน (Brian Thompson) CEO ของบริษัทประกันสุขภาพยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา อย่าง UnitedHealthcare ถูกยิงบนถนนแมนฮัตตัน ขณะเข้าร่วมการประชุมนักลงทุนประจำปีของบริษัท บริเวณใกล้โรงแรม New York Hilton Midtown
ทอมป์สันเป็นชายวัย 50 ปี ที่ทำงานให้กับ UnitedHealthcare ตั้งแต่ปี 2547 และได้รับแต่งตั้งให้เป็น CEO ในปี 2564 ซึ่งเป็นหน่วยงานประกันของ UnitedHealth Group ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ ที่เรียกได้ว่า บริษัทนี้เป็นบริษัทประกันภัยที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ
ขณะนี้ ตำรวจยังคงตามล่าตัวผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม ซึ่งยังไม่ทราบแรงจูงใจแน่ชัด แต่ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนที่มีคำว่า ‘Deny, defend, depose’ หมายถึง ปฏิเสธ แก้ต่าง และถอดถอน
ตำรวจเชื่อว่า คำดังกล่าวอาจตั้งใจเสียดสีวิธีการที่บริษัทประกันภัยใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายสินไหมทดแทนและเพื่อเพิ่มผลกำไร โดยเป็นชุดคำที่คล้ายกับคำอธิบายกลยุทธ์ของบริษัทประกันภัย เช่น ‘Delay, deny, defend’ ซึ่งหมายถึง ล่าช้า ปฏิเสธ และแก้ต่าง ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นชื่อหนังสือวิจารณ์อุตสาหกรรมประกันภัยเล่มหนึ่งทีตีพิมพ์ในปี 2010 อีกด้วย
เคนเนธ เกรย์ (Kenneth Gray) อดีตเจ้าหน้าที่พิเศษเอฟบีไอ กล่าวกับสำนักข่าว CNN ว่า “นั่นอาจเป็นการที่ส่งข้อความบอกเหตุผลว่าทำไมเขาถึงยิง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็อาจเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อพยายามหนีจากเหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการกระทำนั้น” เกรย์อธิบายเพิ่มเติมว่า แม้จะยังไม่รู้แรงจูงใจแน่ชัด แต่เชื่อว่ามีการวางแผนมาอย่างดี
หลังการสังหารทอมป์สัน ความโกรธแค้นที่แฝงอยู่ในชาวอเมริกันก็ดูเหมือนจะปะทุออกมา ทั้งความรู้สึกต่อระบบการดูแลสุขภาพ บริษัททั้งที่แสวงหากำไรและไม่แสวงหากำไร บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ และโครงการของรัฐบาล
ย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคม 2024 ผู้คนมากกว่า 100 คนรวมตัวกันหน้าสำนักงานใหญ่ของ UnitedHealthcare ในรัฐมินนิโซตา เพื่อประท้วงนโยบายของบริษัทประกันและการปฏิเสธการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของผู้ป่วย โดยบันทึกของตำรวจระบุว่า ผู้ชุมนุมมาจากทั่วประเทศ และการชุมนุมจัดขึ้นโดย People’s Action Institute
อูไน มอนเตส-อิรูเอสเต (Unai Montes-Irueste) ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์สื่อของกลุ่มรณรงค์ในชิคาโก กล่าวว่า ผู้ที่ออกมาประท้วงต่างมีประสบการณ์ส่วนตัวจากการถูกปฏิเสธเอาประกันภัย และยังเผชิญปัญหาอื่นๆ เกี่ยวกับระบบการดูแลสุขภาพ “พวกเขาถูกปฏิเสธการดูแล จากนั้นพวกเขาต้องผ่านกระบวนการอุทธรณ์ ซึ่งมันยากมากที่จะชนะ” อิรูเอสเตกล่าวกับสำนักข่าว BBC
เมื่อย้อนกลับไปดู LinkedIn ของทอมป์สัน พบว่ามีหลายคนแสดงความโกรธเคืองกับการถูกปฏิเสธเอาประกัน เช่น ใต้โพสต์ที่เขาเล่าว่าบริษัทของเขามีส่วนร่วมในการทำให้ยามีราคาถูกลง กลับมีคนที่ออกมาเล่าประสบการณ์การเอาประกันภายใต้บริษัทนี้ เช่น บริษัทยังคงไม่อนุมัติค่ารักษาต่างๆ หรือไม่อนุมัติบางการรักษาทั้งที่แพทย์เห็นสมควร
หลังจากเกิดเหตุการณ์สังหาร นักการเมืองและเจ้าหน้าที่ในอุตสาหกรรมหลายคนแสดงความตกใจและเห็นใจ เช่น ไมเคิล ทัฟฟิน (Michael Tuffin) ประธานสมาคมการค้าที่เป็นตัวแทนของบริษัทประกันสุขภาพรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริก (AHIP) กล่าวว่า
“เขาหัวใจสลายและหวาดกลัวต่อการสูญเสียเพื่อนของผม ไบรอัน ทอมป์สัน […] เขาเป็นพ่อที่ทุ่มเท เป็นเพื่อนที่ดีของใครหลายคน และเป็นเพื่อนร่วมงานและผู้นำที่จริงใจและน่าประทับใจ”
อย่างไรก็ดี ผู้คนจำนวนมากบนอินเทอร์เน็ต รวมถึงลูกค้าของ UnitedHealthcare และผู้ใช้บริการประกันภัยอื่นๆ กลับมีปฏิกิริยาที่ต่างออกกัน มีตั้งแต่การพูดล้อเลียนเป็นมุกตลกต่างๆ และออกมาเล่าประสบการณ์ และความคิดเห็น ต่อการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนประกันภัยที่ถูกปฏิเสธโดย UnitedHealthcare ไปจำนวนมาก รวมถึงที่ถูกปฏิเสธจากบริษัทประกันภัยอื่นๆ ด้วย
นักวิจารณ์ส่วนหนึ่งกล่าวอย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่สงสารทอมป์สันเลย บางคนถึงกับเฉลิมฉลองการเสียชีวิตของเขาด้วย
เดวิด สวอนสัน (David Swanson) นักจิตวิทยา ให้ความคิดเห็นกับปรากฏการณ์นี้ว่า “ผมไม่คิดว่าคนเหล่านี้กำลังยกย่องการฆาตกรรมหรือเห็นด้วยกับการฆาตกรรม แต่ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าผู้คนรู้สึกหงุดหงิดเพียงใด สิ่งต่าง ๆ มีราคาแพงอย่างไม่น่าเชื่อ และประกันสุขภาพก็มีราคาแพงอย่างน่าขัน และเมื่อคุณลองใช้มันแล้ว มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้มันได้จริง”
ทัฟฟินก็ได้ประณามภัยคุกคามที่มีต่อเพื่อนร่วมงานของเขา โดยอธิบายว่า พวกเขาเป็น ‘ผู้เชี่ยวชาญที่ขับเคลื่อนด้วยภารกิจ ทำงานเพื่อให้ความคุ้มครองและการดูแลมีราคาไม่แพงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้’
ปรากฏการณ์นี้จึงอาจสะท้อนว่าระบบสุขภาพ และระบบประกันสุขภาพของสหรัฐอเมริกาอาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังไปแล้ว ทั้งมีความซับซ้อน มีค่าใช้จ่ายสูง และต้นทุนมหาศาลเหล่านั้นก็ตกมาเป็นภาระที่ตัวบุคคลโดยตรง
จากการวิจัยล่าสุดของ Commonwealth Fund พบว่า ผู้ใหญ่วัยทำงานที่ทำประกันกว่า 45% ถูกเรียกเก็บเงินในสิ่งที่พวกเขาคิดว่าควรจะได้ความคุ้มครองจากประกัน และผู้ตอบแบบสอบถาม 17% กล่าวว่า บริษัทประกันของตนปฏิเสธความคุ้มครองสำหรับการดูแลที่แพทย์แนะนำ
คริสติน ไอบ์เนอร์ (Christine Eibner) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากองค์กรไม่แสวงหากำไร RAND Corporation กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทประกันภัยได้ออกคำปฏิเสธความคุ้มครองการรักษามากขึ้นเรื่อยๆ และใช้การอนุมัติล่วงหน้าในการปฏิเสธความคุ้มครอง โดยเบี้ยประกันอยู่ที่ประมาณ 25,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 840,000 บาทไทย) ต่อครอบครัว
UnitedHealthcare และบริษัทประกันภัยอื่นๆ จึงยังคงต้องเผชิญกับคดีความ การสืบสวนของสื่อ และการสอบสวนของรัฐบาลเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติของพวกเขา
อย่างเมื่อปีที่แล้ว UnitedHealthcare ได้ยอมความในคดีความที่ฟ้องโดยนักศึกษาที่ป่วยเรื้อรัง ซึ่งเรื่องราวของเขาถูกนำเสนอโดยเว็บไซต์ ProPublica ซึ่งระบุว่า นักศึกษาคนนั้นต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล 800,000 ดอลลาร์ เนื่องจากไม่ได้รับยาที่แพทย์สั่งจ่าย
หลังจากนี้ จึงจะต้องติดตามต่อไปว่าในคดีสังหารทอมป์สัน จะพบผู้กระทำหรือไม่ โดยขณะนี้ กรมตำรวจนิวยอร์กกำลังทำงานร่วมกับ FBI และหน่วยงานอื่นทั่วประเทศเพื่อค้นหาผู้ต้องสงสัย และเตรียมมอบรางวัลให้กับประชาชนที่พบเบาะแส โดยตำรวจได้เผยแพร่ภาพใหม่ 2 ภาพซึ่งเห็นหน้าส่วนหนึ่งของผู้ต้องสงสัย
และอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการติดตามว่าหลังประเด็นปัญหาระบบสุขภาพในสหรัฐฯ นั้นถูกจุดประเด็นขึ้น จะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการพูดถึงในวงกว้างมากยิ่งขึ้น จนนำไปสู่การแก้ไขระบบให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นได้หรือเปล่า หรือแม้กระทั่งการกลับมาตั้งคำถามในประเทศไทยเอง ว่าขณะนี้ระบบสุขภาพยังมีปัญหาใดอยู่หรือไม่ และใครควรเข้ามามีบทบาทในการปรับปรุง
อ้างอิงจาก