เมื่อวานนี้ (29 มกราคม) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามใน Laken Riley Act ร่างกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับการส่งกลับผู้อพยพ นับเป็น ‘กฎหมายฉบับแรกที่ทรัมป์ลงนาม’ หลังจากเข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2 พร้อมประกาศแผนส่งผู้อพยพ ไปขังที่สถานกักขังอ่าวกวนตานาโม
กฎหมาย Laken Riley Act คืออะไร?
Laken Riley Act เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจแก่หน่วยงานรัฐบาลกลาง ให้สามารถถูกจับกุมผู้ที่อาศัยในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย และส่งตัวกลับประเทศได้ทันที หากผู้อพยพถูกกล่าวหาว่า ก่ออาชญากรรมที่กำหนดไว้ แม้จะยังไม่มีคำตัดสินจากศาลก็ตาม
ตัวอย่างความผิดเฉพาะที่เข้าข่ายกฎหมายฉบับนี้ ได้แก่ การลักทรัพย์ การลักขโมยในร้านค้า การทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอาชญากรรมใดๆ ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย
อีกทั้ง Laken Riley Act ยังอนุญาตให้อัยการสูงสุดฟ้องรัฐบาลกลางได้ หากเชื่อว่ามลรัฐของตัวเอง หรือผู้อยู่อาศัยได้รับอันตราย จากความล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง
อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ กฎหมายฉบับนี้ถูกตั้งชื่อตาม เลคเคน ไรลีย์ (Laken Riley) นักศึกษาพยาบาลวัย 22 ปี จากมหาวิทยาลัยออกัสตา (Augusta University) ในจอร์เจีย ที่ถูก โฮเซ่ อันโตนิโอ อิบาร์รา (Jose Antonio Ibarra) ชายวัย 26 ปี ชาวเวเนซุเอลา ผู้อาศัยในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย ทำร้ายและสังหาร ขณะที่เธอออกไปวิ่ง ในเช้าวันหนึ่งของเดือนกุมภาพันธ์ 2024
หลังจากนั้นอิบาร์ราก็ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต แต่เมื่อย้อนไปประวัติของเขา เขาเคยถูกจับกุมในคดีลักขโมยของในร้านค้า แต่ไม่เคยถูกควบคุมตัว ทำให้กฎหมายดังกล่าว มีจุดมุ่งหมายเพื่อเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมาย ซึ่งถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมต่างๆ ออกไป
“เราจะเก็บความทรงจำของเลคเคนไว้ในใจตลอดไป ด้วยการกระทำในวันนี้ ชื่อของเธอจะคงอยู่ในกฎหมายของประเทศเราตลอดไป” ทรัมป์กล่าวในพิธีลงนามกฎหมาย Laken Riley Act ซึ่งพ่อแม่และน้องสาวของไรลีย์เข้าร่วม
เขาระบุว่า “นี่คือกฎหมายที่สำคัญมาก นี่คือสิ่งที่ทำให้พรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันมารวมกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เลคเคนทำได้”
แผนการส่งผู้อพยพ ไปกวนตานาโม
นอกจากนี้ในพิธีดังกล่าว ทรัมป์ยังประกาศว่า ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เพื่อจัดเตรียมสถานกักขังขนาดใหญ่ที่อ่าวกวนตานาโม ซึ่งสามารถรองรับผู้อพยพที่ถูกเนรเทศจากสหรัฐฯ ได้ถึง 30,000 คน
สถานที่ดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของฐานทัพเรือสหรัฐฯ ที่อ่าวกวนตานาโม ทางตะวันออกเฉียงใต้ของคิวบา ซึ่งจะมีการขยายและก่อสร้างบริเวณกักขังแยกสำหรับกักขังผู้อพยพ ทั้งนี้ที่นั่นยังมีเรือนจำความปลอดภัยสูง สำหรับผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายต่างชาติ ที่ก่อตั้งขึ้นภายหลังการโจมตีสหรัฐฯ ในเหตุการณ์ 9/11
“เรามีเตียง 30,000 เตียงในกวนตานาโม สำหรับคุมขังผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นอาชญากรที่เลวร้ายที่สุด ที่คุกคามประชาชนอเมริกัน” ทรัมป์ระบุว่า “บางคนเลวร้ายมากจนเราไม่ไว้ใจประเทศต่างๆ ให้กักขังพวกเขาไว้ และเราไม่อยากให้พวกเขากลับมา ดังนั้นเราจึงจะส่งพวกเขาไปที่กวนตานาโม”
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐบาลของบารัค โอบามา และโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ได้พยายามลดจำนวนผู้ที่ถูกคุมขังที่กวนตานาโมลง โดยในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง ไบเดนได้เร่งย้ายผู้ต้องขังที่กวนตานาโมไปยังประเทศที่สาม และรายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อ 6 มกราคม ระบุว่าที่สถานกักขังดังกล่าว มีผู้ต้องขัง 15 คนถูกคุมขังอยู่ ซึ่งถือเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ 22 ปีของคุกแห่งนี้
ด้าน มิเกล ดิอาซ-คาเนล (Miguel Díaz-Canel) ประธานาธิบดีคิวบา แสดงความเห็นต่อเหตุการณ์นี้ว่าเป็น ‘การกระทำที่โหดร้าย’ และกล่าวว่าสถานกักขังที่อ่าวกวนตานาโมนั้น “เป็นที่รู้จักดีสำหรับการทรมาน และการกักขังโดยผิดกฎหมาย”
นอกจากนี้แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ยังระบุว่ากวนตานาโมเป็น “สถานที่ที่ใช้ทรมาน และกักขังแบบไม่มีที่สิ้นสุด โดยไม่มีการตั้งข้อหาหรือพิจารณาคดี และยังมีกระทำการอื่นๆ ที่ผิดกฎหมาย” พร้อมเสริมว่า ทรัมป์ควรใช้อำนาจในตำแหน่งของตัวเอง เพื่อปิดเรือนจำแห่งนี้ ไม่ใช่ใช้กักขังผู้อพยพในต่างประเทศ
อ้างอิงจาก