หลังจากที่ทางการไทยได้ส่งตัวชาวอุยกูร์ 40 กลับไปยังประเทศจีน ก็ได้มีเสียงสะท้อนเป็นปฏิกิรยาที่ตามมาจากต่างประเทศ
โดยตอนนี้มีแถลงการณ์ออกมาจากสหภาพยุโรป, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี และออสเตรเลีย ที่ต่างแสดงความกังวลต่อการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ในขณะที่รัฐบาลไทยยืนยันว่า ดำเนินการตามกฎหมายภายใน และกฎหมายระหว่างประเทศ
เริ่มจากสหภาพยุโรป หรือ อียู ที่มีแถลงการณ์ระบุว่า “สหภาพยุโรปเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อการที่ประเทศไทยส่งตัวชาวอุยกูร์จำนวน 40 คนกลับไปยังประเทศจีน” ระบุในแถลงการณ์โดยโฆษกของผู้แทนระดับสูงของ EU และรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป
แถลงการณ์ย้ำว่า เหตุการณ์นี้เป็นการละเมิดหลักการไม่ส่งตัวกลับ (non-refoulement) ซึ่งเป็นหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งห้ามผลักดันผู้อพยพไปเผชิญอันตรายต่อชีวิตหรือเสรีภาพ อีกทั้งยังละเมิดพันธกรณีของประเทศไทย ต่อกฎหมายทั้งในระดับชาติและในระดับระหว่างประเทศ ในฐานะสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
ด้าน David Lammy รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ ก็ได้กล่าวถึงกรณีนี้เช่นกัน โดยระบุว่า “สหราชอาณาจักรไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการตัดสินใจของไทย ที่เนรเทศชาวมุสลิมอุยกูร์ 40 คนไปยังจีน” แม้ว่าไทยจะมีพันธกรณีระหว่างประเทศ ตามหลัก non-refoulement และมีการพบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ดำเนินอยู่ในซินเจียง ก็ตาม
“สหราชอาณาจักรเรียกร้องให้มีการรักษาสิทธิมนุษยชนของกลุ่มนี้” Lammy ระบุ พร้อมเรียกร้องให้จีน ปฏิบัติตามคำแนะนำของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน ในประเด็นเกี่ยวกับซินเจียง
ด้านเยอรมนี มีแถลงการณ์ออกมาว่า “รัฐบาลเยอรมนีขอประณามการตัดสินใจของรัฐบาลไทย ในการเนรเทศชาวอุยกูร์จำนวนหนึ่งไปยังประเทศจีน การเนรเทศดังกล่าว ถือเป็นการละเมิดหลักการสากล ซึ่งห้ามไม่ให้ส่งกลับบุคคลไปยังที่ซึ่งพวกเขาอาจจะต้องเผชิญกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง” โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนี ระบุ
ด้านรัฐบาลออสเตรเลีย ก็ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า “ออสเตรเลียคาดหวังให้ทุกประเทศปฏิบัติตามพันธกรณีทางกฎหมาย ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ รวมถึงพันธกรณีเรื่องการไม่ส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับไปเผชิญอันตราย (non-refoulement)”
ทั้งนี้ออสเตรเลียย้ำว่า “เราได้แสดงความกังวลต่อรัฐบาลไทยหลายครั้งแล้ว และขณะนี้เราได้สื่อสารความคาดหวังของเรากับทางการจีน เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อกลุ่มชาวอุยกูร์”
ขณะที่ฝั่งรัฐบาลไทย เมื่อวานนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2568) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ ได้ร่วมแถลงข่าวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่า การส่งตัวครั้งนี้ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมดำเนินการทุกขั้นตอน ตามหลักการทางกฎหมายระหว่างประเทศ
ภูมิธรรมกล่าวว่า ทางรัฐบาลไทยดำเนินกระบวนการอย่างรอบคอบ จนมั่นใจว่า การส่งตัวกลับครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายภายในและระหว่างประเทศ รวมถึง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทำร้ายและการกระทำที่ทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565
“เรายืนยันว่าเราทำตามหลักการของเรา ทำเพื่อให้เกิดมนุษยธรรม เพราะว่าเราก็ไม่สบายใจเท่าไหร่หรอกที่เอาเขามาอยู่ในกำกับของเรา เขาควรไปใช้ชีวิตเยี่ยงประชาชนทั่วไป เราได้เห็นเขากอดคอดีใจขอบคุณเรา เราถือว่าครั้งนี้เราได้ตัดสินใจบนฐานที่วางด้วยมนุษยธรรม หลักกฎหมายแล้วดำเนินการ” ภูมิธรรมระบุ
ด้าน แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ได้กล่าวในวันนี้ ว่ากระบวนการส่งกลับนั้นไม่ได้ทำผิดกฎสหประชาชาติ และไม่ได้ละเมิดหลักมนุษยชนแต่อย่างใด เนื่องจากรัฐบาลจีนได้ยืนยันว่า ชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คน จะไม่ถูกสอบสวนหรือดำเนินคดีใดๆ พร้อมทั้งสามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวและสังคมได้ทันที
อ้างอิงจาก