งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Plos One พบว่าแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ปิด มนุษย์ก็สามารถสูดดมอนุภาคไมโครพลาสติกได้เกือบ 70,000 อนุภาคต่อวัน ซึ่งอนุภาคเหล่านี้อาจมีขนาดเล็กมาก จนสามารถแทรกซึมลึกเข้าไปในปอดได้
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยตูลูส (Université de Toulouse) ในประเทศฝรั่งเศส ได้เก็บตัวอย่างอากาศภายในพื้นที่ปิด 16 ตัวอย่าง ทั้งจากในอพาร์ตเมนต์และภายในรถยนต์ จากนั้นวิเคราะห์โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า รามานสเปกโทรสโคปี (Raman Spectroscopy) เพื่อวัดความเข้มข้นของไมโครพลาสติกที่ลอยอยู่ในอากาศ
จากนั้นพบว่า มนุษย์สามารถสูดดมพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมโครเมตร ได้มากถึง 68,000 อนุภาคต่อวัน โดยผลการวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่า “ผลกระทบต่อสุขภาพ จากการสูดดมไมโครพลาสติก อาจมีมากกว่าที่เราคิด” ซึ่งไมโครพลาสติกที่ว่า มีขนาดระหว่าง 1 ถึง 10 ไมโครเมตร หรือประมาณ 1 ใน 7 ของความหนาของเส้นผมมนุษย์ และเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าพลาสติกรูปแบบอื่นๆ เพราะสามารถกระจายไปทั่วร่างกายได้ง่ายกว่า
“เราค่อนข้างประหลาดใจกับระดับไมโครพลาสติกที่เราพบ ซึ่งสูงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้มาก” นาเดีย ยาโคเวนโก (Nadiia Yakovenko) นักวิจัยด้านไมโครพลาสติกและผู้ร่วมวิจัยกล่าว
เธอชี้ถึงอันตรายว่า “ขนาดของอนุภาคมีขนาดเล็ก และเป็นที่ทราบกันดีว่าสามารถแพร่กระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อได้ ซึ่งเป็นอันตราย เพราะมันสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและลงลึกเข้าไปในระบบทางเดินหายใจได้”
ยิ่งไปกว่านั้น ความเข้มข้นในอากาศภายในอาคาร ยังสูงกว่าอากาศภายนอกอาคารมาก โดยยาโคเวนโกระบุว่า ในสภาพแวดล้อมปิดจะมีพลาสติกปริมาณมากกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ขนาดเล็กและมีการระบายอากาศที่ไม่ดี จนกลายเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างมาก เพราะมนุษย์ใช้เวลาราว 90% ของวัน อาศัยในอาคาร
หลายคนเชื่อว่า แหล่งที่มาของไมโครพลาสติกรอบตัวเรา อาจมาจากพลาสติกที่ย่อยสลายได้ในสินค้าอุปโภคบริโภค ตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องครัว ไปจนถึงพรม ซึ่งแทบทุกกิจกรรมของมนุษย์ก็ล้วนทำให้เกิดไมโครพลาสติกขึ้นได้ อีกทั้งเนื่องจากอนุภาคของไมโครพลาสติกมีน้ำหนักเบามาก ทำให้อาจลอยอยู่ในอากาศได้นานกว่า เนื่องจากมีน้ำหนักเบากว่า
อ้างอิงจาก