คดีสำคัญในวันนี้ คือการที่อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ถูกศาลฎีการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งให้กลับไปถูกจำคุกที่เรือนจำจากคดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ
ศาลให้ความเห็นที่น่าสนใจว่าอะไรบ้าง? เราสรุปคร่าวๆ มาให้อ่านในโพสต์นี้
ศาลมีความเห็นว่า อดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่ได้ป่วยหนักและฉุกเฉิน แต่เป็นโรคเรื้อรัง รวมถึงเขายังเลือกรักษาในอาการนิ้วล็อกและอาการบาดเจ็บที่เอ็นหัวไหล่ ขณะเดียวกัน เขาก็ได้ปฏิเสธที่จะรับยาสำหรับอาการโรคกระทูบทับเส้นประสาท และโรคหัวใจ
ศาลระบุว่า กระบวนการส่งตัวทักษิณออกไปโรงพยาบาลตำรวจไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย
ด้าน ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ คู่กรณีผู้ที่ยื่นคำร้องต่อศาลฯ กล่าวว่า วันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ศาลได้มาอ่านรายละเอียดที่ให้เห็นว่ามีการกระทำความผิดอะไร และศาลได้ลงข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ของราชทัณฑ์มีการกระทำความผิดอะไรบ้าง เกี่ยวกับกฎหมายราชทัณฑ์ ซึ่ง ปปช.จะเป็นผู้ดำเนินการต่อเนื่องจากมีการร้องเรียนของคปท.
ชาญชัยกล่าวต่อว่า คำสั่งของศาลในวันนี้ ทำให้เห็นว่ามีการนำตัวทักษิณไปโรงพยาบาล ไม่ชอบด้วยกฎหมายอะไร โดยกฎหมายเฉพาะราชทัณฑ์ด้วย ส่วนอีกประการคือ ศาลบอกว่าทักษิณรู้อยู่แล้วว่าไม่ได้ป่วย ก็ยังไปอยู่เบื้องหลังในการกระทำความผิดครั้งนี้ จึงทำให้การไปอยู่โรงพยาบาลนั้นมีส่วนรู้เห็น เพราะฉะนั้น จะอ้างว่าเป็นเรื่องของความผิดเจ้าหน้าที่ไม่ได้ เหมือนทักษิณเป็นผู้สนับสนุนหรือตัวการตามกฎหมายอาญา ม.86
“อีกทั้ง ศาลได้ตัดสินว่าการพักโทษ อีก 6 เดือน โดยใช้พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ถือว่ามิชอบไปด้วย เป็นเหตุให้ต้องจำคุกทั้งหมดรวมทั้งที่ไปอยู่โรงพยาบาล ทั้งหมด 1 ปี ศาลก็ลงโทษตามความเป็นจริงของกฎหมายและการกระทำของทักษิณเอง” ชาญชัยกล่าว
ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ทักษิณเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 และรายงานตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เดินทางกลับประเทศไทยในรอบ 17 ปี ต่อมาทักษิณถูกนำตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดยรับโทษใน 3 คดี ได้แก่
- คดีทุจริตที่ดินรัชดา จำคุก 3 ปี
- คดีหวยบนดินจำคุก 2 ปี
- คดีธนาคารปล่อยกู้กฤษดานคร จำคุก 3 ปี
รวมทั้งสิ้น 8 ปี ซึ่งในขณะที่ทักษิณอยู่ในเรือนจำไม่ถึง 12 ชั่วโมง ก็มีรายงานว่า ทักษิณถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลตำรวจ และเข้ารับการรักษาตัวที่ชั้น 14 ด้วยอาการฉุกเฉิน
โดยระหว่างการเข้าพักรักษาตัว ทักษิณได้รับการอภัยโทษจากเดิมต้องจำคุก 8 ปี เหลือ 1 ปี กระทั่งวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 ทักษิณได้รับการพักโทษและปล่อยตัวกลับบ้าน หลังจากที่ถูกจำคุกในโรงพยาบาลตำรวจเป็นเวลา 180 วัน ซึ่งเข้าเงื่อนไข อายุเกิน 70 ปี มีโรคเรื้อรัง และได้รับโทษมาแล้วเกิน 1 ใน 3 (ไม่ต่ำกว่า 180 วัน) ก่อนที่ทักษิณจะกลายเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์ในอีก 6 เดือนต่อมา
ขณะที่ก่อนหน้าที่ศาลฎีกาจะมีคำตัดสิน ทักษิณได้เดินทางออกนอกประเทศเมื่อวันที่ 4 กันยายน ไปยังประเทศสิงคโปร์ โดยอ้างว่าจะไปตรวจสุขภาพ แต่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้ถ่วงเวลาไว้กว่า 2 ชั่วโมงทำให้ไม่สามารถนำเครื่องลงจอดที่สิงคโปร์ได้ จึงเปลี่ยนปลายทางไปยังดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แทน และเดินทางกลับประเทศไทยวานนี้ (8 กันยายน)
ด้าน แพทองธาร ชินวัตร กล่าวกับสื่อมวลชนภายหลังการพิจารณาคดีว่า รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีการอภัยโทษ ลดโทษให้คุณพ่อเหลือ 1 ปี และขอบคุณกำลังใจ ความห่วงใยจากทุกท่าน
แพทองธาร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ทักษิณเองก็ยังเป็นผู้นำในทางจิตวิญญาณในเรื่องของการเมืองที่ผ่านมา ผลงานต่างๆ ที่ทำเพื่อบ้านเมือง และยังเป็นคนที่นึกถึงบ้านเมืองอยู่เสมอ เป็นคนที่และตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตพี่น้องประชาชนมีความเป็นอยู่ดี
“ดิฉันเองและครอบครัวมีความเป็นห่วงคุณพ่อ แต่ว่าก็รู้สึกภูมิใจที่คุณพ่อได้สร้างประวัติศาสตร์มากมายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายมีประโยชน์อย่างมาก พอมาวันนี้ก็เป็นประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่ง ที่มีนายกฯ คนแรกที่ต้องจำคุก เรื่องนี้ก็อาจจะค่อนข้างหนักนิดนึง แต่ว่าแน่นอนค่ะว่ากำลังใจดี ทั้งคุณพ่อและครอบครัว” แพทองธารกล่าว