คณะกรรมาธิการสหประชาชาติ เปิดเผยเอกสาร 72 หน้า ที่ชี้ว่าอิสราเอลกำลังก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา พร้อมเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกลงโทษผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
“การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กำลังเกิดขึ้นในฉนวนกาซา และยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นาวี พิลเลย์ (Navi Pillay) ประธานคณะกรรมาธิการสอบสวนระบุ
เมื่อวานนี้ (16 กันยายน 2025) คณะกรรมการสอบสวนระหว่างประเทศอิสระแห่งสหประชาชาติ (The United Nations independent international commission of inquiry หรือ COI) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Human Rights Council หรือ HRC) เผยว่าอิสราเอลได้ “ก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ 4 ครั้ง” ในฉนวนกาซา นับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2023
รายงานความยาว 72 หน้านี้ ระบุว่ากองทัพอิสราเอล “จงใจสังหาร” พลเรือนและเด็กจำนวนมากใน ‘กลยุทธ์ผลาญภพ’ (scorched-earth military strategy) ไม่เพียงเท่านั้น ยังพบหลักฐานการจำกัดอาหารและยา การปฏิบัติต่อผู้ถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรม การบังคับพลัดถิ่น และการทำลายล้างพื้นที่ส่วนใหญ่ ซึ่งนำไปสู่ความอดอยากรุนแรง และการเสียชีวิตของพลเมืองจำนวนมาก
COI ยังได้กล่าวหา เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และผู้นำระดับสูงของอิสราเอลคนอื่นๆ ว่ายุยงปลุกปั่นให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พร้อมระบุว่า มีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
“คำแถลงของทางการอิสราเอล เป็นหลักฐานโดยตรงที่บ่งชี้ถึงเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” พิลเลย์กล่าว
รายงานฉบับนี้ ยังเรียกร้องให้อิสราเอลดำเนินการหยุดยิง ‘อย่างถาวรและสมบูรณ์’ โดยอนุญาตให้หน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติเข้าถึงฉนวนกาซาได้โดยไม่ถูกขัดขวาง และให้อิสราเอลยุติ ‘นโยบาย’ ที่บังคับให้เกิดการอดอาหาร พร้อมยกเลิกระบบแจกจ่ายความช่วยเหลือ (GHF) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์หลายพันคนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ขณะรอรับความช่วยเหลือ
จนถึงตอนนี้รายงานดังกล่าว ถือเป็นข้อค้นพบที่หนักแน่นที่สุดจากหน่วยงานสหประชาชาติ แต่รายงานฉบับนี้ไม่ได้สะท้อนถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการ ของสหประชาชาติในเชิงรวม เพราะ COI ถือเป็นคณะกรรมการอิสระ ซึ่งปัจจุบันสหประชาชาติยังไม่ได้ใช้คำว่า ‘การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์’ อย่างเป็นทางการ แต่กำลังถูกกดดันอย่างหนักให้นำคำดังกล่าวมาใช้ อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้จะมีอิทธิพลต่อคนสำคัญภายในองค์กรและรัฐบาลสมาชิก
“เมื่อมีสัญญาณและหลักฐานที่ชัดเจนของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปรากฏออกมา การที่ไม่มีการดำเนินการใดๆ เพื่อหยุดยั้งก็เท่ากับเป็นการสมรู้ร่วมคิด” พิลเลย์กล่าวว่า “รัฐทุกรัฐมีพันธกรณีทางกฎหมาย ที่จะต้องใช้ทุกวิถีทางที่มีอยู่อย่างสมเหตุสมผล เพื่อหยุดยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา”
อ้างอิงจาก