ท่ามกลางความท้าทายมากมายในปัจจุบัน ซึ่งวิกฤตโลกเดือดได้ทำให้รัฐบาลนานาประเทศ อุตสาหกรรมภาคส่วนต่างๆ หรือแม้กระทั่งตัวเราเอง ต้องพากันปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในโจทย์สำคัญของยุคนี้คงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า “เราจะพาเศรษฐกิจไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างไรบ้าง?”
วันนี้ The MATTER ชวนทุกคนมาหาคำตอบในงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 กันยายน-5 ตุลาคม 2568 ซึ่งสำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย (Austrade) ได้พา 14 ธุรกิจชั้นนำจากออสเตรเลีย มาแบ่งปันไอเดียด้านความยั่งยืน

มหกรรม Sustainability Expo 2025
ดร.แอนเจลา แมคโดนัลด์ (Dr.Angela Macdonald) เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ย้ำถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับออสเตรเลีย ซึ่งที่ผ่านมาได้สร้างความร่วมมือในแทบทุกด้าน
“ไม่ว่าคุณจะนึกถึงอะไร จะมีชาวออสเตรเลียและคนไทยทำงานร่วมกัน เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เราเผชิญ และดำเนินการด้วยความเป็นมิตร ทั้งให้การสนับสนุนและร่วมมือกัน” ดร.แมคโดนัลด์ระบุว่า ‘ธุรกิจเพื่อความยั่งยืน’ ก็เป็นหนึ่งในความร่วมมือนั้น

ดร.แอนเจลา แมคโดนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย
ด้าน ดร.พอล กริมส์ (Dr.Paul Grimes) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Austrade–ซึ่งที่ผ่านมาได้ช่วยสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ผ่านการเชื่อมโยงบริษัทไทยกับออสเตรเลีย ก็ได้ย้ำถึงบทบาทของธุรกิจในการรับมือกับความท้าทาย ของการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว
“นักวิทยาศาสตร์ของเราได้ทำงานร่วมกันมาหลายปีแล้ว ตอนนี้เราจำเป็นต้องนำโอกาสนั้นไปปฏิบัติจริงโดยให้ภาคธุรกิจมีส่วนร่วม เราจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้หากขาดภาคธุรกิจไป และในขณะเดียวกันที่ภาคธุรกิจก็ช่วยให้เราก้าวไปสู่ความยั่งยืน พร้อมสร้างมีโอกาสทางเศรษฐกิจเช่นกัน” ดร.กริมส์ กล่าว
เขายกตัวอย่างโจทย์สำคัญซึ่งที่ผ่านมาภาคธุรกิจได้ร่วมกันหาทางออก เช่น
- เราจะจัดการขยะให้ดีขึ้นได้อย่างไร?
- เราจะลดการปล่อยมลพิษด้วยวิธีไหนบ้าง?
- เราจะบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้ดีขึ้นได้อย่างไร
- มีวิธีที่ดีกว่านี้ในการใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นไหม?
- เราจะบริหารเศรษฐกิจหมุนเวียนให้ดีขึ้นอย่างไร?
“ไม่ใช่แค่ทำงานหนึ่งหรือสองปี แต่นี่เป็นการสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืน”
ดร.กริมส์ กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวเป็นเรื่องท้าทาย ที่จำเป็นต้องใช้แนวทางระยะยาว “คือการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและมุ่งมั่น ที่จะทำงานร่วมกันเพื่อรับมือกับความท้าทาย”
เขาย้ำว่า “ธุรกิจมีบทบาทสำคัญ” ซึ่งเป้าหมายของ Austrade คือสนับสนุนให้ธุรกิจจะทำงานร่วมกันเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา โดยเน้นย้ำผลดีต่อสิ่งแวดล้อม ต่อภาคธุรกิจ และต่อเราทุกคนด้วย

ดร.พอล กริมส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Austrade
แล้วที่ผ่านมามีธุรกิจอะไรบ้าง ที่มุ่งแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม? ในงาน Sustainability Expo 2025 ก็มีธุรกิจด้านความยั่งยืนจากออสเตรเลียถึง 14 แห่ง ที่มาร่วมแบ่งปันไอเดียหลากหลาย
หนึ่งในนั้นคือ Earth Systems บริษัทที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม วิศวกรรม และการพัฒนาเทคโนโลยี ที่กำลังหาโอกาสใหม่ๆ ในประเทศไทย
คริส สมิธส์ (Chris Smithies) COO และผู้อำนวยการประจำเอเชีย เล่าว่าสิ่งที่ทำให้ Earth Systems แตกต่างจากบริษัทที่ปรึกษาทั่วไป คือการสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีจริงๆ เช่นกัน และที่ผ่านมาก็มีผลงานหลายด้าน ทั้งด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งการศึกษาพลังงานน้ำ จนถึงเทคโนโลยีคาร์บอน
สมิธส์นำเสนอ เทคโนโลยีคาร์บอนเนกาทีฟ (carbon negative technology) ซึ่งเป็นการแปลงขยะชีวภาพให้เป็นถ่านชีวภาพ (biochar) ที่ Earth Systems กำลังมุ่งมั่นนำเข้าประเทศไทย
แล้ว biochar คืออะไร? สมิธส์อธิบายว่าสิ่งนี้จะคล้ายๆ กับถ่าน แต่แตกต่างกันที่สามารถให้ความร้อนสูงกว่าและมีออกซิเจนต่ำกว่า ซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณภาพของดินได้เป็นอย่างดี เพราะจะปรับโครงสร้างดินบางชนิด ให้สามารถกักเก็บน้ำและสารอาหารได้มากขึ้น ดังนั้น biochar จะสามารถช่วยฟื้นฟูดินให้สามารถผลิตและนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้
เมื่อถามถึงการปรับใช้ในประเทศไทย สมิธส์ยกตัวอย่างการเผาเศษซากพืชหรือฟางข้าวโพดในแปลงนา ซึ่งสร้างฝุ่นที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
ดังนั้น “เรากำลังพยายามเสนอทางเลือกอื่น แทนที่จะต้องเผาเศษพืชเหล่านั้น พวกมันสามารถนำไปใช้เป็นทรัพยากรได้” โดยการแปลงขยะชีวภาพเหล่านั้นเป็น biochar เพื่อใช้เป็นทรัพยากรได้
อีกหนึ่งเทคโนโลยีด้านความยั่งยืนที่น่าสนใจมาจาก 4 Seasons Thailand (Charlies Ag) ธุรกิจครอบครัวที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านปศุสัตว์ โดยแดเนียล โอลสัน (Daniel Olsson) CEO ได้ชวนให้เรารู้จักอาหารเสริมสำหรับวัว ที่ช่วยเพิ่มน้ำหนัก เพิ่มปริมาณน้ำนม เพิ่มความเจริญพันธุ์ได้
โอลสันกล่าวว่า “การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตปศุสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหารที่ดีกว่า น้ำสะอาดกว่า อาหารเสริมที่มีคุณภาพ และทำให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ล้วนช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้”
“สัตว์ที่มีสุขภาพดีไม่เพียงแต่เป็นผลดีต่อการเลี้ยงสัตว์เท่านั้น แต่ยังเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย”