“วันใหม่ที่สวยงามกำลังมาถึง และบัดนี้การฟื้นฟูกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว” ประโยคที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (Donald Trump) ใช้กล่าวถึงวิสัยทัศน์หลังข้อตกลงหยุดยิง
ข้อตกลงประวัติศาสตร์ที่ยังไม่จบ
วันที่ 10 ตุลาคม 2025 นับเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของตะวันออกกลาง เมื่ออิสราเอลและฮามาสประกาศหยุดยิง ภายหลังการเจรจาอย่างเข้มข้นที่อียิปต์ โดยมีสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ผลักดันร่วมกับอียิปต์ กาตาร์ และตุรกี
ข้อตกลงดังกล่าวเปิดทางให้เกิดการปล่อยตัวประกัน การถอนกำลัง และการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่ฉนวนกาซาอีกครั้ง แต่แม้จะถูกยกให้เป็น ‘เหตุการณ์ประวัติศาสตร์’ ทว่าผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากกลับมองว่า ‘การหยุดยิง ไม่ได้เท่ากับสันติภาพ’
BBC วิเคราะห์ว่าทรัมป์ใช้ถ้อยคำเกินจริง เมื่อเรียกข้อตกลงนี้ว่า “ก้าวแรกสู่สันติภาพที่แข็งแกร่งและยั่งยืน” เพราะรายละเอียดสำคัญยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยเฉพาะคำถามว่า “ใครจะปกครองกาซา” และ “ฮามาสจะมีบทบาทอย่างไรหลังสงคราม”
ฮามาสกลับมาบนเวทีอำนาจ
หลังหยุดยิง ฮามาสเริ่มเคลื่อนกำลังกลับเข้ามาในเมืองสำคัญของกาซาอีกครั้ง ภาพการลาดตระเวนในเมืองต่างๆ ถูกเผยแพร่บนโลกอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าฮามาสได้จับกุมสมาชิกบางส่วนที่ถูกกล่าวหาว่า ‘ให้ความร่วมมือกับอิสราเอล’
ขณะที่บางพื้นที่เกิดการปะทะกับกลุ่มติดอาวุธท้องถิ่น เช่น กรณีตระกูลโดห์มุช (Doghmush) ในกาซาตอนกลาง เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนว่า ‘สงครามและการช่วงชิงอำนาจภายใน’ ยังคงดำเนินอยู่
เศรษฐกิจการฟื้นฟูหลังสงคราม นับเป็น ‘ต้นทุนมหาศาล’
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สงครามทำลายทุกสิ่งในกาซา บ้านเรือน โรงเรียน โรงพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานเกือบทั้งหมด ทั้งที่เดิมทีเศรษฐกิจในกาซาก็เปราะบางอยู่แล้ว ทั้งนี้ ต้นทุนฟื้นฟูถูกประเมินไว้หลายหมื่นล้านดอลลาร์ ที่หลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ ยังไม่กล้าให้งบสนับสนุน จนกว่ากาซาจะมีการจัดตั้งรัฐบาลกลางชั่วคราว หรือการลดอาวุธของฮามาส
ซึ่งฮามาสเองถือเป็นผู้เล่นสำคัญในเศรษฐกิจภายในกาซา ทั้งการเก็บภาษี การจัดสรรทรัพยากร และการควบคุมเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่า ฮามาสจะกลับมามีอำนาจทางเศรษฐกิจอีกครั้งระหว่างการฟื้นฟู
โครงสร้างอำนาจที่ยังไม่เปลี่ยน
หนึ่งในเงื่อนไขหลักของข้อตกลงคือการปลดอาวุธของฮามาส และการจัดตั้งคณะกรรมการเทคโนแครตชั่วคราว เพื่อบริหารกาซาภายใต้การกำกับขององค์การบริหารปาเลสไตน์
อย่างไรก็ตาม ฮามาสปฏิเสธที่จะปลดอาวุธจนกว่าจะมีการรับรอง ‘รัฐปาเลสไตน์’ ขณะที่รัฐบาลอิสราเอลก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการให้องค์การบริหารปาเลสไตน์เข้ามาควบคุมเต็มรูปแบบ
ความไม่แน่นอนนี้ยิ่งซับซ้อนขึ้น เมื่อยังมีการปะทะประปรายระหว่างกองกำลังฮามาสกับกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ ในกาซา รวมถึงการประท้วงของประชาชนที่เรียกร้องความช่วยเหลือด้านอาหารและน้ำสะอาด
โดยสรุปแล้วการหยุดยิงไม่ถือเป็นสันติภาพ แม้ว่าการหยุดยิงจะเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการคลี่คลายความรุนแรง แต่สันติภาพที่แท้จริงยังต้องการมากกว่านั้น ทั้งโครงสร้างตรวจสอบอำนาจ การมีส่วนร่วมของประชาชน ความโปร่งใสในการฟื้นฟู และการป้องกันไม่ให้ทุนภายนอกฉวยโอกาส เพื่อนำไปสู่การฟื้นตัวของกาซาหลังความขัดแย้งอย่างแท้จริง
อ้างอิงจาก