ทรัมป์สั่งเพนตากอนเริ่มทดสอบ ‘อาวุธนิวเคลียร์’ ทันที เพื่อให้ทัดเทียมจีนและรัสเซีย
“เนื่องจากประเทศอื่นๆ มีโครงการทดสอบ” โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยบน Truth Social ว่าได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมเริ่มทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในทันที “บนพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน (กับประเทศอื่นๆ)”
“ด้วยอานุภาพทำลายล้างมหาศาล ผมจึงเกลียดที่จะทำมัน (ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์) แต่ก็ไม่มีทางเลือก!” ทรัมป์กล่าวว่า ขณะนี้ “สหรัฐอเมริกามีอาวุธนิวเคลียร์มากกว่าประเทศอื่นใด” โดยอันดับสองคือรัสเซีย และจีนอยู่อันดับสามอย่างห่างไกล
โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ก่อนที่ทรัมป์จะพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน ซึ่งมีกำหนดในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (30 ตุลาคม 2025) ที่ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อพยายามยุติสงครามการค้า โดยถือเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างทั้งสองประเทศนับตั้งแต่ปี 2019
สิ่งที่น่าจับตามองคือ นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 33 ปีในการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ โดยการทดสอบอย่างเต็มรูปแบบครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กันยายน 1992 ณ ศูนย์ความมั่นคงแห่งชาติเนวาดา แต่ในปีเดียวกันนั้น จอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศระงับการทดสอบนิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันว่านับตั้งแต่ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ด้านจีนและรัสเซียก็ไม่ได้ทำการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์อีกเลย ดังนั้นการที่ทรัมป์อ้างถึงคำว่า “บนพื้นฐานที่เท่าเทียมกัน (กับประเทศอื่นๆ)” จึงไม่ชัดเจนนักว่า จะเป็นการทดสอบอาวุธชนิดใด หรือจะมีอะไรเกิดขึ้น
นอกจากนี้ สหรัฐฯ อาจไม่ได้มีอาวุธนิวเคลียร์ตามที่ทรัมป์อ้าง โดยรายงานจาก International Campaign to Abolish Nuclear Weapons ระบุว่า ปัจจุบันรัสเซียมีอาวุธนิวเคลียร์ที่ได้รับการยืนยันมากที่สุด โดยมีหัวรบนิวเคลียร์มากกว่า 5,500 หัวรบ ขณะที่สหรัฐฯ มีอาวุธนิวเคลียร์ 5,044 หัวรบ
นับตั้งแต่ปี 1998 ไม่มีประเทศใดนอกจากเกาหลีเหนือ ที่ได้ทำการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์เต็มรูปแบบ แต่ก็มีบางประเทศ–รวมถึงสหรัฐฯ ที่พยายามจำลองการระเบิดโดยใช้คอมพิวเตอร์ รวมถึงทดสอบวัสดุและกลไกของหัวรบนิวเคลียร์ เพื่อให้แน่ใจว่าคลังอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศเหล่านั้นยังคงใช้งานได้
อ้างอิงจาก