แม้เจน ออสติน (Jane Austen) จะใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่บทบาทของผู้หญิงมีข้อจำกัดในสังคมค่อนข้างสูง แต่งานเขียนของเธอกลับยังทำหน้าที่ข้ามศตวรรษ ด้วยประเด็นทางสังคมซ้ำเดิมที่มนุษย์ต้องเผชิญซ้ำไปเรื่อยๆ ไม่ว่าผ่านมากี่ร้อยปีก็ตาม
ผลงานอย่าง Pride and Prejudice, Sense and Sensibility, Emma หรือ Persuasion อาจฉาบด้วยเรื่องรักของเหล่าชั้นสูง แต่เมื่อกะเทาะลงไปถึงแก่นข้างใน จะพบว่างานเขียนของเธอนั้นตั้งคำถามเรื่องโครงสร้างสังคมมากพอๆ กับเรื่องของหัวใจ และเปี่ยมไปด้วยมิติในทุกตัวละคร ทุกคนมีจุดแข็ง จุดอ่อน ความดื้อดึง ความอ่อนไหว เว้นพื้นที่ให้เติบโตไม่ต่างจากผู้คนที่เราเจอในชีวิตจริง
ความธรรมดานี้เองที่ทำให้ผลงานของเธอถูกหยิบอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า และยังอยู่ในบทสนทนาของโลกวรรณกรรมจนถึงทุกวันนี้ แล้วกิจวัตรประจำวันแบบไหนกันที่ช่วยให้เธอผลิตผลงานละเมียดละไมนี้ได้
ในช่วงชีวิตที่เริ่มงานเขียน เธอใช้ชีวิตอยู่ในชนบทอันเงียบสงบ แม้จะอยู่ในฐานะของครอบครัวผู้รากมากดี แต่ทรัพย์สินก็ไม่ได้อู้ฟู่หรูหราเท่าไหร่นัก เธอจึงไม่สามารถเลี่ยงวิถีชีวิตบางอย่างได้
กิจวัตรประจำเช้าของเจนเริ่มต้นด้วยการฝึกเปียโนเสมอ (บางครั้งก่อนอาหารเช้าด้วยซ้ำ) เธอชอบเรียนรู้บทเพลงใหม่ๆ ในตอนเช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ เธอจึงตื่นนอนก่อนคนอื่นในครอบครัวเสมอ
หลังมื้ออาหารพร้อมหน้าในตอนเช้า เจนกลับไปที่โต๊ะทำงานเพื่อเขียนหนังสือ ตอบจดหมาย ออกไปเดินยืดเส้นยืดสายรับแสงแดดในยามบ่าย เธอรักในธรรมชาติ การเดินเล่นกลางแจ้งทั้งชีวิตจริงและในนิยาย นอกจากเดินเล่นไปทั่วหมู่บ้านแล้ว เธอยังชอบจัดสวน จนมีความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ติดตัวอยู่ด้วย
เดินเล่นก็เหมือนได้เก็บเกี่ยวไอเดียระหว่างทาง เมื่อเธอกลับถึงบ้าน จึงกระตือรือร้นที่จะหยิบปากกาขนนก นั่งประจำที่ในห้องรับแขก และเริ่มบรรเลงเรื่องราวลงบนกระดาษราคาแพงที่ต้องใช้อย่างกระเบียดกระเสียร ข้างกายเธอคือกล่องใส่เครื่องเขียนอันล้ำค่าที่พกติดตัวไปทุกที่ ภายในบรรจุกระดาษ หมึก และที่สำคัญที่สุดคือต้นฉบับผลงาน
เธอยังคงใช้เวลาเขียนอย่างใจจดใจจ่อกับงาน จนกระทั่งใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นที่เป็นเหมือนเวลาเลิกงาน เพราะนัดหมายหลังจากนี้มีแต่พักผ่อนและใช้เวลาร่วมกับครอบครัว จึงไม่เหมาะนักหากทุกคนต้องรอเธอเพียงคนเดียว หลังอาหารเย็น ครอบครัวมักจะอยู่ด้วยกันเพื่อจิบชาและอ่านหนังสือ มีสมาชิกในครอบครัวหนึ่งคนอ่านออกเสียงให้คนอื่นๆ ในกลุ่มฟัง บ่อยครั้งที่งานเขียนของเธอถูกหยิบมาเล่าให้สมาชิกครอบครัวฟัง ตั้งแต่ยังเป็นต้นฉบับไปจนถึงงานที่ได้ตีพิมพ์แล้ว
ด้วยสถานะทางสังคมของครอบครัว ทำให้เธอได้ใช้ชีวิตเยี่ยงชนชั้นสูง แต่ก็เพราะสถานะทางการเงินอีกเช่นกัน ที่ทำให้ครอบครัวของเธอไม่สามารถฟุ่มเฟือยจนเกินตัว ทำให้เธอเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างมัธยัสถ์และเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชนในชนบทแสนสงบ ชีวิตของเธอจึงไม่ได้ติดหล่มอยู่ในมุมมองของชนชั้นใดเพียงด้านเดียว ผลงานของเธอเองก็ถ่ายทอดด้วยสายตาเดียวกับที่เธอมองสังคมเช่นกัน
อ้างอิงจาก