วันนี้ (12 ธันวาคม) พรรคเพื่อไทย นำโดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการเรียกประชุม ส.ส. ต่อกรณีรัฐบาลประกาศยุบสภา และความล้มเหลวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การยุบสภาของรัฐบาลเป็นการหลีกหนีการตรวจสอบ หนีความรับผิดชอบต่อความเสียหายของประเทศ จากการบริหารราชการแผ่นดินที่ล้มเหลว การจัดการความขัดแย้งชายแดนที่ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน มีการโยกย้ายข้าราชการและใช้งบประมาณเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อคนบางกลุ่ม สูญเสียความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตาของนานาชาติ ประชาชนต้องเผชิญปัญหาความเดือดร้อนจากอุทกภัยจนต้องสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน คดีสำคัญและกระบวนการยุติธรรมต่างๆ ถูกบิดเบือน
“การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่มีความจริงใจมาตั้งแต่ต้น สัญญา MOA ที่สร้างขึ้นไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นประชาธิปไตย สัญญาณเหล่านี้เห็นชัดตั้งแต่ความพยายามของพรรคเพื่อไทยที่ต้องการสร้างความยึดโยงกับประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกปัดตกไปตั้งแต่แรก ประเทศชาติไม่ได้ประโยชน์แถมยังเปิดช่องให้พรรคภูมิใจไทยได้อำนาจ ทรัพยากร และเครือข่ายรัฐในการแสวงหาผลประโยชน์และสะสมอำนาจ” จุลพันธ์กล่าว
จุลพันธ์ กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้านี้พรรคประชาชนเองได้มาเจรจาให้พรรคเพื่อไทยชะลอการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจและจะมายื่นตรวจสอบรัฐบาลด้วยกัน หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ในรัฐสภาเมื่อคืน พรรคประชาชนกลับเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ซึ่งตรงกับคำแถลงของท่านนายกฯ ที่บอกว่า ท่านยุบสภาเพราะว่าท่านผู้นำฝ่ายค้านเป็นผู้บอกให้ยุบ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้กับรัฐบาลในการใช้ช่องทางตัดโอกาสให้พรรคฝ่ายค้านทำหน้าที่ในการตรวจสอบ
“พรรคเพื่อไทยเห็นว่าคู่สัญญาใน MOA ทั้ง 2 พรรค ควรต้องแสดงความรับผิดชอบในความล้มเหลวของสัญญานี้” หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว พร้อมบอกอีกว่า พรรคเพื่อไทยเสียดายโอกาสของประเทศ แต่เราต้องไม่สิ้นหวัง พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเร็ววัน เพื่อมาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพื่อที่จะสามารถนำความหวังและโอกาสที่ดีสู่ประชาชนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้พรรคเพื่อไทยจะมีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 ท่านภายใต้แคมเปญ ‘ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้’ ซึ่งจะตอบโจทย์เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิตบนหลักคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์ ทางพรรคจึงขอเชิญทุกคนให้ติดตาม