หากจะมีเหตุผลสักข้อที่ทำให้งานเขียนของ ฮารูกิ มูราคามิ (Haruki Murakami) เข้าไปนั่งในใจผู้อ่านได้ คงจะเป็นรายละเอียดในในชีวิตแสนธรรมดาที่หลายครั้งมันก็บังเอิญคาบเกี่ยวเข้ากับชีวิตเราอย่างไม่ตั้งใจ
งานเขียนของเขาส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับตัวละครชายที่ใช้ชีวิตเงียบๆ คนเดียว หอบร่างกายหลังเลิกงานมาอ้อยอิ่งกับบาร์แจ๊ส เก็บเสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบ แล้ววันหนึ่งก็มีบางสิ่งหมุนเวียนเข้ามาในชีวิตอย่างกะทันหัน หญิงสาวลึกลับ โทรศัพท์ดังผิดที่ผิดเวลา หรือความทรงจำที่ไม่แน่ใจว่าเคยเกิดขึ้นจริงไหม มันเป็นชีวิตประจำวันที่พร้อมจะเกิดขึ้นจริงเสมอ ยิ่งลงลึกในรายละเอียดเท่าไหร่ ยิ่งดึงคนอ่านให้เชื่อในวันคืนของตัวละครได้มากเท่านั้น
แล้วชีวิตประจำวันของเขาเล่า จะเป็นอย่างตัวละครของเขาหรือเปล่า
มูราคามิเล่าว่าในช่วงกำลังเขียนงานสักชิ้น เขามักจะมีตารางเวลาที่แน่นอนเสมอ ตื่นแต่เช้าราวๆ ตี 4 หรือ ตี 5 อาจผิดคาดเสียหน่อยที่ไม่ได้ตื่นมาดื่มด่ำความสุนทรีย์ใดในชีวิต หรือปลุกความโปรดักทีฟด้วยการวิ่ง แต่เขาเลือกจะลุกขึ้นมาทำงานเป็นอย่างแรก และยิงยาวแบบนั้นไปราวๆ 5-6 ชั่วโมง เพราะเขาเชื่อว่าช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาที่ความคิดสร้างสรรค์ทำงานได้เป็นอย่างดี
หมดแล้ว ช่วงเวลาทำงานของเขามีเท่านั้น ไม่ได้รีดเร้นพลังแล้วมาทำงานต่อในช่วงบ่าย เขาจึงยกเวลาที่เหลือในวันนั้นให้กับกิจกรรมโปรดอย่างการวิ่ง 10 กิโลเมตร หรือว่ายน้ำ 1,500 เมตร บางครั้งก็ทำทั้ง 2 อย่าง จากนั้นเป็นช่วงเวลาของการอ่านหนังสือและฟังเพลง ก่อนจะเข้านอนตั้งแต่ 3 ทุ่ม
ทุกอย่างเรียบง่ายไม่ต่างจากเรื่องในนิยายของเขาเอง แต่สิ่งสำคัญคือ ความสม่ำเสมอ เขาทำกิจวัตรนี้ทุกวันไม่บิดพลิ้ว เพราะมองว่ามันช่วยให้เข้าถึงสภาวะจิตใจของตนเองได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
กว่าจะคงความสม่ำเสมอได้จนกลายเป็นความปกติ เขาต้องใช้ความแข็งแกร่งทั้งทางจิตใจและร่างกายอย่างมาก ในแง่หนึ่ง การเขียนก็อาศัยความสม่ำเสมอไม่ต่างจากการวิ่ง ทั้ง 2 กิจกรรมหลักใน 1 วันของเขา จึงส่งเสริม และใช้เวลาคู่ขนานกันไป
ยิ่งวิ่งยิ่งมีสมาธิ ยิ่งมีสมาธิยิ่งทำให้เขาเข้าใจส่วนลึกของตนเองได้ดี และความเข้าใจทั้งหมดนั้น แสดงออกมาในรูปแบบของตัวอักษรที่ไหลผ่านความคิดของเขานั่นเอง
อ้างอิงจาก