จากกรณีที่มีข่าวว่า 22 มกราคม 2569 อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข ประชุมประจำเดือนพร้อมมีมติเกี่ยวกับการพิจารณาความผิดทางวินัยให้ปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือ ‘หมอสุภัทร’ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ออกจากราชการ จากกรณีจัดซื้อชุดตรวจ COVID-19 โครงการแพทย์ชนบทบุกกรุง ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวได้ลาออกจากราชการมาเป็นผู้สมัคร สส.เขต จังหวัดสงขลา พรรคประชาชน ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้
กรณีนี้เป็นมาอย่างไร? The MATTER สรุปมาให้แล้วในโพสต์นี้
รู้จัก ‘หมอสุภัทร’ จากนิสิตนักกิจกรรมสู่หมอที่ออกมาร่วมสู้กับชุมชน
หมอสุภัทรเป็นเด็กสงขลาที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ในปี 2531 โดยเขาได้มีบทบาทในการทำกิจกรรมภายในรั้วมหา’ลัยหลายอย่าง เช่น ประธานชมรมค่ายอาสาสมัครสโมสรนิสิตจุฬาฯ, นายกองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ และเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ในช่วงปี 2535
หลังจบการศึกษาในปี 2538 เขาเริ่มงานที่โรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ซึ่งเขาได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการทันที เพราะทั้งโรงพยาบาลมีหมอเพียง 2 คน คือเขากับเพื่อน ก่อนปี 2542 เขาถูกย้ายมาเป็น ผอ.โรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา แล้วก็ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเรื่อยมา
ในระหว่างที่เป็น ผอ.โรงพยาบาลจะนะ เขาได้ทำงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ โดยร่วมคัดค้านการสร้างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ต่อต้านโครงการวางท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย ทั้งนี้ เขาเคยเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. ในปี 2556–2557 ก่อนออกมาขอโทษหลังร่วมสังเกตการณ์ชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปี 2563
ถูกย้ายโรงพยาบาลหลังออกมาวิจารณ์กระทรวงสาธารณสุขในสมัย รมต.อนุทิน
ในปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่ COVID-19 ระบาดอย่างรุนแรง หมอสุภัทรได้รับตำแหน่งประธานชมรมแพทย์ชนบทและจัดกิจกรรม ‘แพทย์ชนบทบุกกรุง’ โดยประสานบุคลากรสาธารณสุขในต่างจังหวัดขึ้นมากรุงเทพฯ พร้อมจัดซื้อ ATK สำหรับตรวจหาเชื้อ COVID-19 ระหว่างปี 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่มีโรคระบาดอย่างหนัก
นอกจากนั้น เขายังวิจารณ์นโยบายกระทรวงสาธารณะสุขภายใต้การดูแลของ อนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย ทั้งประเด็นโยกย้ายข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม การเปิดเสรีกัญชาที่เอื้อต่อนายทุนมากกว่าผู้ป่วย ตลอดจนการจัดหาวัคซีน COVID-19 ที่ไร้ประสิทธิภาพ
เดือนกันยายน 2565 หมอสุภัทรถูก ศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทยขณะนั้น ยื่นหนังสือถึง กมธ.การสาธารณสุขให้สอบสวนเขาจากกรณีที่ออกมาวิจารณ์การทำงานของกระทรวงสาธารณสุข
จากนั้นเดือนมกราคม 2566 กระทรวงสาธารณสุขออกคำสั่งหมายเลข 125/2566 เรื่องย้ายข้าราชการ โดยมีคำสั่งย้ายหมอสุภัทร ปดำรงตำแหน่ง ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อยแทนตำแหน่ง ผอ.โรงพยาบาลจะนะ โดยให้คำสั่งเป็นผลตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2566
ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง เรื่องการจัดซื้อชุดตรวจ ATK
17 พฤษภาคม 2566 กระทรวงสาธารณสุขมีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงต่อหมอสุภัทร จากกรณีจัดซื้อและอนุมัติให้จัดซื้อชุดตรวจ ATK ค้นหาผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท จำนวน 5 ครั้ง
หมอสุภัทรถูกกล่าวหาว่า การแบ่งซื้อชุดตรวจ ATK ดังกล่าว ขัดระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงการคลัง อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน และทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง
นำมาสู่การโพสต์เฟซบุ๊กของเขาในวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ว่า “ผมกำลังจะถูกให้ออกจากราชการ” พร้อมระบุว่าสาเหตุที่กลุ่มแพทย์ชนบทบุกกรุงต้องจัดซื้อ ATK เนื่องจากขณะนั้นกระทรวงสาธารณะสุขไม่ได้มีชุดตรวจ ATK
และมาตรฐานกระทรวงสาธาณะสุขตอนนั้นยังใช้วิธีการตรวจแบบ RT-PCR ซึ่งเป็นการเก็บตัวอย่างเชื้อจากบริเวณลำคอและหลังโพรงจมูก ซึ่งต้องรอผลตรวจหลายวันและไม่สามารถอ่านผลตรวจเองได้ เขาและผู้นำหลายโรงพยาบาลจึงแบ่งหน้าที่ช่วยกันจัดซื้อ ATK ซึ่งสามารถแสดงผลภายในเวลาไม่กี่นาที
อย่างไรก็ตาม หมอสุภัทรยืนยันว่าเขาจัดซื้อในนามโรงพยาบาลจะนะซึ่งเป็น ผอ. ขณะนั้น และจัดซื้อตามสถานการณ์หน้างานที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่า “คนมารับการตรวจจะมากหรือน้อย” โดยจุดยืนตอนนั้นคือ ทุกคนที่มารอต้องได้ตรวจ และตรวจไปทั้งหมด 192,905 คน พบผู้ติดเชื้อและได้จ่ายยาไปมากถึง 22,451 คน
ถูกสั่งพ้นราชการ หวั่นกระทบสิทธิลง สส.
ในการเลือกตั้งที่จะถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ หมอสุภัทรได้ประกาศลาออกจากราชการ และเปิดตัวในนามผู้สมัคร สส. เขต จังหวัดสงขลา พรรคประชาชน
การลงเลือกตั้งครั้งนี้ เขากลายเป็นตัวเต็งประจำพื้นที่ เนื่องจากการทำงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่อยู่เสมอ จึงกลายเป็นขวัญใจของคนในพื้นที่หลายคน หากย้อนไปช่วงที่เขาถูกสั่งย้ายจากโรงพยาบาลจะนะไปโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ก็มีชาวบ้านมาให้กำลังใจจำนวนมาก
แต่การเส้นทางการลงเลือกตั้งไม่ได้ราบเรียบอย่างที่คิด เมื่อ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข มีมติปลดหมอสุภัทรออกจากราชการด้วยมติ 4:3
โดย พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอน ไม่เกี่ยวโยงกับเรื่องการเมืองใดๆ และไม่มีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้ลงมติแบบนี้ อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวต้องรอลงนามคำสั่งซึ่งยังไม่สามารถระบุวันที่ชัดเจน หากมีคำสั่งอย่างเป็นทางการแล้ว หมอสุภัทรยังมีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คำสั่งตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด
ทั้งนี้ หมอสุภัทรได้วิเคราะห์เป้าหมายของการสั่งปลดครั้งนี้ ว่าอาจทำให้เขาขาดคุณสมบัติผู้สมัคร สส. ตาม รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98 (8) ที่ห้ามบุคคลที่เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยเชื่อว่าสาเหตุมาจากกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเคลื่อนไหวที่ผ่านๆ มา
“ผมเปิดปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง ช่วงโควิดระบาดหนัก ในปี 2564 มาถูกสอบวินัยในปี 2566 หลังผมค้านนโยบาย กัญชาเสรี แล้วมาชี้ขาดในปี 2569 เพียง 15 วันก่อนเลือกตั้ง ช่างประจวบเหมาะเกินไปไหม” หมอสุภัทร ระบุในเฟซบุ๊กของเขา