เกิดความเปลี่ยนแปลงในวงการสื่อครั้งใหญ่ เมื่อ The Washington Post ได้ประกาศเลิกจ้างพนักงานหลายแผนกมากกว่า 300 คนจากประมาณ 800 คน คิดเป็นร้อยละ 30 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด
รายงานข่าวระบุว่า การเลย์ออฟครั้งใหญ่นี้ จะส่งผลให้ The Washington Post ปิดแผนกด้านกีฬา, หนังสือ รวมถึงการยกเลิกรายการพอดแคสต์ที่เคยเผยแพร่แบบรายวัน
การประกาศเลิกจ้างนี้ สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักข่าวจำนวนมาก มีผู้สื่อข่าวยูเครนที่ถูกเลิกจ้างขณะทํางานในเขตสงคราม ช่างภาพทั้งหมดที่ถูกตัดออก หรือนักข่าวกีฬาในอิตาลีที่กำลังทำข่าวเรื่องการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว
ทั้งนี้ พนักงานที่ถูกเลิกจ้างจะมีสภาพเป็นพนักงานจนถึงวันที่ 10 เมษายน แม้ว่าพวกเขาจะไม่จําเป็นต้องทํางานก็ตาม โดยพวกเขาจะได้รับความคุ้มครองการประกันสุขภาพอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหกเดือน
การเลย์ออฟครั้งใหญ่นี้ ส่งผลให้เกิดคำถามต่อ เจฟฟ์ เบโซส์ (Jeff Bezos) นักธุรกิจและนักลงทุนชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งอาณาจักรแอมะซอน (Amazon) ซึ่งเป็นเจ้าของ The Washington Post คนปัจจุบันว่า เขาไม่สามารถหาวิธีสร้าง หรือรักษาผลกำไรให้กับธุรกิจสิ่งพิมพ์บนโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างยั่งยืน
ทั้งที่ ในช่วง 8 ปีแรกที่เขาเข้ามาเป็นเจ้าของกิจการ The Washington Post มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ในช่วงหลัง สถานการณ์ของบริษัทกลับเริ่มชะลอตัวและประสบปัญหาอย่างหนัก
แมตต์ เมอร์เรย์ (Matt Murray) บรรณาธิการบริหาร ระบุว่า บริษัทสูญเสียรายได้จำนวนมากมาอย่างยาวนาน และยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้อ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การเลิกจ้างดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของ The Washington Post ในอนาคต โดยพวกเขาจะปรับโฟกัสไปที่ข่าวการเมือง ข่าวระดับชาติ ข่าวธุรกิจและเศรษฐกิจ และข่าวสุขภาพ ขณะที่ข่าวอื่นๆ อย่างกีฬา ข่าวท้องถิ่น การรายงานข่าวระหว่างประเทศ อาจลดลง
เมอร์เรย์ยอมรับว่า The Washington Post พยายามอย่างมากที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ท่ามกลางสภาพแวดล้อมสื่อที่ซับซ้อนและมีการแข่งขันสูงขึ้น ซึ่งการดำเนินการที่เกิดขึ้นนี้ก็เพื่อรักษาอนาคตขององค์กร
เพราะที่ผ่านมา พวกเขายึดติดกับการเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ประจำท้องถิ่นที่โด่งดัง แต่สถานการณ์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนไป ทำให้ยอดการค้นหาของพวกเขาลดลงเกือบ 50% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปัญญาประดิษฐ์ (Generative A.I.) ทำให้ปริมาณข่าวรายวันขององค์กรลดลงอย่างมาก ในช่วง 5 ปีหลัง
กระนั้น เมอร์เรย์ยังมองว่า มีความเป็นไปได้ที่ The Washington Post จะกลับมาขยายขนาดกองบรรณาธิการได้อีกในอนาคต เพราะเขาไม่ได้คาดหวังให้จำนวนบุคลากรหลังถูกปลดในปัจจุบันเป็น “บรรทัดฐานสุดท้ายที่จะคงอยู่ตลอดไป”
ด้านมาร์ติน บารอน (Martin Baron) อดีตบรรณาธิการบริหารของ The Washington Post กล่าวว่า “นี่เป็นหนึ่งในวันที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของหนึ่งในองค์กรข่าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก”
ก่อนหน้านี้ มีพนักงาน 240 คน ลาออกจากการซื้อกิจการของเบโซส์เมื่อปี 2023 และในปีถัดมา The Washington Post ก็ได้เลิกจ้างพนักงานอีก 54 คนจากแผนกที่รับผิดชอบซอฟต์แวร์การเผยแพร่ที่เป็นกรรมสิทธิ์ และในเดือนมกราคม 2025 โพสต์ได้เลิกจ้างพนักงานประมาณ 4% ที่ทํางานด้านการโฆษณา การตลาด และการดําเนินงานด้านการพิมพ์
บารอนมองว่า “ความทะเยอทะยานของ The Washington Post จะลดลงอย่างรวดเร็ว พนักงานที่มีความสามารถและกล้าหาญจะหมดลง และประชาชนจะถูกปฏิเสธการรายงานตามข้อเท็จจริงในระดับท้องถิ่นและทั่วโลก”
สุดท้ายนี้ หลังการประกาศเลิกจ้างสหภาพแรงงานได้จัดการประท้วงหน้าสํานักงานใหญ่ในวอชิงตัน ดี.ซี. ของ The Washington Post โดยพวกเขามองว่าเบโซส์อาจไม่ใช่เจ้าของที่เหมาะกับองค์กร
อ้างอิงจาก