“ผมไม่มั่นใจว่านักกีฬาจะใช้จ่ายในการบริโภคอาหารที่ถูกหลักและครบถ้วนตามหลักวิทยาศาตร์การกีฬาหรือไม่” ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กล่าวถึงกรณีปรับนโยบายจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้นักกีฬาโดยตรง
เมื่อวาน (24 กุมภาพันธ์ 2569) ที่ห้องประชุม 1 คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย นั่งเป็นประธานแทน ธนา ไชยประสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการฯ ในการประชุมคณะทำงานเตรียมความพร้อมส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 22-30 เมษายนนี้ ที่เมืองซานย่า ประเทศจีน
โดยส่วนหนึ่งของการประชุมได้พูดถึงกรณีที่ อรรถกร ศิริลัทยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ มีนโยบายปรับแผนการจ่ายเบี้ยเลี้ยงและค่าตอบแทนให้นักกีฬา เป็นการจ่ายแบบ “โอนตรง” เข้าบัญชีนักกีฬาโดยไม่ผ่านสมาคมกีฬาเหมือนที่ผ่านมานั้น เพื่อลดปัญหาการอมเงินเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา ซึ่งจะทดลองใช้ในการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติและกีฬาเอเชี่ยนบีชเกมส์ที่จะถึงนี้
ชัยภักดิ์กล่าวว่า ต้องมีการวางระบบการจ่ายเงินให้ชัดเจน เพราะเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา 900 บาทต่อวัน ต้องแบ่งเป็นค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อม อย่างละ 300 บาท ซึ่งฝ่ายพัฒนากีฬาเพื่อความเป็นเลิศ ระบุว่า เงินที่จะถูกโอนให้นักกีฬามาจากการนำส่วนอาหารและฝึกซ้อมมารวมกันเป็น 600 บาท
“ในจุดนี้ผมคิดว่า มีปัญหาแน่นอน โดยเฉพาะนักกีฬาประเภททีม เนื่องจากการเก็บตัวฝึกซ้อมจะเก็บรวมทีม และสมาคมกีฬาจะมีการนำค่าอาหารของนักกีฬามาจัดหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และถูกหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา แต่ถ้ากองทุนฯ จะจ่ายตรงให้นักกีฬา ผมไม่มั่นใจว่านักกีฬาจะใช้จ่ายในการบริโภคอาหารที่ถูกหลักและครบถ้วนตามหลักวิทยาศาตร์การกีฬาหรือไม่” ชัยภักดิ์ กล่าว
นอกจากนั้น ชัยภักดิ์ยังยกประเด็นมาอีกว่า กองทุนฯ ต้องชัดเจนว่าจะมีการโอนตรงให้นักกีฬาเมื่อไหร่ และหากมีการเปลี่ยนตัวนักกีฬา หรือเกิดกรณีจ่ายเงินแล้วนักกีฬาไม่มาฝึกซ้อมจะทำอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาจริงๆ คือ การที่กองทุนฯ จ่ายเงินที่ล่าช้า ทำให้ทุกสมาคมต้องออกมาร้องเรียน
ผู้บริหารสมาคมกีฬาที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้จึงเห็นพ้องกันว่า นโยบายดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาจุดหนึ่งเพื่อมาเพิ่มปัญหาใหม่ ซึ่งจริงๆ แล้ว ทุกสมาคมไม่ได้มีปัญหากับกองทุนฯ แต่มีสิ่งที่เรียกร้องมาตลอด คือ การจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาให้ตรงตามช่วงเวลาทุกเดือน ไม่ล่าช้าเหมือนปัญหาที่เกิดในช่วงซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งทำให้ทุกสมาคมต้องออกมาทวงถาม เนื่องจากมีการติดค้างหลายเดือน
“ผมมองว่าหากมีการจ่ายโอนให้นักกีฬาโดยตรง แน่นอนนักกีฬาจะได้รับเต็ม แต่กองทุนฯ แน่ใจได้อย่างไรว่า นักกีฬาจะนำเงิน 300 บาทที่ได้รับไปบริโภคอาหารให้ถูกตามหลักโภชนาการของนักกีฬาจริงๆ และกีฬาประเภททีมก็ต้องมาฝึกซ้อมและพักด้วยกัน การบริหารในจุดนี้จะทำอย่างไร แต่ในเมื่ออยากจะทดลองทำผมก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าถามความคิดเห็น ผมและผู้บริหารทุกสมาคมฯ ไม่เห็นด้วยแน่นอน” นิพนธ์ ชวลิตมณเฑียร นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย กล่าว
สมาคมกีฬาบาสเกตบอลระบุว่า ได้ให้ความสำคัญเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา โภชนาการ และอาหารของนักกีฬา ดังนั้น นอกจากค่าอาหารที่ได้จากกองทุนฯ แล้ว สมาคมได้จัดงบประมาณเพิ่มในการจ้างนักวิทยาศาสตร์การกีฬาต่างชาติเสริม และจัดอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการแบบนักกีฬาอาชีพ ซึ่งเงินค่าอาหาร 300 บาทที่ได้รับนั้นไม่พอสำหรับนักกีฬาในแต่ละวันแน่นอน
ด้าน ชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา หัวหน้านักกีฬาทีมชาติไทย ชุดเอเชี่ยนบีชเกมส์ ครั้งที่ 6 กล่าวว่า เขาก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาแบบโอนตรงให้นักกีฬาทั้งหมด เพราะมองว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เพราะแต่ละสมาคมมีวิธีบริหารจัดการที่ดีอยู่แล้ว แต่ปัญหาที่ผ่านมา คือ การจ่ายเงินของกองทุนฯ ที่ล่าช้า และมีการค้างจ่ายหลายเดือน ทำให้สมาคมกีฬามีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการทดลองปรับระบบการจ่ายเบี้ยเลี้ยงและค่าตอบแทนให้นักกีฬาของกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ที่มีเหล่าสมาคมกีฬาออกมาคัดค้านและให้เหตุผลว่าที่ผ่านมาปัญหาจริงๆ มาจากการจ่ายเงินของกองทุนฯ ที่ล่าช้ามากกว่า ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าเมื่อปรับระบบแล้วปัญหาเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาจะลดน้อยลงหรือไม่