ขณะนี้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาขู่ว่า อิหร่านจะถูก “ถล่มจนหายไปจากผิวโลก” หากโจมตีเรือของสหรัฐฯ ที่พยายามเปิดเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ย้อนเล่าว่า ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้เปิดตัว ‘ปฏิบัติการเสรีภาพ (Project Freedom)’ เพื่อช่วยเหลือเรือหลายร้อยลำที่ติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย
ทรัมป์ย้ำว่า เป้าหมายของปฏิบัติการนี้คือเพื่อ “ปลดปล่อยผู้คน บริษัท และประเทศต่างๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย” โดยมีรายงานว่า เรือกว่า 800 ลำและลูกเรือประมาณ 20,000 คนยังคงติดอยู่ในภูมิภาคนี้ ทำให้หลายคนมองว่า ตะวันออกกลางกำลังจะกลับเข้าสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง
ด้านอิหร่านก็ยืนยันที่จะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำที่สำคัญของการค้าโลก ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ อ้างว่าได้ทำลายเรือของอิหร่านไป 6 ลำ และสกัดกั้นทั้งขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหานี้
ส่วนประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่นานมานี้ได้ให้สัมภาษณ์กับ Fox News โดยทรัมป์กล่าวถึง Project Freedom ที่กำลังดำเนินอยู่ว่าเป็น “หนึ่งในปฏิบัติการทางทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา” และอ้างว่าเจ้าหน้าที่อิหร่าน “อ่อนข้อมากกว่าเดิม” ในการเจรจาครั้งล่าสุด
เมื่อกล่าวถึงคลังอาวุธของอเมริกา ทรัมป์ย้ำต่อสื่อว่า “เรามีอาวุธและกระสุนที่มีคุณภาพสูงกว่าในอดีตมาก” พร้อมระบุว่า “เรามีอุปกรณ์ที่ดีที่สุด เรามีของอยู่ทั่วโลก เรามีฐานทัพอยู่ทั่วโลก” โดยขู่ว่า “เราสามารถใช้สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดได้ และเราจะใช้หากจำเป็น”
จนถึงตอนนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางก็ยังไม่แน่นอน และเราคงต้องติดตามต่อไปว่า ต่อจากนี้การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะเป็นอย่างไร รวมถึงการค้าโลกจะได้รับผลกระทบรุนแรงแค่ไหน
อ้างอิงจาก