กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมกำลังพูดถึง หลังจากที่เมื่อวานนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ มีมติเห็นชอบการเพิกถอนพื้นที่ ‘อุทยานแห่งชาติทับลาน’ จำนวน 265,286 ไร่ ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี นครราชสีมา และสระแก้ว ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 14 มิถุนายน 2566
เรื่องราวตั้งแต่ต้นเป็นอย่างไร? เราสรุปแบบง่ายๆ มาให้ ดังนี้
1.) อุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นอุทยานแห่งชาติในภาคอีสานและภาคตะวันออก ที่ยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติภายใต้ชื่อ ‘กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่’ ตั้งแต่ปี 2548 จากการมีความหลากหลายทางชีวภาพ
2.) พื้นที่นี้มีข้อพิพาทเรื่องที่ดินทำกิน เพราะแผนที่ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) บ่งชี้ว่า ตรงนี้ชาวบ้านเข้ามาทำกินได้ แต่แผนที่ของกรมอุทยานฯ ยืนยันว่า ชาวบ้านไม่สามารถใช้เขตอุทยานนี้ได้ มิหนำซ้ำ ยังมีพื้นที่ของหน่วยงานรัฐกับหน่วยงานรัฐที่ทับซ้อนกันเองอีก
3.) เมื่อเกิดปัญหาเช่นนี้ จึงมีการผลักดัน ‘One Map’ หรือการปรับปรุงการสำรวจแนวเขตในปี 2543 โดยทำแผนที่แบบบูรณาการ ในมาตราส่วน 1:4000 เพื่อทุกหน่วยงานราชการใช้ร่วมกัน ไม่ต้องขัดแย้งกันอีกต่อไป
4.) ประเด็นสำคัญคือ การทำแผนที่ใหม่นี้จะต้องเพิกถอนพื้นที่ไปเป็นจำนวน 2.65 แสนไร่ โดยจะเปลี่ยนพื้นที่ป่าอนุรักษ์เป็นพื้นที่ของ ส.ป.ก.ที่ชาวบ้านสามารถมาทำกินได้
5.) เมื่อที่ดินเป็นของ ส.ป.ก. ชาวบ้านก็จะมีสิทธิถือครองที่ดิน และส่งต่อเป็นมรดกแก่ทายาทได้ แต่ก็มีคำถามต่อมาว่า แล้วชาวบ้านจะได้ประโยชน์จากการเพิกถอนนี้จริงๆ แค่ไหน หรือจะมีเบื้องหลังอะไรที่น่ากังวลด้วย?
6.) ภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เคยตั้งข้อสังเกตว่า แต่เดิมที่ดินที่เป็นข้อพิพาทนี้ เคยถูกกลุ่มทุนเข้าบุกรุกและมีคดีความกันมาก่อน ถ้าหากมีการเพิกถอนพื้นที่ตรงนี้ไป กลุ่มที่บุกรุกเหล่านั้นก็จะได้ประโยชน์
“ผมยอมรับว่า มีบางพื้นที่ที่เป็นปัญหา ก็ควรต้องแก้ไข กลุ่มคนที่เขาอยู่ในพื้นที่มาก่อนอย่างยาวนาน กลุ่มคนที่เข้าโดยหน่วยงานของรัฐจัดให้ เขากลายเป็นผู้ได้รับผลกระทบจนเดือดร้อนมีจริง แต่คนที่มาสวมสิทธิ์ใหม่ โดยวิธีการใดก็แล้วแต่ ก็มีไม่น้อย จนมีคดีความกับอุทยานแห่งชาติทับลานถึงโรงถึงศาล บางคดีสิ้นสุดแล้วให้รื้อถอนคืนพื้นที่ก็มีไม่น้อย เราจะเหมารวมกลุ่มนี้ไปด้วยหรือ” ภาณุเดช ระบุ
7.) นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากให้เพิกถอนที่ดินอุทยานฯ กว่าสองแสนไร่ เพราะอาจจะเป็นการรุกล้ำป่าสงวนหลายพื้นที่ จนผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ
8.) หลายคนยังเป็นห่วงว่า การเพิกถอนครั้งนี้อาจเป็นการเอื้อให้นายทุน หรือกลุ่มทุนต่างประเทศ เข้ามาสร้างโรงแรม รีสอร์ต หรือบ้านพักตากอากาศ เพื่อทำกำไรในพื้นที่ได้ ทั้งนี้ยังอาจกระทบต่อสถานะแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ และกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเปิดโอกาสให้ใช้ประโยชน์จากที่ดิน จนส่งผลต่อสัตว์ป่า
9.) เมื่อวานนี้ (15 มิถุนายน) ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบให้ “เพิกถอน” จากแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ประกอบด้วย 5 กลุ่ม รวมเป็นพื้นที่กว่า 265,286 ไร่ ได้แก่
- พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จำนวน 53,416 ไร่–เพิกถอน เพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก.ดำเนินการ
- พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคี ตามมติ ครม.ปี 2520 จำนวน 8,328 ไร่–เพิกถอน เพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก.บริหารจัดการ
- พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) ตามมติ ครม. ปี 2535 จำนวน 87,500 ไร่–เพิกถอน เพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก.ดำเนินการ
- พื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก.และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง จำนวน 109,420 ไร่–ชะลอการเพิกถอน และคงสถานะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เนื่องจากเป็นที่ดินที่มีข้อพิพาทจำนวนมาก ทำให้ต่อจากนี้จะมีกระบวนการพิสูจน์สิทธิของประชาชน ที่ครอบครองที่ดินมาก่อนการประกาศอุทยานฯ ภายใน 6 เดือน
- พื้นที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ จำนวน 6,621 ไร่–เพิกถอน เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการทหาร
10.) อรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุว่าสำหรับที่ดินในข้อ 1,2,3 และ 5 ซึ่งรวมกันแล้วราว 155,000 ไร่ จะถูกเพิกถอนออกจากเขตอุทยานฯ เพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก.นำไปจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร ตามกรอบของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
“ข้อมูลที่นำมาพิจารณา เป็นข้อมูลที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ มีหลักฐานทางราชการ ภาพถ่ายทางอากาศในอดีต และข้อมูลการกระจายตัวของสัตว์ป่า มาร่วมพิจารณาอย่างรอบคอบ จึงไม่ได้เป็นการเฉือนป่าออกแต่อย่างใด และในทางกลับกัน จะมีการผนวกพื้นที่ป่าสมบูรณ์เพิ่มขึ้นอีกกว่า 86,966 ไร่ด้วย” คำพูดของ อธิบดีกรมอุทยานฯ รายงานผ่าน Thai PBS
ขณะที่ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ชี้ว่า การจัดการข้อพิพาทครั้งนี้ ควรจะพิจารณาเป็นรายกรณี ในแต่ละส่วน บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่แตกต่างหลากหลาย เพื่อให้จัดการได้อย่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย มากกว่าจะเหมาเข่ง หรือตัดสินใจเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ ในวงกว้าง
11.) ผลกระทบที่ไม่ควรมองข้ามคือ ผลกระทบต่อระบบนิเวศ รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นจุดที่เชื่อมต่อของแนวนิเวศสัตว์ป่า ระหว่างพื้นที่เขาใหญ่ กับป่าดงใหญ่ ปางสีดา ตาพระยา เป็นต้น จนอาจกระทบต่อสถานะมรดกโลก