หนึ่งในประเด็นการเมืองต่างประเทศที่กำลังถูกพูดถึงอยู่ในตอนนี้คือ กรณีการพิจารณาคดีถอดถอน ‘ซารา ดูเตอร์เต’ รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ หลังเกิดข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในรัฐบาล
ซารา ดูเตอร์เต กำลังเผชิญข้อกล่าวหาหลายข้อ ตั้งแต่ใช้เงินสาธารณะในทางที่ผิด ครอบครองทรัพย์สินที่อธิบายที่มาไม่ได้ ติดสินบนเจ้าหน้าที่ และข่มขู่ชีวิตของประธานาธิบดีเฟอร์ดินันด์ มาร์กอส จูเนียร์ กับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เธอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด
สิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้ถูกจับตามองคือ คดีนี้จะมีผลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2028 ของฟิลิปปินส์ เพราะปัจจุบันหลายคนมองว่า ซาราเป็นผู้สมัครที่มีโอกาสชนะมากที่สุด ซึ่งหากเธอถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง ก็จะปิดโอกาสการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของเธอในการเลือกตั้งครั้งต่อไปของฟิลิปปินส์
ในอีกมุม นักวิเคราะห์บางคนก็มองคดีของเธอ ในบริบทของความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างตระกูลดูเตอร์เตกับมาร์กอส ที่ต่างก็มีอิทธิพลในประเทศนี้
ทั้งสองตระกูลเคยร่วมมือกันในการเลือกตั้งปี 2022 โดยดูเตอร์เตลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นรองประธานาธิบดีคู่กับมาร์กอส และพวกเขาก็ได้รับชนะอย่างถล่มทลาย แต่หลังจากนั้นก็เกิดความแตกแยกครั้งใหญ่ขึ้น หลังโรดริโก ดูเตอร์เต หรือพ่อวัย 81 ปีของซาราถูกจับกุม โดยมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรของประธานาธิบดีมาร์กอส ลงมติให้ดำเนินคดีกับดูเตอร์เต
ปัจจุบัน โรดริโก ดูเตอร์เต ผู้เป็นพ่อถูกควบคุมตัว เพื่อรอการพิจารณาคดีในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก โดยหลายคนมองว่า คดีครั้งนี้ของซาราผู้เป็นลูก จะยิ่งสร้างความผันผวนให้การเมืองฟิลิปปินส์
สำหรับขั้นตอนต่อไป มาเรีย เอลา แอล อาเทียนซา อาจารย์รัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ กล่าวกับ The Guardian ว่าการตัดสินว่าซารามีความผิดจริงนั้น จะต้องได้รับมติเห็นชอบ 2 ใน 3 ในวุฒิสภา ซึ่งขณะนี้หลักฐานทั้งหมด ยังไม่ถูกนำเสนอ และความคิดเห็นของประชาชนก็จะเป็นปัจจัยสำคัญในการลงคะแนนของวุฒิสมาชิกด้วย
ทั้งนี้คาดกันว่า การพิจารณาคดีของดูเตอร์เตจะใช้เวลาหลายเดือน โดยหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายนำเสนอหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะมีการพิจารณาและลงคะแนนในแต่ละข้อกล่าวหา ซึ่งอาเทียนซามองว่า ด้วยองค์ประกอบของวุฒิสภาในปัจจุบัน ซารามีโอกาสราว 50/50 ที่จะถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง
อ้างอิงจาก