ปัญหาปากท้องและค่าครองชีพคนไทยเป็นเรื่องที่พูดกันมาสักพักใหญ่ ล่าสุดมีข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างถาวร’ หลังจากที่มีการเปิดเผยว่าสถานการณ์เงินเฟ้อของไทยมีทิศทางขยายตัว
เมื่อ 6 กรกฎาคม 2569 ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยของเดือนมิถุนายนว่า เพิ่มขึ้น 2.42% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
หากแยกตามหมวดหมู่ สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม มีดัชนีราคาเพิ่มขึ้น 1.03% โดยมาจากราคาสินค้าสำคัญสูงขึ้น เช่น กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด ข้าวสารเจ้า น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ ส้มเขียวหวาน แตงโม องุ่น ฝรั่ง และมะละกอสุก
ทั้งนี้ยังมีการสำรวจอาหารจานเดียว 7 เมนูคือ ข้าวผัด ผัดซีอิ๊วและราดหน้า ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว และข้าวราดผัดกะเพรา จำนวน 1,535 รายการ และพบว่าอาหารเหล่านี้มีราคาเพิ่มขึ้น 438 รายการ หรือราคาเพิ่มขึ้น 28.53%
นอกจากอาหารและเครื่องดื่ม สนค.ระบุว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้นนี้ ยังมาจากสินค้าและบริการหมวดอื่นๆ ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.31% โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน
รวมถึง ค่าโดยสารสาธารณะก็มีรายงานว่าราคาสูงขึ้น เช่น รถรับส่งนักเรียน เครื่องบินต่างประเทศ รถตู้ รถประจำทางปรับอากาศ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถสองแถว อีกทั้งยังมีค่าเช่าบ้าน และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น ค่าบริการขนขยะ
ในอีกมุม ก็มีสินค้าที่ราคาถูกลง เช่น ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม แชมพู ครีมนวดผม แป้งทาหน้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า เสื้อผ้า เนื้อหมู ข้าวสารเหนียว และผักสด เป็นต้น
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 สนค.ก็คาดว่าจะเพิ่มอย่างต่อเนื่องที่ 2.79% โดยเป็นผลมาจากราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ราคาอาหารสำเร็จรูป สะท้อนถึงภาวะค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นอย่างถาวร
สาเหตุส่วนหนึ่งของค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างถาวร ก็มาจากหลายปัจจัย ตั้งแต่สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจทำให้ฝนตกน้อยลง ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป