ที่ชานเมืองกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย เกิดเหตุเพลิงไหม้ในบ่อฝังกลบ ‘จาติวาริงิน (Jatiwaringin)’ ภูเขาขยะขนาดยักษ์ครอบคลุมพื้นที่กว่า 94 ไร่ มาแล้วกว่า 8 วัน ส่งผลให้พื้นที่โดยรอบถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันพิษหนาทึบ และชาวบ้านหลายร้อยคนต้องอพยพออกจากที่พักอาศัย
เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก คือ อย่างน้อย 234 ราย ในจำนวนนี้พบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันจำนวน 72 ราย
ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมกำลังทั้งเฮลิคอปเตอร์ รถบรรทุกน้ำ รถเกรดดิน และโดรน เพื่อเข้าควบคุมและดับเพลิงที่กำลังลุกโชน ซึ่งหวังว่าจะสามารถดับเพลิงได้ภายในสิ้นสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมมองว่า เหตุการณ์นี้เป็นเพียงหนึ่งในวิกฤตขยะที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นในอินโดนีเซีย โดยระบุว่าไฟไหม้บ่อขยะครั้งนี้ถือเป็น “หายนะทางนิเวศวิทยาที่เกิดจากความละเลยเชิงระบบ”
ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานควบคุมปฏิบัติการฉุกเฉินแห่งสำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย (BNPB) กล่าวว่า การดับเพลิงที่บ่อขยะนี้จำเป็นต้องใช้วิธีการจัดการเป็นพิเศษ เนื่องจากเพลิงไม่ได้ลุกไหม้อยู่ที่บริเวณผิวหน้า แต่เป็นการลุกไหม้แบบคุกรุ่นอยู่ภายในกองขยะที่ทับถมกัน
เพลิงไหม้ครั้งนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันสาเหตุของเพลิงไหม้ แต่กลุ่ม Walhi ซึ่งเป็น NGO ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศอินโดนีเซีย ตั้งข้อสันนิษฐานว่าเหตุเพลิงไหม้อาจเกิดจากการสะสมของก๊าซมีเทนที่เกิดจากการย่อยสลายของขยะอินทรีย์ ซึ่งลุกลามจากกระแสลมแรงไปยังจุดต่างๆ
“นี่คือระเบิดเวลาที่เกิดจากการสะสมของปัญหาการจัดการขยะ ซึ่งถูกละเลยมานานหลายปีโดยไม่มีการปรับปรุงแก้ไขที่ต้นเหตุ” วาฮยู เอกา สตียาวัน (Wahyu Eka Styawan) ตัวแทนจากกลุ่ม Walhi ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC
ข้อมูลของ Walhi ระบุว่า แม้บ่อฝังกลบนี้จะสามารถรองรับขยะได้มากถึง 2,700 ตันต่อวัน แต่ก็ยังรองรับได้เพียง 59% ของขยะทั้งหมดในอำเภอตังเกรังเท่านั้น ส่วนขยะที่เหลือจะถูกนำไปเทกองรวมกันแบบผิดกฎหมายตามพื้นที่รอบๆ จนกลายเป็นภูเขาขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นและกลายเป็นแหล่งสะสมของก๊าซมีเทน ทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบ
อย่างไรก็ตาม กระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้ของอินโดนีเซียจะมีการสอบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ของบ่อฝังกลบขยะนี้ หลังจากภารกิจดับเพลิงเสร็จสิ้นลง และดำเนินการตรวจสอบและประเมินบ่อฝังกลบขยะจำนวน 390 แห่ง ทั่วอินโดนีเซียในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ปี 2026
บ่อขยะจาติวาริงิน เคยถูกกระทรวงสิ่งแวดล้อมและป่าไม้สั่งลงโทษทางปกครอง เนื่องจากปัญหาการบริหารจัดการที่ไม่ได้มาตรฐานในปี 2025 ทั้งยังเคยกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำระบบการฝังกลบแบบมีการควบคุมมาใช้ โดยระบบนี้จะเกลี่ยขยะให้เรียบหรือบดอัดด้วยเครื่องจักรหนัก ก่อนนำดินมากลบปิดทับเป็นระยะ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้จากการสะสมของก๊าซมีเทน ความเสี่ยงต่อสุขภาพ และช่วยปรับปรุงภูมิทัศน์ของพื้นที่กำจัดขยะให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ทั้งนี้ Walhi เชื่อว่าตราบใดที่รัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นในอินโดนีเซียยังไม่แสดงความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการปรับปรุงระบบการจัดการขยะ ปัญหาไฟไหม้บ่อขยะก็จะยังคงอยู่ต่อไป และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อินโดนีเซียประสบเหตุเพลิงไหม้ภูเขาขยะ