“It’s better to fade away like an old soldier than to burn out.”
จอห์น เลนนอน (John Lennon) ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Playboy เมื่อปี 1980 ก็พอจะเข้าใจได้ว่าเขากำลังพูดถึงช่วงเวลาที่หันหลังให้วงการดนตรีถึง 5 ปี หลังแยกทางกับ The Beatles อย่างไม่ราบรื่นนัก ประกอบกับเป็นช่วงที่ฌอน ลูกชายคนที่ 2 เกิดในปี 1975 เขาจึงเลือกรับบทพ่อบ้านเต็มเวลา
แม้จะหายหน้าหายตาไป แต่อิทธิพลในวงการเพลงของเขาไม่ได้หายไปด้วย เพลงแล้วเพลงเล่าจากปลายปากกาของเขา ทั้งในนามของ The Beatles หรือผลงานเดี่ยว ยังคงขับขานและเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการดนตรีจวบจนถึงวันนี้
ในช่วงที่หายหน้าไป จอห์นมักเริ่มต้นวันตั้งแต่ 06.00 น. เตรียมทำอาหารเช้าให้ครอบครัว ดื่มชาหรือกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์ ติดตามข่าวสาร และใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเลี้ยงดูลูก
หน้าที่หลักใน 1 วันของเขาหลังจากหันหลังให้ชีวิตแบบเดิม คือดูแลฌอน ลูกชายตัวน้อย พาเดินเล่นในเซ็นทรัลพาร์ค ซื้อข้าวของเครื่องใช้ด้วยตัวเอง อบขนมปัง ฟังเพลง ทดลองเล่นกีตาร์เมื่อมีแรงบันดาลใจ
ในบทสัมภาษณ์เดียวกันกับโควตด้านบน จอห์นเล่าว่าเขาเลือกใช้ชีวิตธรรมดาด้วยความภาคภูมิใจ เพราะไม่ได้อยากถูกมองเป็นวัตถุทางเพศหรือนักร้องร็อกแอนด์โรลมาดแมนแบบเดิมอีกแล้ว เขาภูมิใจที่ได้เป็นพ่อบ้านเต็มตัว และมองว่านี่จะเป็นเทรนด์ใหม่ของยุคสมัยด้วยซ้ำ
แม้ความขุ่นข้องหมองใจ คำถามมากมาย จากแฟนๆ ยังคงติดอยู่ในใจ แต่หากมองในช่วงเวลาที่จอห์นได้ก่อร่างสร้างวงขึ้นมา ก็นับว่าเขาประสบความสำเร็จ ทั้งในฐานะนักดนตรีและพ่อบ้านที่ดีด้วยเช่นกัน
อ้างอิงจาก
https://faroutmagazine.co.uk/john-lennon-handwritten-to-do-list/