ช่วงใกล้เที่ยงคืนของเมื่อวาน (12 กรกฎาคม 2569) เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหารและสถานบันเทิง ‘โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว’ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เขตจตุจักร ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย
แม้สาเหตุยังไม่ถูกยืนยันชัดเจน แต่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร สันนิษฐานว่าสาเหตุเพลิงไหม้อาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศบนฝ้าเพดาน
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ด้านในอาคารมีประตูทางเข้า-ออกเพียง 2 ประตู และด้านหลังอีก 2 ประตู โดยประตูที่ 3 เป็นทางเชื่อมไปห้องน้ำ ซึ่งพบร่างผู้เสียชีวิตกระจุกตัวอยู่ภายในห้องน้ำเป็นจำนวนมาก เนื่องจากขณะเกิดเหตุไฟดับ อาจทำให้เกิดอาการตื่นตระหนก ผู้ประสบภัยอาจวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อหาน้ำหรือหาทางออก
เหตุการณ์นี้ ทำให้หลายคนนึกถึงเหตุเพลิงไหม้ครั้งก่อนๆ อย่าง ‘ซานติก้าผับ’ หรือ ‘เมาน์เทน บี’ ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ด้วยสาเหตุที่คล้ายๆ กัน อย่างการมีทางเข้า-ออกหลักทางเดียวที่แคบเกินไป ทางหนีไฟที่ใช้งานไม่ได้ และการกระจุกตัวอยู่ในห้องน้ำหรือทางเดินแคบๆ
กรณี ‘ซานติก้าผับ’ ในคืนปีใหม่ 2552
คืนข้ามปี 2551-2552 เกิดเหตุเพลิงไหม้ ‘ซานติก้าผับ’ ที่ตั้งอยู่ย่านเอกมัย ต้นเพลิงเกิดจากการใช้เอฟเฟกต์พลุไฟภายในอาคารปิดที่เพดานบุด้วยโฟมและวัสดุไวไฟเพื่อเก็บเสียง ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 67 คน และบาดเจ็บ 222 คน
จากรายงานระบุว่า ขณะเกิดเหตุซึ่งเป็นคืนข้ามปี ทำให้มีผู้ใช้เข้าบริการจำนวนมากถึงหลักพันคน ซึ่งเกินกว่าขีดความสามารถในการรองรับของอาคารที่จำกัดเพียง 500 คน เมื่อถึงเวลาเคาต์ดาวน์ ก็ได้มีการจุดพลุดอกไม้ไฟบนเวทีและแจกไฟเย็นให้แขกเล่น สะเก็ดดอกไม้ไฟจากบนเวทีได้ไปพ่นโดนวัสดุติดไฟง่ายบริเวณเพดานจนเกิดเพลิงไหม้
เพดานของซานติก้าผับ ถูกบุด้วยพอลิยูรีเทนโฟมที่มักถูกใช้เพื่อประหยัดต้นทุนในการซับเสียง แต่มีคุณสมบัติในการลามไฟที่รวดเร็วมาก ทำให้เมื่อถูกเผาไหม้แล้วกลายเป็นตัวปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซพิษร้ายแรง ทำให้ผู้ประสบภัยหมดสติและเสียชีวิตจากการสูดดมควันพิษก่อนเปลวไฟจะลุกลามมาถึง
สุดท้ายได้มีรายงานการสอบสวนและคำพิพากษาของศาลเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ระบุว่า อีกหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก คือ ‘ทางออกที่จำกัด’ คือ ทางหนีไฟหลักมีเพียงประตูหน้าและหน้าต่างตรงระเบียง 2 บานที่ใช้เป็นประตูได้ ทำให้เกิด ‘คอขวด’ เมื่อคนทะลักมาพร้อมกัน ส่งผลให้ผู้คนล้มทับถมกันบริเวณทางขึ้นโถงทางเข้าและเป็นจุดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด นอกจากนั้น ร้านยังขาดป้ายบอกทางหนีไฟและไฟฉุกเฉินที่เพียงพอ ทำให้เมื่อไฟดับ ผู้คนไม่สามารถมองเห็นเส้นทางได้
จากกรณีนี้ ได้นำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้บริหารและผู้ติดตั้งพลุไฟ โดยมีจำเลยที่ถูกฟ้องร้อง 7 ราย
ในปี 2558 ศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุกวิสุข 3 ปี ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และจำคุก บุญชู เหล่าสีนาท กรรมการผู้มีอำนาจบริษัท โพกัสไลท์ ซาวน์ซิสเต็ม จำกัด ผู้ติดตั้ง ที่รับติดตั้งเอฟเฟกต์ในซานติก้า ผับ เป็นเวลา 3 ปี และให้ร่วมกันชดใช้เงินกับผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นเงิน 5.12 ล้านบาท
ด้านคดีแพ่ง ศาลมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ผู้เสียหาย 46 ราย เป็นเงินตั้งแต่ 1-6 ล้านบาท และศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้กรุงเทพมหานครเยียวยาผู้เสียหาย 12 ราย เป็นเงิน 5.79 ล้านบาท ฐานไม่ตรวจสอบอาคารให้อยู่ในสภาพปลอดภัย และดัดแปลงตัวอาคารมาเป็นสถานบันเทิง
กรณีเพลิงไหม้ ‘เมาน์เทน บี’ ร้านอาหารที่สัตหีบในปี 2565
อีกกรณีเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกวันที่ 5 สิงหาคม 2565 กับเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่อีกครั้งที่ร้านเมาน์เทน บี (Mountain B) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งหลังจากการสืบสวนพบว่ามีสาเหตุคล้ายๆ กัน ดังนี้
ขณะที่วงดนตรีกำลังเล่นอยู่ในร้านดังกล่าว ก็เกิด ‘กระแสไฟฟ้าลัดวงจร’ บริเวณฝ้าเพดานและหลังคา ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็ว เพราะเปลวไฟได้ทำปฏิกิริยากับโฟมซับเสียงที่บุไว้ทั่วผนังและเพดานของอาคาร จนกลายเป็นเปลวไฟที่หยดลงมาใส่คนในร้าน
เหตุการณ์ในคืนนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 26 รายและบาดเจ็บอีก 50 ราย โดยภายหลังพบว่า ร้านเมาน์เทน บี ถูกดัดแปลงจากร้านอาหารให้กลายเป็นสถานบันเทิงแบบปิดทึบที่ไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ ทำให้ควันไฟสะสมอย่างรวดเร็วขณะที่เกิดไฟไหม้
นอกจากนี้ ‘ประตูหนีไฟฉุกเฉิน’ ของร้านดังกล่าว ยังถูกล็อกปิดตายพร้อมมีสิ่งกีดขวาง ทำให้คนในร้านไม่สามารถใช้เส้นทางฉุกเฉินได้ แต่ต้องหนีออกมาที่ประตูทางออกด้านหน้าเพียงทางเดียว
สำหรับรายชื่อผู้รับผิดชอบของเหตุการณ์นี้ มีรายงานว่าเจ้าของร้านถูกตัดสินจำคุก 5 ปี 4 เดือน และมีข้าราชการที่เกี่ยวข้องถูกย้าย เนื่องจากละเลยในการตรวจสอบ
ทั้ง 3 กรณี (ซานติก้าผับ, เมาน์เทน บี และโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว) ต่างมีสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมคล้ายๆ กัน คือ การใช้โฟมดูดซับเสียงราคาถูกซึ่งเป็นวัสดุไวไฟ การมีทางออกน้อย และแคบทำให้เกิดปรากฏการณ์คอขวด และการไม่มีป้ายบอกทางหนีไฟที่ชัดเจนและเพียงพอสำหรับการอพยพคนจำนวนมาก