สืบเนื่องจากกรณี เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมซึ่งอารยะขัดขืนปฏิเสธการเกณฑ์ทหารมานานกว่า 12 ปี ถูกฟ้องในข้อหาหลีกเลี่ยงไม่เกณฑ์ทหารฯ ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 ด้วยเหตุผลทางมโนธรรม โดยในชั้นสืบพยานได้มีการยื่นคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นดังกล่าว
วันนี้ (20 กรกฎาคม 2569) ศาลแขวงสมุทรปราการพิพากษาว่า เนติวิทย์มีความผิดฐานหลีกเลี่ยงไม่เกณฑ์ทหารฯ ลงโทษจำคุก 6 เดือน ให้รอลงอาญา 1 ปี
คดีนี้เกิดขึ้นหลังจากเนติวิทย์เดินทางไปสถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ เมื่อ 5 เมษายน 2567 ที่เทศบาลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ และอ่านแถลงการณ์อารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมการบังคับเกณฑ์ทหาร โดยมองว่าขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน เป็นระบบที่เหลื่อมล้ำหลายมาตรฐาน ไม่ได้ทำให้เกิดความเสมอภาคของพลเมือง ประชาชนชาวไทยทุกคนควรมีสิทธิเสรีภาพที่จะเลือกได้ว่าจะเข้ารับราชการทหารหรือไม่ โดยไม่ถูกบังคับ
โดยเน้นย้ำว่าการปฏิเสธเข้าร่วมเกณฑ์ทหารนี้ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อปูทางไปสู่สิทธิเสรีภาพของพลเมืองที่ดีขึ้น และเพื่อผลักดันให้กองทัพไทยปรับตัวเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสมกับยุคสมัย
ด้วยเหตุนี้เขาจึงถูกดำเนินคดีฐานหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร และในการสืบพยานนัดสุดท้ายเนติวิทย์ได้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.บ.เกณฑ์ทหารฯ ตามมาตรา 27 ซึ่งกำหนดหน้าที่ของทหารกองเกินที่ถูกเรียกตัวต้องมาเข้ารับการตรวจเลือก และมาตรา 45 ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกินสามปีแก่ผู้หลีกเลี่ยงหรือขัดขืน ว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 26 วรรคหนึ่งว่าด้วยการตรากฎหมายที่มีผลจำกัดสิทธิเสรีภาพและมาตรา 31 ว่าด้วยเสรีภาพในการถือศาสนาหรือไม่
ต่อมา 12 พฤษภาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญได้มี ‘มติเอกฉันท์’ วินิจฉัยว่า พ.ร.บ. รับราชการทหารฯ มาตรา 27 และมาตรา 45 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 31
โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า การเกณฑ์ทหารไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เมื่อชั่งน้ำหนักระหว่างการเกณฑ์ทหารเพื่อให้รัฐมีความพร้อมที่จะปกป้องรักษาเอกราชและอธิปไตย กับการเกณฑ์ทหารที่ก่อให้เกิดภาระแก่บุคคลในการใช้ชีวิตปกติแล้ว ประโยชน์สาธารณะย่อมมีมากกว่า จึงไม่ได้เพิ่มภาระ จำกัดสิทธิหรือเสรีภาพเกินสมควรและเป็นไปตามหน้าที่ของปวงชนชาวไทย
ด้วยคำวินิจฉันดังกล่าว ส่งผลต่อคำพิพากษาของเนติวิทย์ในวันนี้ โดยศูนย์ทนายความฯ รายงานว่า ศาลแขวงสมุทรปราการพิพากษาว่า เนติวิทย์มีความผิดฐานหลีกเลี่ยงไม่เกณฑ์ทหารฯ ที่จำเลยอ้างว่า พ.ร.บ.รับราชการทหารฯ ขัดต่อธรรมนูญศาล ก็มีคำวินิจฉัยแล้วว่าพ.ร.บ.ดังกล่าวนั้นไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ส่วนที่จำเลยอ้างว่าไม่เข้ารับราชการทหารด้วยเหตุแห่งความเชื่อทางศาสนาและมโนธรรมสำนึก ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นในการกระทำความผิด ข้อโต้แย้งของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษาว่า จำเลยมีความผิด ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหารฯ มาตรา 27 และ มาตรา 45 ให้จำคุก 6 เดือน ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยถูกลงโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษ 1 ปี