หากตามองตัวหนังสือ แต่ไม่เข้าหัวเลยสัก ลองใช้วิธีอ่านแบบดื่มด่ำเข้าไปในงานเขียน หรือ immersive reading ดูสิ
เคยรู้สึกหรือเปล่าว่าเดี๋ยวนี้การอ่านหนังสือให้จบเล่มทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่มีสิ่งต่างๆ คอยแย่งความสนใจจากเราไปตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเสียงแจ้งเตือน เรื่องราวดราม่าบนอินเทอร์เน็ต หรือซีรีส์เรื่องใหม่ที่ทยอยปล่อยมาทุกอาทิตย์ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ทำให้เราไม่สามารถจมจ่อมไปกับเรื่องราวในหนังสือที่ต้องอาศัยสมาธิอย่างแรงกล้าได้เลย
การอ่านหนังสือแบบ immersive reading จึงเป็นเทคนิคการอ่านหนังสือแบบหนึ่งของคนรุ่นใหม่ ที่ลองนำมาใช้เพื่อให้สามารถอ่านหนังสือจบเล่มได้ง่ายขึ้น ด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการอ่านหนังสือเล่มจริง พร้อมกับการฟังเสียงหนังสือเสียง (audio books) ไปด้วย เพื่อให้ได้ประสบการณ์ทั้งภาพและเสียงในขณะเดียวกัน
อันที่จริงวิธีการอ่านแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้มักเป็นเทคนิคการอ่านเพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นและผู้บกพร่องด้านการเรียนรู้ในห้องเรียน เพื่อช่วยให้เด็กๆ สามารถเชื่อมโยงเสียงและตัวอักษรได้ง่ายขึ้น
แต่ปัจจุบันวิธีอ่านแบบ immersive reading ไม่ได้เป็นแค่เทคนิคในห้องเรียนอีกต่อไป แต่กลายเป็นวิธีการอ่านที่หลายๆ คนนำมาใช้ นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลายคนบอกว่าการอ่านด้วยวิธีนี้นอกจากช่วยให้ดื่มด่ำกับโลกของการอ่านมากขึ้นแล้ว บางคนยังบอกว่าช่วยทำให้อ่านหนังสือจบเร็วมากขึ้นด้วย เพราะการอ่านไปพร้อมๆ กับการฟังเสียงอ่านจาก audio books ที่มีทั้งจังหวะ น้ำเสียง หรือบรรยากาศ จะช่วยนำทางให้เราจดจ่ออยู่กับตัวหนังสือได้ดีขึ้น รวมถึงลดความฟุ้งซ่านในขณะอ่านแบบเดิมได้ด้วย
immersive reading ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราอ่านหนังสือให้จบเล่มง่ายขึ้นเท่านั้น แต่อีกด้านหนึ่ง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เราเข้าสู่โลกการอ่านแบบเชิงลึก หรือการอ่านที่ต้องใช้สมาธิค่อนข้างสูง ซึ่งถือเป็นกระบวนการอ่านที่สำคัญในปัจจุบัน เพราะจะช่วยให้เราสามารถคิดวิเคราะห์ และเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เพื่อให้มองเห็นภาพรวมได้ดีขึ้น
หากวันไหนที่รู้สึกฟุ้งซ่าน จนไม่สามารถตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับตัวหนังสือได้ อย่าลืมเอาเทคนิคนี้ไปลองใช้กันดูนะ
อ้างอิงจาก
https://www.npr.org/2026/05/20/nx-s1-5790811/immersive-reading-trend