“เราพบว่า เฮ้ย! กระบวนการนี้โกงแน่ๆ ดิฉันก็ไปถามเขาว่าคนที่ใหญ่ที่สุดที่นี่คือใคร เขาบอก ‘คุณแสวง’ นั่งอยู่ที่ห้องกระจก ดิฉันเดินไปคุยกับเขาอยู่นานมาก แต่เขาตอบมาว่า ‘เขาก็ทำเป็นกระบวนการกันหมด คนโน้นก็ทำ คนนี้ก็ทำ ในเมื่อทำแล้วแพ้เอง กลุ่มที่ทำแล้วแพ้จะมาโวยวายทำไม’ ที่พูดอย่างนี้แสดงว่าท่านยอมรับใช่ไหมคะ”
วันนี้ (4 สิงหาคม 2569) คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จัดกิจกรรม ‘เจาะลึกหลักฐานคดี สว. ภาคพิเศษ: เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน’ ที่ชั้น 6 ห้อง 607 อาคารรัฐสภา โดยมีผู้ร่วมอภิปรายได้แก่ พยานบุคคลที่พบเห็นข้อสังเกตเกี่ยวกับการทำงานของ กกต., นันทวัฒน์ ศักดิ์สกุลคุณากร ตัวแทนจากกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ, รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน นักวิชาการด้านคณะนิติศาสตร์ และ ศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์
ศรินทร สนธิศิริกฤตย์ ผู้สมัคร สว. กลุ่ม 4 ที่เข้าไปถึงรอบการเลือกระดับประเทศ เล่าว่า การเลือกในรอบเช้า (รอบเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ) มีการระบุอย่างชัดเจนว่าเอกสารที่นำเข้าได้มีเพียงใบสว.3 ที่ถูกแจกเพื่อให้ผู้สมัครได้รู้จักประวัติของผู้สมัครอื่นๆ ก่อนการเลือกไขว้ แต่กลับพบว่าเมื่อถึงตอนที่เลือกจริงๆ กลับมีบางคนสามารถนำแฟ้มเอกสารเข้าไปได้ด้วย
ขณะที่การเลือกในช่วงเย็น (รอบเลือกไขว้ระหว่างกลุ่มอาชีพ) ซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาแจ้งในช่วงเวลาประมาณ 14:00 น. ว่าการเลือกรอบนี้จะไม่ให้นำเอกสารใดๆ เข้าไป แต่ก็ยังมีบางคนที่มีลอกตัวเลขและนำเข้าไปด้วย เมื่อเห็นอย่างนั้น ศรินทรจึงรู้สึกว่ากระบวนการเลือกตั้งนี้ไม่ชอบมาพากล จึงถามเจ้าหน้าที่ว่า “คนที่ใหญ่ที่สุดที่นี่คือใคร?” ซึ่งได้คำตอบมาว่า ‘แสวง บุญมี’ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ศรินทรจึงเดินไปพูดคุยกับแสวงที่อยู่ในห้องกระจก ซึ่งได้คำตอบกลับมาในลักษณะว่า “เขาก็ทำเป็นกระบวนการกันหมด คนโน้นก็ทำ คนนี้ก็ทำ ในเมื่อทำแล้วแพ้เอง กลุ่มที่ทำแล้วแพ้จะมาโวยวายทำไม” เธอจึงตั้งคำถามว่าแสดงว่าแม้แต่ กกต. ก็ยอมรับใช่ไหม
อย่างไรก็ตาม ศรินทรยืนยันว่าไม่ใช่ทุกกลุ่มผู้สมัครที่จะมีการฮั้วหรือโกงกันเข้าไป เพราะที่จังหวัดสระแก้วมีการคัดเลือกตุณสมบัติอย่างเข้มงวด ผู้สมัครทุกคนในกลุ่มของตน (จากจังหวัดสระแก้ว) ก็มีใบประกอบโรคศิลป์และมีประสบการณ์ทำงานถึง 10 ปี ดูได้จากจำนวนผู้สมัครที่ผ่านคุณสมบัติของจังหวัดสระแก้วที่มีเพียง 150 คน แต่บางจังหวัดมีถึงกว่าพันคน
นอกจากประเด็นที่ศรินทรเล่าแล้ว บัญญติ เพียรสวัสดิ์ ผู้สมัคร สว. กลุ่มที่ 2 จังหวัดเพชรบุรี ยังเล่าถึงข้อมูลที่พบว่า แม้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (25) ระบุว่าผู้สมัคร สว. จะต้องไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้สมัคร สว. ในคราวเดียวกัน แต่กลับมีผู้สมัครบางคนที่เป็นครอบครัวเดียวกันและสามารถสมัครมาเลือกได้
ขณะที่ มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการเลือกตั้ง กกต. ได้ชี้ให้เห็นข้อพิรุธผ่านวิดีโอหลักฐานการเก็บบันทึกโพยเอกสารเลือก สว. ระดับประเทศรอบไขว้ เมื่อ 26 มิถุนายน 2567 ซึ่งแสดงภาพเจ้าหน้าที่เดินตรวจและเก็บโพยรายชื่อจากผู้สมัครในช่วงเวลาประมาณ 19:02 น. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ (18:30 น.) มีการประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้นำเอกสารใดๆ เข้าไปในรอบเลือกไขว้