ออฟฟิศดูแลคุณอย่างไรหลังน้ำท่วม?
เมื่อวานนี้ (27 กันยายน 2569) กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ส่งหนังสือขอความร่วมมือนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้เกี่ยวข้อง ช่วยกันดูแลลูกจ้างไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้หรือไปทำงานสายอันเนื่องจากน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก ขอให้นายจ้างผ่อนผันให้หยุดงานได้ โดยไม่ถือเป็นการขาดงานหรือเป็นความผิดตามข้อบังคับการทำงาน
ในประกาศยังขอให้คณะกรรมการสวัสดิการในออฟฟิศร่วมมือกับนายจ้าง ช่วยจัดหาสวัสดิการเพื่อดูแลลูกจ้างที่ประสบภัยตามความเหมาะสม
เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยในการทำงาน ควรปฏิบัติตามแผนฉุกเฉิน และตรวจสอบระบบไฟฟ้า เครื่องจักร อาคารสถานที่ และพื้นที่ต่างๆ ของสถานประกอบกิจการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย
นอกเหนือไปจากประกาศของกรมคุ้มครองแรงงานฯ ในกรณีที่น้ำท่วมจนไม่สามารถทำงานได้ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 อาจมีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ในอัตรา 50% ของค่าจ้างรายวันที่ใช้เป็นฐานส่งเงินสมทบ
แต่นั่นไม่ได้แปลว่าทุกคนที่เจอน้ำท่วมจะได้รับเงินชดเชย เงื่อนไขคือ ภัยธรรมชาติต้องส่งผลโดยตรงจนไม่สามารถทำงานได้ เช่น นายจ้างไม่สามารถเปิดกิจการได้จนไม่สามารถจ่ายค่าจ้างได้เลย รวมถึงต้องมีการรับรองจากนายจ้างและผ่านการตรวจสอบของสำนักงานประกันสังคมเสียก่อน
สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และ 40 ไม่มีความคุ้มครองกรณีว่างงานในลักษณะเดียวกัน ต้องติดตามแนวทางการเยียวยาจากหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ เช่น กรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานท้องถิ่นต่อไป
หากต้องการตรวจสอบว่าตัวเองเข้าข่ายหรือไม่ สามารถสอบถามสำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506 และตรวจสอบรายละเอียดสิทธิและช่องทางยื่นเรื่องผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมได้ โดยควรเช็กหลักเกณฑ์ล่าสุดอีกครั้งก่อนดำเนินการ เพราะการอนุมัติจะพิจารณาตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
อ้างอิงจาก
https://www.thairath.co.th/news/politic/2962414
#วันลาหยุด #สวัสดิการแรงงาน #กรมคุ้มครองแรงงาน #น้ำท่วม #TheMATTER