ขนาด ‘นก’ ยังนกเลยแก เมื่อนกกระจอกถูกเทเพราะมีชู้

ใครกำลังจะโดนทรยศยกมือขึ้น! เมื่อคู่รักของคุณเริ่มกลับบ้านไม่ตรงเวลา ไม่ชวนสนทนาพาที มีวี่แววจะต่อยตีทุกทีหากถามว่าไปไหน สัญญาณแห่งความ ‘นก’ เริ่มชัดเจนเมื่อเริ่มมีเค้าลางของการโดน ‘เท’ คุณกำลังจะโดนทรยศเพราะแฟนตัวดีกำลังจะทิ้งคุณไปหาของใหม่ และคุณมันก็แค่ของเก่าที่หลงเหลือจากยุคสำริด แค้นใช่ไหม? ถึงช่วงเวลาเอาคืนแล้ว

ความเจ้าชู้มีตั้งแต่ยุคก่อนบรรพกาลและในสัตว์หลายเผ่าพันธุ์ เมื่อคุณเริ่มสงสัยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนรัก ซึ่งคุณอาจเริ่มบทสนทนากับเพื่อนว่า “ตามสัญชาตญาณฉันนะแก มัน(แม่ง)แอบไปมีกิ๊กแน่ๆ ดูตามันก็รู้”  ใช่แล้ว! จะกล่าวว่าความใคร่สงสัยเกิดขึ้นจากสัญชาตญาณก็ไม่ผิดนัก เพราะคุณสมบัติในการจับผิดคู่ครองของคุณ ถูกส่งต่อผ่านสารรหัสพันธุกรรมไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น ที่อาจกินเวลาเกือบ 200 ล้านปี

มนุษย์อาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมน้อยกลุ่มนักที่ถูกจัดว่าเป็น ‘รักเดียวใจเดียว’ หากไม่นับประโยชน์ของวิวัฒนาการผัวเดียวเมียเดียวเพื่อประสิทธิภาพในการเลี้ยงดูทายาทที่ต้องอาศัยการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่พฤติกรรมนอกใจก็เป็นไม่ใช่เรื่องแปลก พบเห็นได้ในหลายคู่  ซึ่งผลของพันธุกรรม กลุ่มฮอร์โมนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจและปัจจัยทางสังคม (แอลกอฮอร์ก็มีส่วน) ก็เป็นเหมือนฟันเฟืองให้คุณหาของใหม่ที่สดกว่า กรอบกว่า อร่อยกว่า (นี่แฟนหรือขนมถุง?)

 

แต่งานวิจัยด้านพฤติกรรมสัตว์เผยข้อมูลใหม่กับเรา เพราะแม้แต่นกกระจอก (Sparrow) ยังมีวิธีการรับมือนกทรยศ ที่ไม่ต่างจากมนุษย์  ถ้าร้ายกาจเสียหน่อยก็คือ การไม่ให้อาหารซะเลย  “อย่าแดกเลยมึง!”

 

ทีมวิจัยจาก Imperial College London นำโดยดอกเตอร์สาว Julia Schroeder จากคณะวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Science) เฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเจ้านกกระจอกอย่างใกล้ชิด ชนิดที่ว่ารู้ว่าตัวไหนกำลังเป็นชู้กับตัวไหน เป็นเวลากว่า 12 ปี ทีมวิจัยพบว่าเมื่อนกตัวผู้ระแคะระคายว่าตัวเมียกำลังจะตีปีกออกห่าง นกตัวผู้จะเริ่มเสเพล ไม่ยอมหาอาหารมาป้อนลูกๆ และ ‘เท’ นกตัวเมียอย่างไร้เยื่อใย

Urs Schmidli
พฤติกรรมนอกใจพบได้ในนกระจอก พวกมันจะหาอาหารมาจุนเจือน้อยลง จนถึงขั้นไม่ใยดีต่อลูกๆของมันเลย (ภาพ: Urs Schmidlli)

แม้นกกระจอกจะเป็นสัตว์ที่มีพฤติกรรมรักเดียวใจเดียว แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่มีพฤติกรรมกลัดมันเป็นนกหลายใจ (มีงานวิจัยศึกษาว่า นกกระจอกตัวผู้ประมาณ 9 – 6 % จาก 197 ตัว มีพฤติกรรมหลายใจชัดเจน)

งานวิจัยของ Julia Schroeder ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ American Naturalist เธอยังระบุว่า นกกระจอกทั้งเพศผู้และเพศเมียมีแนวโน้มจะนอกใจด้วยกันทั้งนั้น แต่ต่างเหตุผลกัน ต่างวาระกัน

นกกระจอกเพศผู้จะพยายามนอกใจเพื่อจะผลิตทายาทลูกนกให้ได้มากที่สุดเท่าที่ศักยภาพการสืบพันธุ์ของมันจะเอื้อได้ ในขณะที่นกกระจอกเพศเมียจะนอกใจเพื่อสรรหานกเพศผู้ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่ดีที่สุด เพื่อถ่ายทอดไปยังลูกนกรุ่นต่อไปให้แข็งแรง

หากนกกระจอกเพศเมียเลยเริ่มนอกใจ มันจะใช้เวลาในรังน้อยลง ออกไปสำรวจสภาพแวดล้อมมากขึ้น (ทำไมเธอไม่กลับบ้าน ติดปาร์ตี้เหรอ) ส่วนตัวผู้จะเริ่มเล่นงานตัวเมียโดยการหาอาหารมาจุนเจือรังน้อยลง ขี้เกียจ และถึงขนาดไม่หาอาหารมาป้อนลูกนก ซึ่งนั้นจะบีบคั้นให้ตัวเมียออกหานกเพศผู้ตัวอื่นที่แข็งแรงกว่า ขยันกว่าและพร้อมรับผิดชอบลูกๆของเธอ (แม่จะหาพ่อที่ดีแก่หนูเองจ้ะ) เมื่อนกหย่ากัน พวกมันก็จะหาคู่ครองใหม่ๆ จนหมดอายุขัย

แต่ครอบครัวนกที่รักเดียวใจเดียว ตัวผู้มักพยายามหาขนนกและวัสดุมาเสริมรังให้แข็งแรง นกตัวเมียก็มีแนวโน้มวางไข่เพิ่มมากขึ้นด้วย ยิ่งขยัน ก็ยิ่งได้ผลตอบแทนที่สวยงาม

แหม นกกระจอกก็รับมือกับความเจ้าชู้ไม่ต่างจากมนุษย์อย่างเราๆ เท่าไหร่นัก

 

กว่าจะได้งานวิจัย ไม่ง่าย

Sparrow
Julia Schroeder นักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (ซ้าย) และทีมงานต้องเรียงลำดับจีนโนไทป์ของนกกระจอกทั้งเกาะ เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของพวกมัน

 

Julia Schroeder และทีมวิจัยใช้เวลากว่า 12 ปีในการศึกษาวงศ์นกกระจอกบนเกาะ Lundy ในช่องแคบบริสตอล จนได้พบปรากฏการณ์ทางสังคมนกอย่างใกล้ชิด พวกเธอติดตามนกตัวผู้จำนวน 200 ตัว และนกตัวเมีย 194 ตัว จับกลุ่มกันกว่า 313 คู่และสร้างทายาทใหม่มากกว่า 863 ตัวบนเกาะนี้ ซึ่งทุกตัวบนเกาะจะต้องถูกจับตรวจสอบจีโนไทป์ เพื่อสร้างโครงข่ายครอบครัวนกและหาเบาะแสที่แม่นยำว่า ‘นกตัวไหนกำลังนอกใจตัวไหน’ และส่งผลกระทบมาสู่ลูกหลานของพวกมันหรือเปล่า

 

telegraph
เกาะ Lundy เปรียบเสมือนห้องทดลองขนาดใหญ่เพื่อศึกษาพฤติกรรมสัตว์ เพราะมีระบบนิเวศแบบปิด (ภาพ: Telegraph)

ลักษณะเฉพาะตัวของเกาะ Lundy คือระบบนิเวศน์แบบปิด ทำให้มีปัจจัยการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพน้อยมาก ซึ่งมีนกไม่กี่สายพันธุ์ที่ย้ายถิ่นฐานออกจากเกาะ และนกหน้าใหม่ๆ ที่ย้ายเข้ามาก็มีไม่กี่ชนิด (โดยมักเกาะติดมากับเรือ) ทำให้เกาะ Lundy มีสภาพเป็นห้องทดลองขนาด 4.4 ตารางกิโลเมตรโดยสมบูรณ์แบบ

เราไม่ได้นำเสนอว่าการเอาคืนคนเจ้าชู้จะเป็นเรื่องดีสำหรับมนุษย์ เพราะคุณก็เห็นอยู่ว่านกกระจอกมีมาตรการที่รุนแรงและส่งผลกระทบถึงลูกนกที่น่าสงสารของพวกมัน หากพ่อนกเลิกหาอาหารมาจุนเจือรัง ลูกนกก็อาจตายยกรัง

แต่เราก็ไม่ได้ปฏิเสธความเจ้าชู้ประตูดินที่แอบแฝงในสัญชาตญาณของพวกเราเช่นกัน และการเข้าใจธรรมชาติของสรรพชีวิตอื่นก็เป็นเรื่องจำเป็น แม้กระทั้งชีวิตรักรันทดของนกกระจอกก็ตาม

คุณค่าของความเป็นมนุษย์คือการเห็นอกเห็นใจกัน (Compassion) ที่ทำให้เราแตกต่างจากสัตว์สายพันธุ์อื่นและเราประเมินผลของการกระทำได้ด้วยสติปัญญา  ก่อนจะนอกใจใครก็นึกกันดีๆนะ เพราะแฟนของคุณอาจมีแผนรับมือที่โหดเหี้ยมกว่านกกระจอก ที่จะทำให้คุณกลายเป็น‘ไอ้กระจอก’ไปเลย

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

Predictably philandering females prompt poor paternal provisioning.” by Julia Schroeder :The American Naturalist
phys.org

 

Share This!
  • 31
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    31
    Shares
No Comments Yet

Comments are closed