นิยามความตาย และราคาที่ต้องจ่ายเพื่อไถ่ชีวิตคืนในเทพปกรณัม

ตำนานหลายเรื่องตั้งคำถามถึงการพบปะความตาย คุณเคยรู้ไหมว่าความตายเบาหวิวและหนักอึ้งแค่ไหนยิ่งเมื่ออยู่ในอ้อมแขน คุณเคยเห็นความตายมาก่อนหรือเปล่า?

 

ความตายคือปลายทางอันแน่นอน คือสิ่งที่ทั้งใกล้ตัวและแสนไกลสำหรับมนุษย์ทุกคน ในสมัยที่เรายังคงเชื่อในสิ่งที่ยิ่งใหญ่และถาวรกว่าตัวเรา มนุษย์ถูกเรียกขานในนามของสิ่งที่ตายได้ (mortal) มนุษย์เราครุ่นคิดถึงความตายกันเป็นนิจ ซิกมุนด์ ฟรอยด์ บอกว่าลึกๆ แล้วเราต่างมีความปรารถนาในความตายในฐานะจุดสิ้นสุด สิ้นสุดจากการบำรุงรักษาชีวิตที่แสนเหนื่อยหน่าย

ความตายเป็นสิ่งหนึ่งที่แสนจะทรงพลัง มนุษย์จึงดูจะคอยขบคิดถึงความตายเป็นนิจ ความตายจึงเป็นอุปสรรคสำคัญที่เหล่าวีรบุรุษในปกรณัมตำนานทั้งหลายต้องเผชิญ การเผชิญหน้ากับความตาย – เสี่ยงตาย ดูจะเป็นสิ่งที่วีรบุรุษต้องเผชิญ แต่ในหลายตำนานก็มี ‘การตาย’ เกิดขึ้นจริงๆ เหล่าฮีโร่เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย รับภารกิจเอาชนะความตาย และนำคนตายกลับมา

การเอาชนะความตายนี้ดูทรงแล้วมักจะจบไม่ค่อยสวย เป็นภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ ในตำนานกรีกมีเรื่องเล่าของออร์เฟอุส (Orpheus) เรื่องราวที่ว่าด้วยมนุษย์ธรรมดาที่อาจหาญต่อรองกับเจ้าแห่งโลกหลังความตาย มนุษย์ผู้มีศิลปะวิทยาการที่ทรงพลังพอๆ กับเงื้อมเงาของมัจจุราช ดูเหมือนว่าจากตำนานออร์เฟอุสจะสะท้อนถึงจิตสำนึกของมนุษย์ เราต่างฝันถึงอำนาจและความยิ่งใหญ่ที่เหนือไปกว่าธรรมชาติ แต่สุดท้ายแล้วเราต่างตระหนักถึงราคาที่เราต้องจ่ายจากการครอบครองพลังเหล่านั้น

Orpheus and Eurydice – Jean Raoux, ภาพจาก : commons.wikimedia.org

ออร์เฟอุส กับการก้าวล่วงธรรมชาติของมนุษย์

ในความเชื่อแบบตะวันตก ความตายเป็นเสมือนกำแพงสุดท้ายที่มนุษย์ไม่ควรก้าวล่วง มีการคืนชีพน้อยนิดที่เป็นไปได้และเป็นไปด้วยดี นอกเหนือไปจากนั้น ความตายถือเป็นสิ่งแน่นอนที่มนุษย์เราไม่ควรล่วงละเมิด ตำนานแฟรงเกนสไตน์ ไปจนถึงการเกิดขึ้นของซอมบี้ดูจะเป็นคำเตือนจากความพยายามในการเอาชนะความตาย เป็นการฝืนธรรมชาติที่ต้องห้าม

ตำนานออร์เฟอุสว่าด้วยวีรบุรุษหนุ่มนามออร์เฟอุส ตามท้องเรื่องและในความเชื่อแบบกรีกโบราณเชื่อว่าออร์เฟอุสเป็นมหากวีและนักดนตรีที่ยิ่งใหญ่ เล่าขานกันว่าเมื่อออร์เฟอุสเล่นพิณ (lyre) และขับขานบทกวี เสียงและบทเพลงของเขาส่งผลกระทั่งถึงสรรพสัตว์ นก ปลา ให้หยุดฟัง และถึงขั้นควบคุมธรรมชาติรอบตัวได้ แม้แต่ปีศาจไซเรน เมื่อเจอกับพลังทางดนตรีของออร์เฟอุสก็ต้องพ่ายแพ้ไป

ท้องเรื่องมีอยู่ว่า ออร์เฟอุสมีเมียชื่อนางยูรีดิส (Eurydice) วันหนึ่งนางยูรีดิสคงจะเดินเข้าป่าแล้วโดนงูพิษขบขาถึงแต่ความตาย เมื่อออร์เฟอุสมาพบศพเมียเข้าก็แสนเศร้าเสียใจแทบสิ้นสมประดี และด้วยความที่เป็นนักดนตรีจึงหยิบเอาพิณขึ้นมาและขับขานความรู้สึกอันท่วมท้นออกมา ว่ากันว่าทวยเทพและเหล่านางไม้เมื่อได้ฟังก็ต่างต้องหลั่งน้ำตาออกมา

ด้วยความรักอันท่วมท้น ออร์เฟอุสจึงตัดสินใจเดินทางลงไปยังยมโลก (บางตำนานบอกว่าออร์เฟอุสเป็นมนุษย์เต็มตัว บ้างก็บอกว่าเป็นบุตรของอพอลโล เทพแห่งดวงอาทิตย์และศิลปะวิทยาการ) เมื่อถึงนรกแล้ว ออร์เฟอุสก็เล่นดนตรีถ่ายทอดความรู้สึกโศกสลดและความรักอันล้ำลึกเพื่ออ้อนวอนฮาเดสและเพอร์ซิโฟเน เทพบดีและราชินีแห่งโลกใต้พิภพ กระนั้นแม้แต่เจ้าแห่งความตายในนรกอันเหือดแห้งเมื่อได้สัมผัสความรู้สึกของออร์เฟอุส ต่างก็วูบไหวและยินยอมที่จะปลดปล่อยคนรักให้กลับไปพร้อมกัน

ข้อแม้ในการนำวิญญาณของคนรักกลับไปมีเพียงข้อเดียว ขณะเดินทางและยังอยู่ในโลกใต้พิภพ ออร์เฟอุสต้องไม่หันหลังกลับมามองเมียตัวเองเป็นเด็ดขาด เล่ามาถึงตรงนี้ก็รู้แล้วว่าเจ๊งแน่นอน สุดท้ายเมื่อออร์เฟอุสกำลังจะพ้นเขตและก้าวเข้าสู่โลกเบื้องบน ด้วยความกังวลใจเลยขอหันกลับมาดูซะหน่อยว่าเมียตามมาเรียบร้อยดีไหม ผลคือเมื่อหันไปดวงวิญญาณของนางจึงถูกส่งกลับไปยังยมโลก ออร์เฟอุสจึงเสียนางไปตลอดกาล

Orpheus in der Unterwelt – Louis Jacquesson de la Chevreuse, ภาพจาก : Musée des Augustins(wikipedia.org)

อำนาจและราคาที่มนุษย์ต้องจ่าย

ฟังดูเป็นเรื่องแสนเศร้า และแน่ล่ะว่า ดูจะเป็นโลกที่มนุษย์ไม่อาจเอาชนะได้ คาร์ล ยุง (Carl Jung) นักจิตวิทยาแห่งตำนานและความฝันพูดถึงตำนานออร์เฟอุสว่า เป็นเสมือนพลังจินตนาการของมนุษย์ที่สามารถเอาชนะและมีพลังเทียมเท่าธรรมชาติได้ พลังที่มาจากการใช้ศิลปะเฉพาะอย่าง ศิลปะแห่งการแสดงและส่งผ่านความรู้สึก

ยุงบอกว่าเราเองต่างนึกถึงพลังอำนาจที่มีได้ในระดับมหัศจรรย์ (หลายตำนานบอกว่าพลังของดนตรีจากออร์เฟอุสควบคุมได้กระทั่งสิ่งไร้ชีวิต ก้อนหินต้นไม้ลุกขึ้นร่ายรำ) ทำนองเดียวกับที่ออร์เฟอุสใช้ความรู้สึกผสานกับความช่ำชองทางศิลปะของเขาในการควบคุมจัดการธรรมชาติ – กระทั่งเจ้าแห่งความตาย – แต่สุดท้ายยุงบอกว่า ในจิตไร้สำนึก (unconscious) ของเราที่แม้จะฝันถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ แต่มนุษย์เองก็ตระหนักถึง ‘ราคา’ ของมัน การสูญเสียดวงวิญญาณของคนรัก ก็คือราคาของอำนาจที่เราคิดหวังไว้ ตอนจบของเรื่อง ออร์เฟอุสจึงปรารถนาความตายจากการตรอมตรมของสูญเสียคนรักถึงสองครั้ง

Carl Gustav Jung, ภาพจาก : braungardt.trialectics.com

จากราคาและอำนาจของออร์เฟอุส มนุษย์เราดูจะมีจินตนาการถึง ‘ฮีโร่’ และการเป็นยอดมนุษย์ผู้ซึ่งครอบครองอำนาจบางอย่างที่พ้นไปจากสิ่งที่มนุษย์ควรจะมี และดูเหมือนจะกลับมาที่ความเข้าใจที่แม้จะผ่านไปหลายพันปีแล้วก็ยังเป็นสากล คือเมื่อมนุษย์ตัวเล็กๆ ครอบครอง แบกรับพลังอันยิ่งใหญ่ – การเข้าสู่ภาวะ ‘เหนือมนุษย์’ – จึงมีราคาที่ต้องจ่าย ราคาที่แพงลิบลิ่ว ฮีโร่ในหนัง ในการ์ตูนสมัยใหม่ต่างเผชิญกับความตายและการสูญเสียมากมายไม่ต่างกับวีรบุรุษในอดีต

 

ภารกิจที่ยากเย็นที่สุดคือการพยายามโกงความตาย และนำเอาผู้คนที่ก้าวไปสู่โลกหลังความตายแล้วกลับมา ภารกิจที่เราต่างรับรู้ถึงความเป็นไปไม่ได้อยู่ลึกๆ …แต่อาจจะได้ก็ได้นะ บางตำนานก็บอกว่าออร์เฟอุสเอาชนะความตายได้ ตำนานบางเรื่องของตะวันออกก็พูดถึงนางสาวิตรีผู้เอาชนะพระยม และนำดวงวิญญาณคนรักกลับมาได้

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

academia.edu

britannica.com

 

Illustration by Kodchakorn Thammachart
Share This!
  • 1.7K
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    1.7K
    Shares
No Comments Yet

Comments are closed