ก็เลิกกันแล้วให้มันจบๆ ไป เลิกกันอย่างไรให้มีสไตล์

ช่วงนี้มีข่าวการเลิกร้างกันหลายคู่ แน่ล่ะ ในความสัมพันธ์ของเรา การเลิกกันก็ดูจะเป็นธรรมดาโลกอย่างหนึ่งที่เราต้องเผชิญ ธรรมด๊า (เสียงสูง) มีนักจิตวิทยาจำนวนหนึ่งพยายามทำความเข้าใจกระบวนการของความสัมพันธ์ว่าการที่คนสองคนสามารถมีความสัมพันธ์ลึกๆ กันแล้ว จะเลิกร้างกันมันมีขั้นตอนยังไงบ้างนะ

 

Loren Lee เสนอกระบวนการในการเลิกราไว้ 5 ขั้น คือ

1. เกิดความไม่พึงพอใจขึ้นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสอง (Dissatisfaction)

2. ทั้งสองฝ่ายรับรู้ว่ามีปัญหาอะไรบางอย่างแล้วน้า (Exposure)

3. เกิดการต่อรองจัดการของสองฝ่ายกับปัญหาที่ว่าเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน (Negotiation)

4. มีการใช้ข้อสรุปหรือการเปลี่ยนเพื่อลงมือแก้ปัญหาความสัมพันธ์ (Resolution and transformation)

5. และเมื่อความพยายามทั้งหมดไม่สัมฤทธิ์ผลก็นำไปสู่ขั้นตอนสุดท้าย นั่นคือการยุติความสัมพันธ์ (Termination) จบ.

ฟังดูเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็เคยเจอเนอะ ใครๆ ก็เคยมีแฟนเก่า ใครๆ ก็เคย ‘เคลียร์’ แต่ถ้าเคลียร์ไม่ลงแล้ว มันก็ต้องเลิก แต่เลิกแล้วจะทำยังไงดี เราจะเลิกด้วยสไตล์ไหนหรือมีวิธีการจัดการกับตัวเองหลังเลิกรายังไงดี

 

เลิกกันแล้วให้มันจบๆ ไป

เลิกกันแบบ 101 สไตล์ โบราณว่าไว้ว่าถ้ามันเจ็บ เราก็เอาตัวออกมาห่างๆ ก็เลี่ยงซะ เป็นคำแนะนำแบบพื้นฐานที่สุด ไม่ว่าจะเว็บไซต์ หรือกูรูเรื่องความสัมพันธ์ เช่น Berit Brogaard นักปรัชญาผู้เขียนหนังสือชื่อ ‘On Romantic Love’ ต่างแนะนำเป็นวิธีเบื้องต้นเพื่อทำใจ เลิกร้างกันสไตล์นี้อาจจะเริ่มต้นด้วยการถอยห่างออกจากชีวิตของกันและกัน ลบ ละ เลี่ยง ที่จะไปในที่เดิมๆ จัดข้าวของซะใหม่ อะไรที่เป็นเครื่องเตือนความทรงจำทั้งหลายก็ลบ facebook หรือ Social network อะไรก็อันฟอลโลวซะ

 

เจ็บบ่อยๆ ค่อยๆ ชิน

บางทีเราก็มีเหตุบางอย่างให้เลิกร้าง ไม่สามารถรักษาสถานะคนรักของกันและกันต่อได้อีกต่อไป แต่คนๆ นี้มันก็เป็นคนดีในชีวิต เราก็อยากจะรักษาไว้ แค่ไม่ได้เป็นแฟนไง การจะเจอคนดีๆ ในโลกนี้เข้ามาอยู่ในชีวิตมันก็ยากเนอะ แต่หัวใจเอยก็แสนยุ่งยาก การเลิกกันยังไงมันก็เจ็บแหละ ดังนั้นอีกวิธีการเลิกแบบที่ไม่หักดิบ ไม่ถอดออกจากชีวิต ยังคงรักษาการเจอหน้าไว้ เจอบ่อยๆ แต่เปลี่ยนโหมดว่าคนนี้คือเพื่อนที่ดีในชีวิต ถามว่าลึกๆ ยังรู้สึกจี๊ดๆ ไหม มันก็ใช่ แต่ในทางจิตวิทยาก็มีวิธีการที่เรารับมือกับความเจ็บปวดด้วยการเล่นซ้ำความเจ็บปวดนั้นเรื่อยๆ จนรับมือได้ สำหรับความสัมพันธ์การที่เราเจ็บบ่อยๆ เจอบ่อยๆ แต่เปลี่ยนสถานะ ต่อไปก็อาจจะชินไปเอง…นะ หวังว่า

 

เลิกร้างแบบนักคิด อารมณ์ต้องเจอกับเหตุผล

ถ้าความรักคืออารมณ์ นักคิดบางยุคบอกว่า คนเรามันต้องมีเหตุผล เหตุผลคืออีกด้านของอารมณ์ ดังนั้นเราต้องคิด ใช้เหตุผล ใช้ตรรกะ ใช้วิทยาศาสตร์ เอาองค์ความรู้ทั้งหลายมาพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่เราเป็น ไม่ว่าจะเป็นวิธีการคิดแบบไหน การคิดแบบ Deductive Reasoning ค่อยๆ แยก ตัดความรู้สึกออกเป็นส่วนๆ อธิบายเหตุผล ทำไมเราถึงรู้สึกแบบนี้ ร่างกาย เซลล์ หรือฮอร์โมนอะไรที่มันกำลังบงการเราอยู่ นักคิด นักชีววิทยา นักสังคม นักพฤติกรรมศาสตร์ ถือโอกาสเรียนรู้เพื่อเข้าใจ อ่านเสร็จก็เขียนลงเฟสบุ๊กเพื่อแสดงการขบคิด เขียนเสร็จก็อ่านทวนซ้ำๆ เผื่อจะร้าวรานน้อยลงบ้าง ซักนิดก็ยังดี ถ้าร้าวรานเท่าเดิม แต่มีความรู้เพิ่มขึ้น ก็เป็นทางเลือกที่โอเคเนอะ

 

ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ ใช้ร่มเงาศาสนาช่วยชุบชูใจ

เมื่อทางโลกทำให้เราร้าวรานนัก ก็มุ่งทางธรรม ให้ศรัทธาในศาสนานำพาและเยียวยาจิตวิญญาณที่บุบสลายให้กลับมา เมื่อเลิกกันแล้วก็เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ใช้วิกฤติของชีวิตในการที่จะเรียนรู้และเติบโตขึ้น ถ้าเจ็บหนักๆ ก็ถือโอกาสบ่ายหน้าออกจากเมือง จากชีวิตประจำวัน ไปสู่การปลีกวิเวก สุดท้ายอาจจะนำไปสู่ความเข้าใจโลก เข้าใจตัวเอง เข้าใจผู้อื่น นำไปสู่ความสงบและเกิดสันติสุขในหัวใจ สาธุ

 

อารมณ์มีก็ต้องปล่อยพรั่งพรู

ความรู้สึกก็เหมือนน้ำเนอะ ถ้ามันรู้สึกเยอะๆ แล้วไปสะกดกลั้นไว้มันก็ไม่น่าจะถูก มนุษย์เรามันก็มีอารมณ์เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเศร้าก็ปล่อยมันออกมา ร้องไห้ได้ ฟูมฟายให้สะใจ เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้เป็นนักแสดง MV ก็ช่วงนี้แหละ เซ็ต playlist เพลงเศร้าแล้วเดินเข้าห้องน้ำ เปิดฝักบัวแล้วร้องไห้ซะให้พอ ยิ่งถ้ากำลังเป็นหน้าฝนด้วยละก็อย่าได้พลาดเชียว แต่ก็เอาแต่พอดีเนอะ เพราะเจ็บใจไปแล้ว อย่าให้ร่างกายเจ็บไปด้วย พอพรั่งพรูเรียบร้อย ร่างกายและจิตใจก็จะได้รับการเยียวยา เพราะน้ำตาและการร้องไห้เป็นกลไกที่ร่างกายใช้รักษาตัวเอง

 

รักเขาแล้วไม่เวิร์ก กลับมารักตัวเองดีกว่า

การสิ้นสุดลงของความสัมพันธ์หนึ่งไม่ได้แปลว่าชีวิตเราจะจบ รักเขาหมดแล้วแต่ตัวเราก็ยังนั่งยิ้มแฉ่งอยู่ ความรักของเราก็ไม่ใช่ว่าแห้งแล้งซะทีเดียว กลับมารักตัวเอง มีผู้ผ่านมรสุมอกหักที่พอรักร้าวแล้วไม่ยอมให้เละเทะ แต่เลือกที่จะกลับไปดูแลตัวเอง ไปออกกำลังกาย เล่นโยคะ อ่านหนังสือ จนกลายเป็นผู้นำด้านสุขภาพไปเลยก็มี ก็อย่างว่าเนอะ พอตัวแข็งแรงใจก็แข็งแรง

 

เลิกราอย่างชายชาตรี

แมนๆ หน่อยสิ เป็นคำคุณศัพท์ใช้นิยามลักษณะที่มัน เข้มแข็ง สมชาย แต่ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน พออกหักแล้วอาจจะตบบ่าตัวเองแล้วบอกว่า เฮ้ย แมนๆ หน่อย เงยหน้าขึ้นมาแล้วออกไปทำกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจด้วยกิจกรรมชายหนุ่มๆ ทั้งหลาย หาคู่หูเพื่อช่วยทำใจ ไปเล่นกีฬากับเพื่อนฝูง กลับไปนั่งเล่นเกม เลิกกันแล้วก็แมนๆ รับมือ

 

 

Illustration by Namsai Supavong
Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed