มาอีกแล้ว ‘แนวคิด’ ขึ้นภาษีรถเก่า เราจะดาวน์รถใหม่รุ่นไหนกันดี

ว่ากันว่า ‘ตัวเลข 7 ปี’ เป็นตัวเลขที่จะบอกว่าความรักหรือความสัมพันธ์ใดๆ จะยุติลงหรือยืนยาวต่อไป

สำหรับอายุของความรัก 7 ปี คงขึ้นอยู่กับแต่ละความสัมพันธ์ ว่าจะถือว่าเป็นรักเก่าที่ต้องเลิกร้าง หรือจะเป็นรักที่ยังสดใหม่และยืนยงต่อไป

แต่ถ้าเป็นรถ แว่วมาว่า เขาจะถือว่าโคตรเก่า และอยากให้เราโละทิ้งกันได้แล้ว

ทาดา! กลับมาอีกแล้วกับนโยบาย/แนวคิด (กรณีที่มีชาวเน็ตหรือชาวบ้านมาสวดยับ) ที่จะจัดการกับพวกที่ไม่ยอมซื้อรถใหม่ๆ มาขับ ถ้าปู่ย่ายังคงความจำดีเหมือนในเนื้อเพลงคืนความสุข คงจะพอจำได้ว่า ตอนนู้น (ประมาณต้นปี 59) มีกระแสว่ารถที่อายุเก่าเกิน 7-10 ปีห้ามนำมาวิ่งในกรุงเทพฯ ไม่งั้นต้องเสียภาษีเท่ารถใหม่ ผลก็คือทางตำรวจนครบาลบอกว่าเป็นแค่แนวคิดเก่าตั้งแต่ ตุลา ปี 2556 นู่น แล้วเรื่องก็เงียบไป จนล่าสุด แนวคิดอันนี้ก็ยังคงยืนยงไม่ยักเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา

ล่าสุด ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม (ศสอ.) ก็ออกมาเสนอคล้ายๆ กัน คือก็อยากจะกระตุ้นเศรษฐกิจ ประเด็นของระบบเศรษฐกิจคือทำให้มีการหมุนเวียนของเงิน มีการใช้จ่ายเยอะๆ ทีนี้ทางส่วนอุตสาหกรรมก็มองว่า ไอ้การผลิตรถเนี่ยมันโตขึ้นอยู่เหมือนกันเนอะ จะทำยังไงดีให้คนมาซื้อรถใหม่เยอะๆ เงินจะได้สะพัดขึ้น ก็เลยเสนอว่า เอางี้ รัฐก็ขึ้นภาษีป้ายของรถเก่าสิ คิดให้มันเท่าๆ กับรถใหม่ (ย้อนไปอ่านย่อหน้าก่อน เอ๊ะ คุ้นๆ ) จะได้จูงใจให้ไปซื้อรถใหม่กัน

ไอเดียที่ดี…

เอาล่ะ ใจเย็นๆ เหตุผลก็คืออย่างนี้ มันเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยเนอะ คือ รถอีโคคาร์ไง ท่านว่าราคาไม่สูงมาก ประหยัดพลังงาน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็น้อยนะ ดีจะตาย ก็จูงใจด้วยการเก็บภาษีรถเก่าๆ เพิ่มให้เท่ารถใหม่ ประชาชนก็คงตรึตรองไปสามตลบแล้วเกิดพุทธิปัญญาว่า เออ ถ้าต้องเสียภาษีแพงเท่ากันอย่างนี้ เอารถเก่าๆ อายุ 7 ปีขึ้นไปของเราไปทิ้งแม่น้ำ ทิ้งทะเล (ล้อเล่น เอาไปขายสิ – แต่เออ ถ้าแบบนี้ใครจะอยากได้รถเก่าอะ)

เอาล่ะ นโยบายท่านมีเหตุผลบ้าง ทาง The MATTER จึงอยากลองชวนมนุษย์เงินเดือน มากดเครื่องคิดเลข ว่าอย่างเราๆ จะผ่อนรถอีโคคาร์กับเขาไหวมั้ย ต้องงดกาแฟกี่แก้วต่อสัปดาห์ดีถึงจะมีรถได้ตามนโยบาย (แต่ เออ ตอนนั้นมีนโยบายรถคันแรก ก็บอกว่าไม่ประหยัด นิสัยไม่ดีเลย แต่ตอนนี้อยากหาวิธีให้คนช่วยๆ กันซื้อรถ โอ้ย สับสน)

จากการสำรวจจากเว็บไซต์ Pantip.com แหล่งรวมปัญหาและแนวทางการแก้ปัญหาใหญ่น้อยในชีวิตประจำวันแห่งชาติ พบว่ามีคำถามเรื่องการผ่อนอีโคคาร์เป็นจำนวนมาก เห็นได้ว่าผู้คนต้องการมีรถกันไม่ใช่น้อย ติดก็แต่รายได้น้อย ชุดคำถามมีตั้งแต่หมื่นสองหมื่นผ่อนรถไหวมั้ย ส่วนใหญ่เสียงตอบรับจากทางบ้านมักจะประเมินค่าใช้จ่ายการผ่อน (ไม่รวมดาวน์) ไว้ประมาณ 8,000 บาทถ้วน ซึ่งแน่นอนว่า ตำนานว่าไว้ว่า รถก็คือลด แค่ถอยออกจากโชว์รูมก็เจอค่าเสื่อมไปโขแล้ว ระหว่างนั้นยังมีค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา ค่าเข้าศูนย์เช็คระยะ ค่าประกัน ค่าอุปกรณ์ตกแต่งเบาะลายคิตตี้ ค่าพรมลายมุ้งมิ้ง รวมๆ แล้ว ก็น่าจะอยู่ที่ 4-5,000 บาทต่อเดือนโดยประมาณ

แบบนี้ The MATTER ใจดี ตีราคาให้หลวมๆ ซื้อรุ่นถูกหน่อย ประหยัดมากหน่อย ค่าใช้จ่ายผ่อนรถ เป็นหนี้ผูกมัดไป 3-4 ปี มนุษย์เงินเดือนตัวน้อยๆ คงต้องเตรียมไว้ประมาณหนึ่งหมื่นบาทต่อเดือน ใครที่เงินเดือนหมื่นห้า ก็อาจจะต้องประหยัดกันหน่อย ใช้เดือนละซัก 5,000 พอมั้ยอะ ไม่รวมค่าน้ำค่าไฟค่าเช่าบ้านแถมห้ามตกงานด้วยนะ ลองนึกถึงภาพความคิด infographic คมๆ ที่ให้งดกาแฟราคา 40 วันละ 1 แก้ว (กาแฟเดี๋ยวนี้มีมั้ย 40 บาท?) เดือนนึง ก็มีเงินเพิ่มขึ้นมา 1,200 บาท ปีนึงก็มีเงินเพิ่มขึ้นมาตั้ง 14,400 บาท สิบปี ก็มีเงินเกือบแสนห้า สามารถดาวน์อีโคคาร์เล็กๆ ได้หนึ่งคันเลยนะ

สบายๆ เนอะ

ทีนี้ ลองมาคิดกันดูว่า ถ้าเราอยากจะอัพเกรดขึ้นมาหน่อย ชาวพันทิปมักบอกว่า เพิ่มราคาอีกนิด ได้รถที่ดีขึ้น เราจะต้อง ดาวน์ ผ่อน และงดกาแฟกันกี่แก้วดี

Telegraph.co.uk
Telegraph.co.uk

อย่างเช่นว่า เกิดเราอยากได้ของตามกระแสเร็วๆ นี้ อย่างรถถังรุ่น T-90S อันเป็นรุ่นที่มีแนวโน้มว่ากองทัพของเราจะจัดซื้อมาใช้แทนรถถังรุ่นเก่ากึ๊กที่กองทัพใช้สมัยสงครามเวียดนาม M41 Walker Bulldog  ซึ่งเพิ่งจะถูกเอามาวิ่งอวดโฉมในกรุงเทพฯ ตอนรัฐประหารปี 2549 ที่ผ่านมา แน่ล่ะว่า T-90S เป็นรถถังรุ่นใหม่ของทางรัสเซียที่มีประสิทธิภาพครบครันแถมยังมาพร้อมกับราคาที่ประหยัดกว่ายุโธปกรณ์ที่ผลิตในสหรัฐ ทาง Foxtrot Alpha ได้ชื่นชมรถถังในชุด T-90 ว่ารัสเซียได้มอบรถถังที่มีความกระทัดรัด เรียบง่าย ราคาก็ถูกกว่า มาพร้อมกับการออกแบบที่เชื่อถือได้ (simplified, smaller, cheaper and more reliable design)

จากข้อจำกัดทั้งหลาย อ้างอิงจากรายงานของสำนักข่าวอิศรา เรื่องการพิจารณาจัดซื้อรถถัง ทำให้ยานเกราะของทางฝั่งหมีขาว ขึ้นมาเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ เอาชนะคู่แข่งอื่นๆ ในกลุ่ม Eco Tank ได้อย่างสบายๆ Eco Tank Segment คือกลุ่มที่มาพร้อมฟีเจอร์ที่ครบครันและราคาที่ย่อมเยาว์ (แต่คาดว่าจะไม่ไฟเลี้ยวและไฟเบรค) Eco Tank ของค่ายอื่นๆ คือ รุ่น K1A1 ของเกาหลีใต้ยังไม่ประกาศราคาอย่างเป็นทางการ และ VT-4 ของจีนทางกูรูพิจารณาแล้วเห็นว่าคุณภาพยังไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่นัก

ราคาสุดคุ้มของเจ้า T-90S ราคาปัจจุบันตกอยู่ที่ประมาณคันละ 4 ล้าน 5 แสน เหรียญสหรัฐ อ้างอิงอัตราแรกเปลี่ยน ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2559 ประมาณ 35 บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐ สนนราคาก็จะอยู่ที่ 157,500,000 บาทถ้วน (หนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ดล้านกับอีกห้าแสนบาท) ถ้ามาพร้อมกับข้อเสนอแบบค่ายรถ ก็จะได้ข้อเสนอสุดพิเศษตามตารางนี้

Screenshot (12)กรณีนี้คงเป็นเรื่องอนาคต รายได้คงไม่ได้ดูที่ขั้นต่ำหมื่นห้าพันบาทอีกแล้ว ระดับรายได้ซื้อรถถังมาขับเล่นคงต้องกินกาแฟสตาร์บัคส์ได้สบายๆ เรามาดูกันว่า ถ้าเราจะผ่อน T-90S มาประดับบารมีซักคัน เราจะต้องงดสตาร์บัคส์ประมาณกี่แก้ว

เพราะเราซื้อของชิ้นใหญ่ เพื่ออนาคต และเป็นหน้าเป็นตา แต่ พูดกันตามจริง เงินเราก็มีกันไม่มากเนอะ The MATTER จึงเลือกออปชั่น ดาวน้อยผ่อนนานดู เราเสนอว่าลองดาวน์ที่ 15% และผ่อนยาวไปที่ 72 เดือน ค่างวดของ T-90S จะอยู่ที่ 1,906,407 บาท ถ้าคิดราคากาแฟ ลาเต้ ขนาดกลาง (Grande) อยู่ที่ 110 บาท จะเท่ากับลาเต้ร้อนขนาดกรานเด้ (ออกเสียงแบบอิแทเลี่ยน) ประมาณ 17,330 แก้ว (ตกแล้วมูลค่าการผ่อนรถถัง T-90S หนึ่งคันมีมูลค่าเท่ากับกาแฟสตาร์บัคส์จำนวน 500 แก้วต่อวัน) The Marketeer  รายงานว่า สตาร์บัคส์มียอดขาย 1.8 ล้านแก้วต่อเดือน จาก 200 สาขา ตกประมาณ 300 แก้วต่อสาขาต่อวัน แปลว่าจะมีสตาร์บัคส์สองสาขาที่แจกกาแฟฟรีได้ เป็นเวลา 6 ปี (ถ้าซื้อ 50 คัน ก็ฟรีไป 100 สาขา คือครึ่งหนึ่งของสตาร์บัคส์เมืองไทยจะแจกกาแฟฟรีได้)

pulse-illustarbucksแต่ยังไม่จบ อย่าลืมว่า รถถังมีระบบเครื่องยนต์กลไกที่ซับซ้อน จากข้อมูลเบื้องต้นแจ้งว่ารถถัง T-90S ใช้พลังงานเป็นน้ำมันดีเซลประมาณ 180 ลิตรต่อชั่วโมง ความเร็วสูงสุดวิ่งได้ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตรากินน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 3-4 ลิตรต่อหนึ่งกิโลเมตร แม้ว่ากูรูยังไม่ได้ลองขับขี่บนถนนจริง แต่ก็คำนวณคร่าวๆ จากการขับขี่เฉพาะวันพิเศษ เช่นขับจากกรุงเทพไปสระบุรี ประมาณ 107 กิโลเมตร ใช้น้ำมัน ใช้น้ำมัน 430 ลิตร คิดเป็นเงินประมาณ 10,700 บาท

แน่นอนว่าข้อเสนอเรื่องการขึ้นภาษีรถเก่าอาจจะยังเป็น ‘แค่แนวคิด’ แต่ประเด็นปัญหาที่สำคัญ ไม่ว่าจะในแง่ของการกระตุ้นเศรษฐกิจ การลดมลพิษ หรือคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน การเพิ่มภาษีนั้นทำได้ แต่ปัญหาคือจะจัดการกระจายภาษีไปพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชากรอย่างไร

มันก็เป็นเรื่องยากเนอะ

ถ้าให้เลือกระหว่างการกระตุ้นให้ซื้อรถ กับการสร้างระบบขนส่งมวลชนที่ครอบคลุมและมีคุณภาพ

Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed