2 ปีแห่งความสุขน้ำตาจะไหล แถลงสรุปนโยบายใหญ่ของคสช.หลังรัฐประหาร

ไม่รู้ว่า ‘ความสุข’ จะเป็นสิ่งที่ถูกพรากไป หรือถูกนำมาคืนได้จริงหรือไม่ แต่ช่วงเวลาแห่งการคืนความสุขหลังการทำรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ครบรอบ 2 ปีไปเรียบร้อยแล้ว ถ้ายังอดคลางแคลงใจไม่ได้ว่าตกลง “นี่ฉันมีความสุขจนล้นเอ่อจริงหรือเปล่า” The Matter อาสาพาไปดูผลการสรุปนโยบายสุดยิ่งใหญ่เนื่องในโอกาสครบ 2 ปี คสช.

กองอำนายการรักษาความสงบเรียบร้อย
กองอำนายการรักษาความสงบเรียบร้อย

ไม่มีรัฐสภาก็ไม่เป็นไร กฎหมายและยุติธรรมฉับไว เวลาน้อยแต่ร่างกฎหมายได้มาก

การจากไปของรัฐสภาอาจทำให้หลายๆ คนวิตกกังวลว่าใครจะทำหน้าที่ร่างกฎหมายกันล่ะ? คสช.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะมานั่งเลือกตั้งโดยประชาชนก็ไม่ทันใจ คสช. จึงแต่งตั้ง สภานิติบัญญัติแห่งชาติมาทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมายแทน ส.ส. และ ส.ว.

นับตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2557 เป็นต้นมา 51 ฉบับคือจำนวนร่างพระราชบัญญัติ สำคัญๆ ที่สนช.ผลักดันให้ส่วนราชการเสนอเป็นกฎหมาย และ 166 ฉบับคือจำนวนร่างพระราชบัญญัติที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติร่างขึ้น และได้รับการเห็นชอบออกมาเป็นกฎหมาย เห็นไหมว่ามีกฎหมายผ่าน สนช.อย่างรวดเร็วจนประชาชนอย่างเราๆ ตามไม่ทันเลย

ฟื้นความปรองดองสมานฉันท์ ใครคิดไม่เหมือนกันก็จับสิ

AFP PHOTO / PORNCHAI KITTIWONGSAKUL
AFP PHOTO / PORNCHAI KITTIWONGSAKUL

เป็นสุดยอดผลงานทางด้านสังคม เพราะจากเดิมที่ประชาชนเคยมีสิทธิชุมนุมโดยสงบ มีสิทธิแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา คสช.ได้สร้างบรรยากาศแห่งการปรองดอง ไม่มีความขัดแย้งมาอย่างต่อเนื่อง

ผลงานปรองดองชิ้นโบว์แดงนี้จึงส่งผลให้มีประชาชนโดนจับกุมเนื่องจากการออกมาชุมนุมรวมทั้งสิ้น 225 กรณี โดนจับข้อหายุยงปลุกปั่นไปแล้ว 47 คน กิจกรรมเสวนาทางวิชาการก็ไม่คลาดสายตาแห่งความปรองดองสมานฉันท์ไปได้ และเพื่อความสงบจึงถูกแทรกแซงไปแล้ว 130 ครั้ง สงบเงียบสมานฉันท์น่าดูเลย เห็นไหม?

ไม่ละเมิดสิทธิประชาชน แค่บางหนต้องกักตัวไว้ซักถาม

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. พูดอย่างหนักแน่นว่า คสช.ให้ความสำคัญเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชน แม้ที่ผ่านมาจะมีประชาชน 303 คนถูกคุมขังไว้ 7 วันโดยไม่ตั้งข้อกล่าวหา และไม่บอกว่าถูกคุมขังไว้ที่ไหน มีประชาชนถูกเรียกไปรายงานตัวอย่างน้อย 992 คน พ.อ.วินธัยก็ยังยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นเพียงความกังวลของบางองค์กร ซึ่งไม่มีน้ำหนักเพียงพอจะลดความน่าเชื่อถือของคสช.

คิดอะไรไม่ออกบอกมาตรา 44

tnews.co.th
tnews.co.th

ความยุ่งยากในการจัดการต้องหมดไป เมื่อแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ก็ใช้อำนาจตามมาตรา 44 โดย คสช.ได้ใช้อำนาจในการแก้ไขปัญหาทางด้านกฎหมาย รวมถึงปัญหาเร่งด่วนของชาติ การรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม (ถ้ายังเห็นภาพความสงบไม่ชัดเจน ย้อนกลับไปอ่านผลงานแรกใหม่)

มาตรา 44 จึงกลายเป็นการใช้อำนาจอย่างทันใจ เพราะคำสั่งหรือประกาศจาก คสช. มีสถานะไม่ต่างอะไรกับกฎหมายซึ่งโดยปกติใช้เวลาในการพิจารณานานและถี่ถ้วนมาก แต่ก็ด้วยมาตรา 44 นี่เองที่ทำอะไรให้อยู่ภายใต้เงื้อมมือคสช.ไปหมด

เศรษฐกิจตกต่ำขอให้เข้าใจ มันเป็นปัญหาค้างมานานแล้ว

แม้การผ่านร่างกฎหมายจะทันใจ การเรียกคนมาปรับทัศนคติจะฉับไว แต่เรื่องเศรษฐกิจมันค้างคามาก่อนที่ คสช.จะเข้ามาแล้วก็ต้องค่อยๆ แก้กันไป โดยในการสรุปผลงานครั้งนี้ก็เสียสละเจียดเวลามาชี้แจงถึงเหตุผล 4 ข้อที่ฉุดเศรษฐกิจให้ต่ำลงๆ

อย่างแรกคงจะหนีไม่พ้นความไม่สงบทางการเมือง ที่ทำให้ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประชาชนลดต่ำลงที่สุดในรอบสิบกว่าปี (เห็นไหม คสช. ถึงต้องเข้ามาสร้างความปรองดองไง) ไหนจะปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ไหนจะนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี และสุดท้ายเกิดความล่าช้าในโครงการส่งเสริมการลงทุนจำนวน 6 แสนล้านบาท เห็นไหมว่าไม่เกี่ยวกับ คสช.เลย

ThanawatLive via klear
ThanawatLive via klear

นี่อาจนับเป็นการแถลงผลงานครั้งที่ Less is more มากที่สุดครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามโฆษก คสช. ก็ยืนยันว่า คสช.จะทำตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นานจะได้เลือกตั้งปี 2560 แน่นอน ส่วนใครที่รู้สึกว่าการแถลงผลงานครั้งนี้ดู Minimal มากไป The matter ขอแนะนำให้ดูสรุปผลงาน คสช. ฉบับน่ารัก ละเอียดยิบ แต่อ่านง่ายได้ที่ facebook fanpage: iLaw

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

กองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย
tnamcot.com
prachachat.net
facebook fanpage: iLaw

Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed