Color-blind casting เมื่อนักแสดงตรงข้ามกับต้นฉบับโดยสิ้นเชิง

เรื่องราวขัดใจคอบันเทิงในช่วงนี้เห็นจะหนีไม่พ้นการเปิดตัวนักแสดงพร้อมเครื่องแต่งกายครบชุดของละครเวที Harry Potter and the Cursed Child ภาคต่อของนิยายชื่อดัง กับการนำแสดงผิวสีมาแสดงเป็น เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ อันเป็นการหักล้างภาพลักษณ์ของนักแสดงสาว  เอ็มม่า วัตสัน ในเวอร์ชั่นหนังโดยสิ้นเชิง

นักแสดงผู้รับบท รอน กับ เฮอร์ไมโอนี่ และลูกสาว จากแฮรี่ พอตเตอร์ฉบับละครเวที – Pottermore

ถึงตัวนักเขียนอย่าง เจ.เค. โรว์ลิ่ง จะออกมาแสดงความเห็น ตั้งแต่มีการคัดเลือกนักแสดงแล้วว่า เธอแค่เขียนระบุไว้ว่าตัวละครเฮอร์ไมโอนี่ มีตาสีน้ำตาล ผมหยิก และฉลาดเป็นกรด เรื่องผิวขาวนั้นไม่เคยระบุชัดแจ้ง แต่กระแสด้านลบก็ไม่จบลงโดยง่าย เพราะมีคนเปรียบว่าอาจจะเป็นการแคสติ้งที่เหยียดผิวซ้ำซ้อน เนื่องจากเป็นชาวผิวสีที่มารับบทตัวละครเลือดสีโคลน

หรือก่อนหน้านี้ก็มีกระแสคัดค้าน สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน ที่รับบทนำในหนังเรื่อง Ghost In The Shell ซึ่งถูกดัดแปลงจากอนิเมชั่นในชื่อเดียวกัน ด้วยสาเหตุที่ว่าต้นฉบับเดิมนั้นนางเอกเป็นชาวญี่ปุ่น แต่คุณสกาโจของเราเป็นสาวฝรั่ง

 

เหตุแห่งการคัดนักแสดงผิดฝาผิดตัว

การคัดเลือกนักแสดงที่เชื้อชาติไม่ตรงกับบทหรือที่เรียกว่า Color-blind casting เกิดขึ้นจากในยุคก่อนการหานักแสดงที่ตรงเชื้อชาติมันยากเย็น เลยจำเป็นต้องใช้นักแสดงท้องถิ่นมาเล่นแทน ซึ่งอาจจะต้องใช้การแต่งตัวหรือแต่งหน้าเข้ามาช่วย

วิลลี่ แมคอินทอช เป็นตัวเลือกหนึ่งที่รับบทเป็นฝรั่งที่พูดไทยชัดเจน แทนการนำฝรั่งตัวจริงที่อาจจะพูดไทยไม่ชัดในละครเรื่อง ผู้หญิงคนนี้ชื่อบุญรอด – Siamdara

ปัจจุบันยังมีการคัดเลือกนักแสดงแบบนี้อยู่ ตัวอย่างง่ายๆ คือ หนัง ละคร และละครเวทีบ้านเรา ที่นานๆ ครั้งจะหานักแสดงชาติมาเล่นบทคนต่างประเทศ  เพราะนักแสดงที่คาแรคเตอร์ตรงไม่สามารถสื่อสารด้วยภาษาที่ใช้นำเสนอ ทำให้ต้องมีการเลี่ยงบาลีมาใช้นักแสดงในชาติเดียวกันแทน

กรณี Color-blind casting ที่คนไทยน่าจะรู้จักมากที่สุดก็คงไม่พ้น The King And I / Anna And The King ที่ท้องเรื่องนั้นเป็นประเทศไทย แต่ตัวละครหลักไม่ใช่คนไทย ฉบับที่คนไทยพอคุ้นตาบ้างก็ได้แก่ นักแสดงเชื้อสายรัสเซียมารับบทเป็นกษัตริย์ไทย ส่วนฉบับล่าสุดนั้นได้ โจวเหวินฟะ มารับบท

 

 เปลี่ยนแล้วดีไหม ถามใจคนดู ?

เราขอยกตัวอย่างหนังที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยมา เพื่อให้เห็นภาพกันว่าการเปลี่ยนอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่มโนไว้ก็ได้ เริ่มจากหนังของ Marvel ที่ให้ แซมมวล แอล แจ็คสัน มารับบทตัวละคร นิค ฟิวรี่ หัวหน้าของหน่วย S.H.I.E.L.D สุดเก๋าที่ต้องคุมเหล่าฮีโร่หลากสไตล์ ความจริงตัวละครนี้ในฉบับการ์ตูน ไม่ใช่คนผิวดำแต่เป็นคนผิวขาวแถมยังเป็นทหารผ่านศึกสงครามโลกครั้งที่สองมา ดังนั้นตัวละครต้นฉบับกับนักแสดงไม่ได้มีความใกล้เคียงกันเท่าใดนัก แต่ผู้ชมก็ยังชื่นชอบบทบาทของเขาเวลาเขาปรากฏตัวอยู่ดี

Cinemania.es

ส่วน ‘ปัง’ ตามตัวอักษรคงไม่พ้นเธอคนนี้ อีกหนึ่งตัวละครที่โดนเปลี่ยนเชื้อชาติแล้วน่าพูดถึงก็คงเป็น Miss Moneypenny ตัวละครสาวในซีรีส์ 007 ที่เดิมทีเป็นสาวสวยผิวขาวผมบลอนด์มาโดยตลอด แต่ในการตีความครั้งล่าสุด นาโอมิ แฮร์ริส ได้รับเล่นในบทนี้ ถึงตอนนี้จะบอกได้ไม่เต็มปากว่าเธอปังในบทบาทนี้หรือไม่ แต่สิ่งที่เธอ ‘ปัง’ ไปแล้วคือการซัดกระสุนเข้ากลางอก 007 ในหนังเลยจ้า

ข้ามจากภาพยนตร์ปังๆ มาถึงภาพยนตร์แป้กๆ อย่าง Fantastic Four เวอร์ชั่นล่าสุดที่ปรับบทมนุษย์เพลิง Human Torch ให้เป็นคนอเมริกัน-แอฟฟริกันแทนบทเดิมที่เป็นคนผิวขาว ซึ่งนักแสดงคนก่อนหน้าก็หนีไปเล่นกัปตันอเมริกาแล้ว ซึ่งหลายท่านเชื่อว่าเป็นการเปลี่ยนนักแสดงเพื่อลดการเปรียบเทียบพร้อมทั้งขยายตลาดของผู้ชม แต่ถึงจะเปลี่ยนบทให้ดูเร้าใจขนาดนี้ตัวหนังเรื่องนี้ก็คว่ำไม่เป็นท่าอยู่ดี

มาถึงยุค 2016 แล้ว เรื่องนักแสดงรับบทต่างชาติต่างเผ่าพันธุ์คงไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ตราบเท่าที่นักแสดงมีศักยภาพและสามารถเข้าถึงบทบาท ถึงตอนนั้นคนดูอย่างเราๆ ก็เปิดใจรับเป็นธรรมดา

 

Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed