สมบัติผู้ดีล : วิธีดีลกับไอดอลต่างประเทศอย่างเหมาะสม

กราบสวัสดี ท่านผู้อ่าน ที่ติดตาม The MATTER มาอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในปัญหาที่เรามักเจอกันบ่อยๆ คือกรณีที่พิธีกรชาวไทย ต้องดีลกับดารานักร้องต่างประเทศ แล้วอาจไม่เข้าใจบริบทของความเป็นไอดอลในประเทศนั้นๆ ทำให้ทำอะไรขาด เกิน อยู่บ้าง เช่น กรณีของคุณปลื้ม VRZO ก่อนหน้านี้ หรือกรณีของคุณกาละแมร์ และคุณวู้ดดี้ที่ดำเนินรายการกับศิลปินเกาหลีแล้วหลายคนเห็นว่า ‘ไม่เหมาะสม’

วันนี้ The MATTER จึงกราบเรียน ขออนุญาต กราบกราน แนะนำวิธีเข้าหา ดีล กับศิลปินต่างชาติ (โดยเฉพาะ เกาหลีหรือญี่ปุ่น) มาเป็นทางเลือกไว้พิจารณา

 

การเข้าหา

ขั้นแรก เราจักพูดถึงการเข้าหาตัวดาราไอดอล หากเป็นที่ไทย ถ้าดาราไอดอลท่านนั้นไม่ติดขัดกิจธุระใด หรือไม่รีบวิ่งไปรับคิวงานที่อื่นต่อ ท่านเหล่านั้นก็มักจะเปิดโอกาสให้ถ่ายรูปหรือแจกลายเซ็นอยู่อย่างมีน้ำใจเสมอๆ แต่สำหรับกรณีของไอดอลจากเกาหลีใต้หรือญี่ปุ่นอาจจะทำแบบนี้ได้ยากยิ่ง เนื่องจากกฏของค่ายเพลงหลายค่ายนั้น มักวางไว้ว่าไม่อนุญาตให้นักร้องจับเนื้อต้องตัว ถ้าอยากจะแตะเนื้อต้องตัวก็ต้องไปซื้อบัตรเข้าร่วมกิจกรรม (ในเกาหลีอาจจะเป็นกิจกรรมมากับคอนเสิร์ต ส่วนของญี่ปุ่นมีกรณีที่เป็นลุ้นบัตรอีเวนท์จากการซื้อแผ่นเพลงอยู่)

อาจจะมีคนมองว่า เอ๊ะ นี่มันเรื่องมากเกินไปหรือเปล่า ต้องบอกว่าเป็นความปรารถนาดีต่อตัวดาราไอดอลจากทางต้นสังกัดเสียมากกว่า เพราะหลายครั้งที่ไอดอลเหล่านี้ออกเดินจากสนามบินแล้วเจอฉุดรั้งราวกับพวกเขาหรือพวกเธอต้องฝ่าดงซอมบี้อันน่ากลัว การออกกฏแบบนี้ก็เพื่อป้องกันปัญหาบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจหรือตกครื่องบินเพราะฝ่าดงผู้คนไม่ทันด้วยนั่นแหละ

ขั้นสอง การนัดเจอที่บริษัท… บริษัท หมายถึง รูปแบบการดำเนินกิจการธุรกิจเพื่อหากำไรที่จัดตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคล (จาก พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน) หรือถ้าพูดแบบบ้านๆ ก็คือ ที่ทำงาน ซึ่งก็ชัดเจนอยู่แล้วว่า คนที่มาสถานที่เหล่านี้ย่อมมาทำงาน จริงอยู่ว่าบางบริษัทอาจจะอะลุ่มอล่วยให้ดาราไอดอลนัดเจอแฟนคลับกันได้ แต่ก็มีบริษัทอีกส่วนที่ออกประกาศเลยว่า ที่นี่คือที่ทำงานโปรดอย่ามาดักรอเหล่าดาราไอดอลหน้าตึก

วิธีที่ The MATTER แนะนำ : อย่างไรเสีย ดาราไอดอลก็เป็นคนทำงานคนหนึ่ง ถึงในหลายๆ กรณีเหล่าไอดอลจะใจดีเปิดโอกาสให้แฟนเซอร์วิสกันบ้าง แต่ก็อย่าใช้โอกาสที่เขาเปิดให้จนกลายเป็นการลวนลามเลยนะ ตัวอย่างแฟนคลับไทยของนิชคุณตอนนี้ก็รักษามารยาทโดยการนั่งรอเพื่อให้นิชคุณ สามารถเดินทางผ่านไปง่ายๆ และในขณะเดียวกัน การนั่งรอก็ทำให้แฟนๆ ไม่บังกันเองด้วย

เรื่องการนัดเจอ ถ้าเจ้าตัว หรือทีมงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้นัดให้มาเจอกันที่บริษัทจริงๆ ก็ไม่ต้องลำบากเบ่งพลังขอเข้าไปกระทบไหล่ดาราไอดอลเลย

 

 

การใช้งานโซเชียลมีเดีย

Bambam Twitter
ทวิตเตอร์เตอร์ของแบมแบม ที่พูดถึงเหตุการณ์ #ไม่ปลื้มนะคะ (ตอนนี้ลบข้อความไปแล้ว)

ยุคที่โซเชียลมีเดียครองโลก ทำให้ไอดอลหลายๆ คน ก็มี Twitter หรือ  Instagram เป็นของตัวเอง ถ้าเป็นในประเทศไทยไอดอลหลายคนก็ถ่ายรูปสถานที่ต่างๆ ทีตัวของไอดอลท่านนั้นไปทำงาน บ้างก็ถ่ายเล่นเรื่อยเปื่อย บ้างก็ขายครีม (ฮา) ดาราไอดอลเข้าไปเล่นเองและมีปฏิสัมพันธ์กับแฟนๆ โดยไม่ต้องขออนุญาต (มีอยู่บางส่วนที่ผู้จัดการเป็นคนดูแลจุดนี้ให้)

สำหรับดาราไอดอลเกาหลีใต้และญี่ปุ่น จะมีกฏระเบียบที่วุ่นวายกว่าเล็กน้อย อย่างเช่น ในเกาหลีใต้กว่าจะเปิด Instagram ได้ก็ต้องผ่านการ Debut กันก่อน หรืออย่างทางญี่ปุ่นก็อาจจะต้องให้ทุกโพสต์ผ่านการตรวจสอบจากผู้จัดการส่วนตัวก่อน หรือไม่ก็มีข้อจำกัดอื่นอย่าง เช่น ห้ามโพสต์เกินวันละกี่ครั้ง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าสังกัดของดาราไอดอลนั้นมีรายละเอียดข้อห้ามยิบย่อยอยู่ในระดับใด

ทั้งนี้ ข้อห้ามข้างต้นมักจะถูกละไว้กับกรณีที่ไอดอลถ่ายกับคนในค่ายเดียวกันเอง และดาราไอดอลบางท่านที่ทำงานมานานจนรู้ว่าควรโพสต์อะไรไม่โพสต์อะไรก็จะโพสต์อะไรหวือหวาจนชวนให้แฟนๆ ที่ติดตามอึ้งกิมกี่กันแทน

 

วิธีที่ The MATTER แนะนำ : ถ้าจะโพสต์ จะโควท จะเมนชั่น อะไรถึงดาราไอดอลถ้ารักถ้าชอบกันจริงก็อย่าไปทักด้วยคำพูดรุนแรงกันเลย นึกสภาพเวลามีคนมาแท็กหรือเมนชั่นทีละหลายร้อยคนน่าจะเห็นภาพขึ้นเยอะ
ในกรณีของโปรแกรมจำพวก Instant Messenger อาจจะไม่มีกฎกติกามารยาทของบริษัทแบบชัดเจน แต่การแคปหน้าจอที่คุยกันส่วนตัว หรือเอาความลับทางการงานไปเปิดเผย มันก็เสียมารยาทขั้นพื้นฐานแล้วล่ะ

 

การถ่ายรูป

ภาพจาก : https://twitter.com/got7official
ภาพจาก : https://twitter.com/got7official

สำหรับแฟนคอนเสิร์ตไอดอลจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่น น่าจะคุ้นเคยกับกฎกติกามารยาทที่ห้ามมิให้พกพาเอากล้องถ่าย ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่า เพราะทั้งสองประเทศนี้จัดให้ตัวดาราไอดอลเป็นสินค้าประเภทหนึ่ง จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ทางต้นสังกัดจะไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปที่พวกเขาสร้างผลประโยชน์ต่อบริษัทของพวกเขาได้ในภายหลัง

เรื่องนี้ฝั่งดาราไอดอลญี่ปุ่นอาจค่อนข้างเข้มข้น (อนุญาตให้ถ่ายเฉพาะสถานที่และพื้นที่ที่จำกัดเท่านั้น) ส่วนฝั่งเกาหลีใต้ไอดอลอาจใจดีให้ถ่ายรูปได้หรือเซลฟี่ได้ตามสมควร แต่ก็อย่าลืมว่า ต้องดูก่อนว่านักร้องคนนั้นอนุญาตไหม ถ้าเขาไม่อนุญาตแล้วเรายังพยายามแอบถ่าย อันนี้ก็จะเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเหมือนกับที่ปาปารัสซี่บางประเทศชอบทำ

 

วิธีที่ The MATTER แนะนำ : ถ่ายรูปกันตามที่ไอดอลอนุญาต หรือตามที่ทีมงานเขาบอกว่าโอเคก็พอ เราเข้าใจนะว่าการถ่ายมาเป็นภาพไม่น่าเสียหายอะไรมากนัก แต่เมื่อมุมมองทางสังคมนั้นมองต่างมุมกันตั้งแต่เริ่ม การปฏิบัติตามกฎที่สอดคล้องกับการทำงานของเขาน่าจะดีกว่า (นึกตัวอย่างเวลาดาราต่างชาติมาบ้านเราแล้วเขาก็ไหว้โชว์แบบนั้นล่ะ)

 

การซื้อสินค้าของชำร่วยของดารา

อีกหนึ่งสิ่งที่ The MATTER ไม่แน่ใจว่าเน็ตไอดอลท่านนั้นยึดความคิดนี้มาจากสมัยก่อนที่ยุคเทปเพลงยังเฟื่องฟู สินค้าที่เกี่ยวข้องกับนักร้องในไทยจึงมีขายตามร้านค้า หรือตามลานกิจกรรมที่ค่อนข้างหาได้ง่ายในยุค 90s เลยพาลให้คิดกันว่า เวลาแวะไปตามค่ายเพลงต่างๆ ก็สามารถซื้อของชำร่วยจากนักร้องในสังกัดได้

ตรงนี้ต้องบอกว่า แต่ละวงแต่ละค่ายมีวัฒนธรรมในการขายของไม่เหมือนกันนัก อย่างวงแบบ AKB48 จะมีร้านขายของแยกออกมาอยู่เป็น AKB48 Shop ซึ่งก็ไม่ได้ตั้งอยู่ในโซนที่ใกล้ๆ กับโซนทำงานแต่อย่างใด (ซึ่งเน็ตไอดอลคนดังกล่าวอาจจะโมเมเอาว่าที่เกาหลีใต้ก็อาจจะใช้ระบบนี้)

แต่ในกรณีหลายๆ วง ไม่ว่าจะไทยหรือจะเทศ สินค้าที่พอจัดให้อยู่ในกลุ่ม ‘ของชำร่วย’ มักจะขายอยู่หน้าคอนเสิร์ตต่างๆ เสียมากกว่า และราคาก็ค่อนข้างจะเอาเรื่องอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นการร้องแรกแหกกกระเชอหน้าบริษัทว่าไม่มีของขายได้อย่างไร ก็เป็นการกระทำที่เหมือนแต่เด็กเอาใจตัวเองเท่านั้น

วิธีที่ The MATTER แนะนำ : ถ้าอยากได้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับทางวงจริงๆ ก็ขอให้เช็คข้อมูลกันก่อนนะ ตอนนี้แฟนคลับในไทยก็ค่อนข้างลงข้อมูลเข้มแข็งอยู่แล้ว (บางท่านเปิดบริการรับฝากซื้อเสียด้วยซ้ำ) เสียเวลาเพิ่มเพียงสักนิด คุณจะได้ข้อมูลที่ดีพอและอาจจะได้ของฝากมาใหกับเหล่าแฟนด้อมจริงๆ ด้วย

 

เห็นความวุ่นวายแบบนี้ ไม่ใช่ว่าดาราไอดอลต่างชาติไม่ใจดีต่อแฟนชาวไทยหรอก กฎ กติกา มารยาทส่วนใหญ่เหล่านี้ก็ออกมาเพื่อให้ดาราไอดอลสามารถใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่นขึ้นในเวลาปกติ

ในทางกลับกัน การที่ดาราไอดอลไทยให้แฟนเซอร์วิสเยอะก็ไม่ได้หมายความว่า จะมีใครไปยุ่มย่ามกับชิวิตของพวกเขาได้ตลอดเวลา โปรดอย่าลืมว่าเขาเองก็ยังเป็นมนุษย์ปุถุชนเช่นกัน บางนาทีเขาอาจจะปวดหนักจนต้องรีบจ้ำไปห้องน้ำไม่อาจเซอร์วิสคุณๆ ได้

ใจเขาใจเรายังไงก็สำคัญที่สุดนะ

ป.ล. กรณีที่อปป้าของคุณมาเมืองไทยแล้วโบกแท็กซี่ แต่แท็กซี่ไม่รับ แฟนคลับสามารถช่วยไปโบกรถให้ได้ไม่ผิดกฏแต่อย่างใดนะจ๊ะ

 

 

Illustration by Namsai Supavong
Share This!
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
No Comments Yet

Comments are closed