พยายามแค่ไหนถึงจะเห็นผล รู้จักกับ Growth Mindset กรอบความคิดที่จะพาให้ถึงฝัน

คงจะมีเหตุการณ์ไม่มากนักที่จะรวมใจคนทั้งโลกให้มารวมตัวกันที่หน้าจอโดยไม่ต้องนัดหมาย

 

แน่นอนว่า ณ วินาทีนี้ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติอย่าง ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย กับการชิงชัยกันของ 32 ชาติเพื่อตำแหน่งสูงสุดของโลกลูกหนัง ซึ่งไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อถ้วยรางวัล แต่รวมถึงเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และการบรรลุฝั่งฝันของใครหลายๆ คน

ใครๆ ก็รู้ว่ากว่านักฟุตบอลจะได้ลงสนามในนามทีมชาตินั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เส้นทางเส้นนี้ไม่มีทางลัด แต่ต้องจ่ายค่าผ่านทางด้วยความพยามยาม ความผิดหวัง การลุกขึ้นสู้ และคราบน้ำตา

เพราะซุปเปอร์สตาร์ดังระดับโลกอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด แห่งทีมชาติสเปน หรือ ลีโอเนล เมสซี่ จากอาร์เจนตินา ต่างก็มีจุดเริ่มต้นที่การเตะบอลข้างถนนมาก่อน แต่ด้วยความมุ่งมั่นกับความฝันที่จะได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทำให้ทั้งคู่สู้ต่อบนเส้นทางลูกหนังจนประสบความสำเร็จในที่สุด

ไม่ใช่แค่นักฟุตบอล พวกเราทุกคนย่อมต้องเคยผ่านโมเมนต์ลุกขึ้นมาถามตัวเองดังๆ ว่า สิ่งที่เรากำลังพยายามทำอยู่เพื่อเป้าหมายที่เราฝันถึง มันจะมีทางเป็นไปได้จริงๆ ใช่ไหม แรงกายแรงใจที่ใส่เข้าไปมันจะสูญเปล่าไหมกับเส้นทางที่ดูช่างไกลแสนไกลเหลือเกิน

ลองหยุดพักสักนิด ดื่มน้ำให้หายเหนื่อย

แล้วลงสนามร่วมหาคำตอบว่าบนทางแห่งความฝันที่คุณเลือกเดิน อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยพาคุณถึงเส้นชัยที่วาดหวังไว้

 

Growth Mindset เพราะทุกสิ่งเป็นไปได้เสมอ

ทุกความสำเร็จเริ่มต้นที่จุดเริ่มต้นฉันใด ทุกการกระทำต้องเริ่มจากแนวคิดฉันนั้น
หากไล่เรียงถึงงานวิจัยเรื่องการพัฒนาตนเองสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ หนึ่งในหัวข้อที่มีการพูดถึงกันมากที่สุดต้องยกให้เรื่อง Mindset ของ Carol Dweck จาก Stanford University ที่นำเสนอว่า Mindset หรือ กรอบความคิด นั้นจะส่งผลอย่างยิ่งต่อความเชื่อ ทัศนคติ และพฤติกรรมที่คนเราเลือกที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

Dweck จำแนกกรอบความคิดออกมาเป็นสองจำพวกซึ่งเป็นตัวชี้ขาดถึงการตัดสินใจลงมือทำอะไรสักอย่างและวิธีมองสิ่งรอบตัวของเรา คือ Growth Mindset กรอบความคิดที่เติบโตได้ ซึ่งเชื่อว่าคนเราสามารถเรียนรู้ พัฒนาต่อไปได้เรื่อยๆ ผ่านการแก้ปัญหาและความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ โดยไม่กลัวที่จะผิดพลาด ซึ่ง ตรงกันข้ามกับ Fixed Mindset กรอบความคิดที่ตายตัว ซึ่งเชื่อว่าทักษะหรือความสามารถต่างๆ นั้นเปลี่ยนแปลงไม่ได้ประดุจดั่งรอยสลักที่ถูกแกะไว้บนก้อนหิน และ หลีกเลี่ยงที่จะเสี่ยงตัวเองต่อความผิดพลาดหรือไม่กล้าที่จะทำงานที่ยากลำบาก เพราะกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าเป็นคนล้มเหลว

จุดสำคัญที่ทำให้คนที่มี Growth Mindset ไปถึงความสำเร็จได้ คือ การให้ความสำคัญกับความพยายาม เพราะพวกเขาเชื่อว่า ยิ่งพยายามมากเท่าไร ก็จะยิ่งได้เจอโอกาสใหม่ๆ ที่เข้ามาท้าทายตัวเองมากขึ้นเท่านั้น และการท้าชนกับทุกปัญหาที่เข้ามาโดยไม่กลัวที่จะล้มเหลว เพราะเชื่อว่าการได้ลงมือทำคือหนทางที่ดีที่สุดในการเรียนรู้และเติบโต

นอกจากนี้ Dweck ได้สำรวจความคิดเห็นจากนักวิจัยด้านความคิดสร้างสรรค์ 143 คน โดยทุกคนเห็นตรงกันว่า การฟื้นตัวจากความล้มเหลวได้อย่างรวดเร็ว และ ความพยายามในการเรียนรู้จากความผิดพลาด ซึ่งเป็นคุณลักษณะส่วนหนึ่งของ Growth Mindset นั้น เป็นลักษณะนิสัยที่สำคัญที่สุดของคนที่ประสบความสำเร็จด้านความคิดสร้างสรรค์

มาถึงตรงนี้แล้ว ใครหลายคนน่าจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ว่าความทุ่มเทที่ตัวเองใส่ทั้งแรงกายแรงใจเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายแต่ยังไม่เห็นผลนั้น ไม่ใช่ความสูญเปล่า แต่คือก้าวย่างที่มั่นคงที่ค่อยเดินไปสู่ความฝันของตัวเองต่างหาง

ในทางกลับกัน สิ่งที่มาขวางกั้นคนที่มี Fixed Mindset จนไม่สามารถไปให้ถึงเป้าหมายได้คือการตีความคำว่า “ความสำเร็จ” ให้ติดอยู่กับภาพลักษณ์และการยอมรับจากคนรอบข้าง เมื่อคนที่มีกรอบความคิดแบบนี้จะลงมือทำอะไรสักอย่าง พวกเขาจะคิดคำนึงตลอดว่าผลลัพธ์ที่ออกมานั้นจะเป็นอย่างไร ถ้าผลลัพธ์มีแนวโน้มว่าจะออกมาไม่ดี หรือ เสี่ยงต่อความล้มเหลวเมื่อไร การเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองพอทำได้อยู่แล้วโดยไม่ขวนขวายมองหาความท้าทายจะเป็นทางที่คนกลุ่มนี้เลือกที่จะไป เพราะเมื่อไม่ทำสิ่งที่ยากก็ไม่ต้องกลัวที่จะผิดพลาด และเมื่อไม่มีสิ่งผิดพลาด พวกเขาก็สามารถรักษาสถานะที่ดูดีต่อไปได้เรื่อยๆ

 

ปลูก Growth Mindset ให้เติบโตในจิตใจไม่ใช่เรื่องยาก

ถ้าใครอยากจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เริ่มได้เลยตั้งแต่ตอนนี้ เพราะ Growth Mindset ไม่ต่างอะไรกับต้นไม้ที่สามารถเติบโตขึ้นได้เรื่อยๆ ตามระยะเวลาและการดูแลเอาใจใส่ให้ถูกต้อง ซึ่งเว็บไซต์ Entrepeneur Asia Pacific ได้มี 6 คำแนะนำสำหรับการพัฒนา Growth Mindset ที่ทำตามกันได้ง่ายๆ ดังต่อไปนี้

1. เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพราะความท้าทายมอบโอกาสให้เราได้เรียนรู้ และยิ่งได้เรียนรู้ เราก็จะยิ่งพัฒนาทักษะและความรู้ได้มากขึ้น

2. จงอุตสาหะ อย่าด่วนยกธงขาว แต่ให้เรามองว่าความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราว และเปลี่ยนมันมาเป็นพลังผลักดันให้เราพยายามต่อไป

3. เปิดรับความท้าทาย การเผชิญหน้ากับความท้าทายที่เหนือกว่าสิ่งที่เรามี จะช่วยทำให้เราได้ตระหนักว่า สิ่งใดที่เรายังขาดอยู่ และเสริมความเชื่อมั่นในตัวเองสำหรับการทำงานที่ยากขึ้นในอนาคต

4. เปิดรับความล้มเหลว ความล้มเหลวคือบทเรียนที่ดีที่สุด เราไม่สามารถหาเรียนได้จากที่ไหน การยอมรับและเปิดใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจากความล้มเหลวคือประตูสู่ความสำเร็จ

5. เปิดกว้างต่อเสียงตอบรับ คำติชมที่มีประโยชน์จากคนรอบข้างจะช่วยสะท้อนให้เราได้มองเห็นตัวเองว่า ตอนนี้เรากำลังอยู่ในจุดไหน และ ช่วยให้เราปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งขึ้น

6. ชื่นชมความสำเร็จของผู้อื่น นอกจากจะเป็นการละทิ้งความอิจฉาที่จะส่งผลต่อวิธีการมองความสำเร็จของเราแล้ว ยังเป็นอีกวิธีที่ช่วยสลาย Fixed Mindset ที่ฝังอยู่ในใจเราได้อีกด้วย

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรบนเส้นทางสู่ฝันที่แสนยาวไกล ที่บางครั้งเราอาจจะหมดแรงที่จะไปต่อจนต้องขอหยุดพักชั่วครู่ ลองใช้เวลานี้ชื่นชมกับชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นของตัวเอง วิ่งได้เร็วขึ้นอีก 1 วิ หรือ ยกเวทได้มากขึ้นอีก 1 ครั้ง ก็เป็นเครื่องช่วยพิสูจน์ว่าเรากำลังก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดนิ่งและอย่าลืมมองหาเพื่อนร่วมทางสักคนที่มาช่วยเติมพลังใจให้กับเราในวันที่เหนื่อยล้า จากอุปสรรคต่างๆ ที่รอเราอยู่ข้างหน้า

เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความพยายามที่ใหญ่ยิ่งในการจะไปให้ถึง กลุ่มธุรกิจ TCP จึงขอเป็นอีกหนึ่งแรงใจที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างทุกคนที่ต้องสูญเสียหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาในการตามล่าฝันของตัวเองอย่างไม่ลดละ

เพราะถ้าเราศรัทธาในความพยายามอย่างมั่นคงและไม่ย่อท้อ เชื่อได้ว่าความสำเร็จนั้นจะต้องผลิดอกออกผลให้เราได้สัมผัสอย่างแน่นอน

 

 

 

ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มธุรกิจ TCP:

กลุ่มธุรกิจ TCP คือองค์กรของคนไทย ที่ผลิตเครื่องดื่มชั้นนำอย่าง กระทิงแดง (เรดบูล) เรดดี้ สปอนเซอร์ แมนซั่ม และเพียวริคุ รวมทั้งแบรนด์ขนมขบเคี้ยวซันสแนค ให้เป็นสินค้าชั้นนำทั้งในประเทศไทย และส่งต่อสู่เวทีโลก

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.entrepreneur.com/article/305335

https://www.brainpickings.org/2014/01/29/carol-dweck-mindset/

 

Content by  Peera Vorapreechapanich
Illustration by Yanin Jomwong
Share This!
  • 84
  • 1
  •  
  •  
  •  
  •  
    85
    Shares
No Comments Yet

Comments are closed