“จำได้มั้ย เคยซนกับชีวิตครั้งสุดท้ายเมื่อไร”

“โตป่านนี้แล้วทำไมชอบเล่นอะไรแบบเด็กๆ”

 

ไม่ใครก็ใครที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ใหญ่ ต่างก็ต้องเคยโดนประโยคนี้กระแทกใจมาบ้าง จะว่าแทงใจก็แทงใจ จะว่าเป็นผู้ใหญ่ไม่ยอมโตก็ไม่ใช่ หน้าที่การงานก็มี อายุก็ไม่ใช่น้อย แต่บางทียังชอบซื้อของเล่น ดูการ์ตูน ชอบทำอะไรบ้าๆบอๆ เหมือนเด็กน้อย มันเลยกลายเป็นความก้ำๆกึ่งๆ ที่หลายคนก็ยังไม่แน่ใจ ว่านี่เราโตรึยัง

เพราะความเป็นเด็กล้วนมีอยู่ในตัวเราทุกคน ไม่ว่าจะอายุล่วงเลยไปขนาดไหน ก็ย่อมต้องมีแง่มุมบางอย่างในชีวิตที่มีความเป็นเด็กเกี่ยวข้องอยู่เสมอ ต่อไปนี้คือเหตุผลที่จะมาพิสูจน์ว่า จะวัยไหนก็ยังเป็นเด็กเสมอ

 

สะสมของเล่น กระเป๋าฉีกแต่สุขใจ

ช่วงวัยเด็กคือช่วงเวลาที่สามารถจดจำอะไรได้ดีที่สุด จึงไม่ต้องแปลกใจหากการ์ตูนหรือเกมที่เคยเล่นเคยดูจะยังตราตรึงอยู่ในใจของเรา แม้เวลาจะผ่านไปนับสิบปีแล้วก็ตาม ซึ่งความทรงจำดีๆ เหล่านี้มักจะถูกแปรรูปเพื่อสนองความโหยหาความสุขผ่านรูปแบบ ของสะสมหรือของเล่น อย่างเช่นพวก action figure หรือ plastic model ที่ดีไซน์มาจากคาแรกเตอร์ของหนังหรือการ์ตูนเรื่องโปรด ประเด็นสำคัญคือเรื่องราคาของมัน ที่แพงจนไกลเกินเอื้อมไปนิดสำหรับเด็ก ซึ่งจะไปขอพ่อแม่ซื้อตลอดก็ยากไปสักหน่อย ความปรารถนาที่จะได้ครอบครองของเล่นเหล่านี้จึงสมหวังยามที่เราเป็นผู้ใหญ่ ทำงานมีรายได้พอจะซื้อด้วยตัวเองได้ จึงไม่แปลกที่จะเห็นผู้ใหญ่ชอบซื้อของเล่นอยู่บ่อยๆ

การซื้อของเล่นที่ว่า บางทีก็ไม่ใช่การซื้อมาเล่น แต่เป็นการซื้อมาสะสมหรือที่เรียกกันว่าเป็นเหล่า collector ทั้งหลาย ซึ่งพวกเขาทรีตของเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ การสะสมได้ครบคอลเลคชั่นก็เหมือนกับการเล่นเกม ที่สำเร็จ mission หรือผ่าน quest ได้แล้วเกิดความฟิน การตลาดของบริษัทของเล่นยุคใหม่จึงไม่เจาะกลุ่มเฉพาะเด็กอีกต่อไปแล้ว แต่ยังเจาะไปที่กลุ่มผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงกว่าอีกด้วย หรือเรียกว่า Kidult Market ที่กำลังบูมในหลายประเทศ ถึงกระเป๋าจะฉีกแต่มีความสุข ก็เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ใจเด็กยอมเสมอ

 

อารมณ์อ่อนไหว คิดน้อยแต่สนุกมาก

การเติบโตของมนุษย์เรามีอยู่ 2 แบบ อย่างแรกคือการเติบโตทางกาย หรือที่เรียกว่า physical age โดยที่การเติบโตนับจากอายุที่เพิ่มขึ้น ครบวันเกิดในแต่ละปีเมื่อไรก็แก่ขึ้นเมื่อนั้น ร่างกายของเราก็จะพัฒนาไปเรื่อยๆค่อยๆ เจริญพันธุ์ไปตามช่วงวัย ขณะเดียวกันก็ยังมีการเติบโตทางอารมณ์หรือที่เรียกว่า emotional age คือการแสดงออกทางอารมณ์หรือพฤติกรรมที่มีต่อสิ่งเร้ารอบข้าง ซึ่งปกติการเติบโตแบบนี้ก็จะต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กับร่างกาย แต่โดยมากมักจะไม่เป็นเช่นนั้น

ง่ายๆ คือยิ่งอายุมากก็ยิ่งมีวุฒิภาวะมากขึ้น แต่ที่ผิดปกติคือคนส่วนใหญ่ emotional age มักจะไม่ค่อยเติบโตสักเท่าไร อย่างเช่นเวลาเสียใจ เด็กก็จะร้องไห้ ผู้ใหญ่ต้องไม่ร้อง เพราะเคยผ่านอะไรมาเยอะ น่าจะดีลกับอารมณ์เสียใจได้มากกว่า แต่ความจริงคือเวลาเสียใจผู้ใหญ่หลายคนก็ยังร้องไห้ได้อยู่นั่นเอง กระทั่งการทำอะไรแบบคิดปุ๊บทำปั๊บ เล่นซนโดยไม่คิดอะไร การเป็นผู้ใหญ่อาจจะคิดถึงผลกระทบมากกว่า แต่ขณะเดียวกันการคิดไม่ต้องเยอะแบบนี้แหละที่ทำให้ผู้ใหญ่สนุกกับชีวิตได้มากกว่าอย่างไม่น่าเชื่อ ดีกว่ามานั่งกลัวนั่นนี่จนไม่ได้ลองทำอะไร

 

กล้าทำอะไรบ้าๆ ซนแต่ไปได้สุด

ถึงแม้ความเป็นเด็กจะทำให้เราสนุกสนานกับชีวิตมากเพียงไหน แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องระวัง คืออาการทำตัวเป็นเด็กหัวฟัดหัวเหวี่ยง ทำอะไรโดยไม่คิด ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล วุฒิภาวะไม่มี ควบคุมตัวเองไม่ค่อยจะได้ ผิดหวังเมื่อไรก็มักจะระเบิดอารมณ์ออกมา ซึ่งหากอาการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบ่อยเกินไป อาจเป็นภาวะหนึ่งของโรคที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับโรคสมาธิสั้น จึงต้องคอยสังเกตตัวเองอยู่สักหน่อย แต่อย่างว่าความกล้าแบบเด็กๆ ก็มีข้อดีอยู่ไม่น้อย เราคงเคยเห็นเคสนักธุรกิจระดับโลก ที่กล้าเสี่ยงบุกเบิกธุรกิจใหม่ๆ จนประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งมาจากความกล้าคิดกล้าทำแบบไม่กลัวอะไร ซึ่งความกล้าที่ว่าไม่ใช่ความกล้าแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่เป็นความกล้าที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วนั่นเอง

 

“ร่างกายภายนอกเราอาจจะอายุมากขึ้น แต่ภายในมันก็ยังเป็นเด็ก” น้อย วงพรู

กว่า 13 ปีที่เราไม่ได้เห็นคุณน้อยกับคุณสุกี้ร่วมงานกันในนาม “พรู” แต่หลายคนน่าจะยังคงคุ้นเคยกับ performance บนเวทีของ น้อย วงพรู (กฤษดา สุโกศล แคลปป์) ที่ปลดปล่อยลีลาซนๆ แบบเต็มที่ทุกครั้งที่อยู่บนเวที กล้าที่จะกระโดดโลดเต้นแบบไม่สนใจวัย แม้อายุพี่น้อยก็เฉียดๆ 50 เข้าไปแล้ว ขณะเดียวกันพี่ชายอย่าง สุกี้ (กมล สุโกศล แคลปป์) ก็ใช่ย่อย แม้อายุจะใกล้ 50 เหมือนกัน แต่ก็ยังหลงใหลในการขี่มอเตอร์ไซค์ เป็นไบเกอร์ที่ยังรักการเดินทางด้วยการบิดคันเร่ง และสะสมรถมอเตอร์ไซค์ด้วยความรู้สึกที่ยังเป็นเด็ก การได้ปลดปล่อยความซนเหมือนกับเด็กๆ นั่นคือตัวตนที่แท้จริงของสองพี่น้องคู่นี้ที่มีดีเอ็นเอของความความซนอยู่เต็มเปี่ยม

เช่นเดียวกับ Honda Monkey 2018 ที่จะพาคุณย้อนความทรงจำ ให้คุณกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ด้วยจิตวิญญาณความซนที่เป็นตำนานดีไซน์ที่คงความเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ Monkey Z50M ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้าแบบกลม ถังน้ำมันที่ทำจากเหล็กถูกออกแบบจัดวางให้แยกจากเบาะนั่ง ทำให้เกิดช่องว่างที่เป็นเอกลักษณ์ ยางซนๆแบบ Knobby Style พร้อมท่านั่งแบบคร่อมคู่ที่ใครเห็นก็ต้องบอกว่าน่ารัก สัมผัสประสบการณ์ความซนกับ Honda Monkey 2018 ได้แล้ววันนี้ที่ CUB House เอกมัยซอย 3

 

แล้วคุณล่ะ ไปซนครั้งสุดท้ายเมื่อไร ขอเพียงแค่คุณได้รู้ Only Who Knows The Genuine

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.theaustralian.com.au/life/columnists/ruth-ostrow/forever-young-immature-personality-disorder/news-story/d2c154afc5b2ba1fcbac5f63d47545ac

https://www.psychologytoday.com/us/blog/resolution-not-conflict/201603/can-you-spot-10-signs-childish-adult

http://cnnphilippines.com/lifestyle/2015/05/14/grown-men-who-collect-toys.html

 

Content by Wichapol Polpitakchai 
Illustration by Visansaya Loisawai
Share This!
  • 65
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    65
    Shares
No Comments Yet

Comments are closed