การเขียนและพิมพ์หนังสือออกจำหน่าย ถือเป็นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างหนึ่ง แต่การทำเช่นนั้น อาจกลายเป็นความผิดร้ายแรง เช่นเดียวกับกรณีของแซลลี รูนีย์ นักเขียนนวนิยายชาวไอริช ที่กล่าวว่า เธอไม่สามารถวางขายหนังสือของตัวเองในสหราชอาณาจักรได้อีกต่อไป หลังจากแสดงจุดยืนสนับสนุน Palestine Action
แซลลี รูนีย์ เจ้าของผลงานหนังสือขายดีอย่าง Normal People, Conversations with Friends และ Beautiful World, Where Are You ระบุว่า เธอตั้งใจที่จะใช้เงินค่าลิขสิทธิ์มาสนับสนุน Palestine Action ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นยุติการมีส่วนร่วมของทั่วโลกในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และแบ่งแยกสีผิวของอิสราเอล แต่เมื่อองค์กรนี้ถูกสั่งแบน ทำให้หนังสือของเธอไม่สามารถวางขายได้ในสหราชอาณาจักรได้อีก
ยิ่งไปกว่านั้น การตีพิมพ์หนังสือของรูนีย์ อาจกลายเป็น ‘ความผิดอาญาร้ายแรง’ เพราะรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ประกาศในปี 2025 ให้องค์กร Palestine Action เป็นองค์กรก่อการร้าย ส่งผลให้การเป็นสมาชิกหรือการสนับสนุนองค์กรนี้ ถือเป็นความผิดทางอาญาที่มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 14 ปี อย่างไรก็ตาม การสนับสนุนองค์กรดังกล่าวไม่ได้ผิดกฎหมายในไอร์แลนด์
รูนีย์ยังคงแสดงจุดยืนโดยระบุในบทความเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ว่า ไม่ว่าอย่างไร เธอก็จะนำรายได้จากการขายหนังสือไปสนับสนุนองค์กรนี้ และยังกล่าวว่า “ฉันพยายามที่จะซื่อสัตย์ต่อสาธารณชน เกี่ยวกับความเชื่อและความตั้งใจของฉัน และฉันก็พร้อมที่จะยอมรับผลที่ตามมา”
และในปีเดียวกัน รูนีย์ต้องยกเลิกการเดินทางไปรับรางวัลวรรณกรรม Sky Arts Award ที่ลอนดอน เนื่องจากเกรงว่าจะถูกจับกุม
ฮูดา อัมโมรี ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กร Palestine Action กล่าวชื่นชมรูนีย์ที่กล้าแสดงจุดยืนของตัวเอง และให้ความเห็นว่า การที่รูนีย์ไม่สามารถตีพิมพ์ผลงานของตัวเองในสหราชอาณาจักรได้ ถือเป็นการคุกคามเสรีภาพในการแสดงออกที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากสหราชอาณาจักรออกกฎหมายนี้ ก็มีผู้ถูกจับกุมกว่า 3,700 คน ในข้อหาสนับสนุน Palestine Action และในปี 2026 สหรัฐฯ ก็เป็นอีกประเทศที่ประกาศให้องค์กรดังกล่าวเป็นกลุ่มก่อการร้าย
อย่างไรก็ตาม สำนักพิมพ์ฟาเบอร์ ซึ่งตีพิมพ์ผลงานของรูนีย์ ระบุว่า แม้จะไม่สามารถวางขายหนังสือในสหราชอาณาจักรได้อีก แต่จะทางสำนักพิมพ์จะตีพิมพ์และจัดจำหน่ายในประเทศอื่นๆ คงต้องรอติดตามต่อไปว่า การเผยแพร่หนังสือของรูนีย์ในสหราชอาณาจักรจะเป็นอย่างไรต่อไป และกฎหมายฉบับนี้ จะส่งผลต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น รวมถึงการผลิตผลงานของผู้สนับสนุน Palestine Action ในกรณีอื่นๆ อีกหรือไม่
อ้างอิงจาก