“นราธิวาสท่วมหนักสุดในรอบ 50 ปี”
“ยะลาท่วมหนักสุดในรอบ 36 ปี”
คือตัวอย่างพาดหัวข่าวที่บ่งชี้สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ณ เวลานี้ได้เป็นอย่างดี ว่ากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่วิกฤตแล้ว โดยหลายจังหวัดในภาคใต้ กำลังเผชิญกับเหตุการณ์น้ำท่วมสูง ซึ่งสร้างความเสียหายแล้วใน 7 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา, ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส และสตูล ครอบคลุมพื้นที่รวม 50 อำเภอ และมีผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนกว่า 136,219 ครัวเรือน
ขณะที่สถานการณ์น้ำในเวลานี้ ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ประกอบกับฝนที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่อง จนบางพื้นที่ประกาศเข้าสู่ระดับวิกฤต The MATTER สรุปถึงสาเหตุและสถานการณ์
- ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 5 วันในภาคใต้ ทำให้มีปริมาณน้ำสะสม-ระบายไม่ทัน และไหลเข้าท่วมเขตเมืองทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทำให้พื้นที่เศรษฐกิจได้รับความเสียหายอย่างหนัก เพราะผู้ประกอบการบางส่วนขนย้ายของไม่ทัน
- ด้วยสาเหตุจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขตเทศบาลนครยะลา ประสบกับน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบ 36 ปี มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุดได้มีการประกาศเตือนให้ขนของขึ้นที่สูง เพราะระดับน้ำอยู่ในขั้นวิกฤต
- สำนักข่าว PPTV รายงานว่า ประชาชนในจังหวัดยะลามีความกังวลว่าสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้จะหนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา และมีบางส่วนอพยพมาที่ศูนย์พักพิงที่ทางราชการได้จัดเตรียมไว้ให้แล้ว
- ขณะที่สถานการณ์ที่จังหวัดปัตตานีในวันนี้ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำปัตตานีที่เต็มความจุมาตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน เริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนริมน้ำในเมืองปัตตานี และถนนเส้นทางสายเก่าจากปัตตานีไปยะลา
- ส่วนสถานการณ์ในจังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ประสบภัย 13 อำเภอ และมีประชาชนได้รับผลกระทบรวม 42,285 ครัวเรือน มีประกาศปิดโรงเรียนแล้ว 68 โรงเรียน รวมถึงปิดการเดินรถชั่วคราวสำหรับรถไฟที่จะลงมายังจังหวัดนราธิวาสด้วย
- ในส่วนของการเตรียมพร้อมและแจ้งเตือนเมื่อวานนี้ (27 พฤศจิกายน) ได้มีการส่งข้อความ (SMS) แจ้งเตือนอุทกภัยแบบเจาะจงพื้นที่ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์
- ขณะที่บนโซเชียลมิเดียมีการติด #น้ำท่วมภาคใต้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการโพสต์ขอความช่วยเหลือในพื้นที่ต่างๆ และบอกเล่าประสบการณ์ตัวเอง รวมอัปเดตสถานการณ์ปัจจุบันของเหตุการณ์น้ำท่วม โดยพบว่าในบางพื้นที่น้ำท่วมสูงมิดหลังคาบ้านแล้ว
- ด้านอนุทิน ชาญวีรกูร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทยมอบหมายให้ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส จ.ยะลา โดยที่ในวันพรุ่งนี้ (29 พฤศจิกายน) อนุทินพร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย และให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้
- ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา มีประกาศเรื่องฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่างและอากาศหนาวเย็นบริเวณไทยตอนบน ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 28 – 30 พฤศจิกายน ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่บริเวณ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
- สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วม มาจากสภาพอากาศที่รุนแรง โดยเฉพาะจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ทำให้มีน้ำสะสม และรอการระบาย ประกอบกับฝนที่ยังตกลงมาเรื่อยๆ จนทำให้เกิดเป็นน้ำท่วมสูง อีกทั้งยังต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว บริเวณชายแดนภาคใต้เองก็เคยเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงมาก่อนด้วยเช่นกัน โดย BBC Thai เคยรายงานถึงสาเหตุว่า นอกจากปัจจัยเรื่องสภาพอากาศที่รุนแรงแล้ว ยังมีปัจจัยเรื่องภูมิศาสตร์ รวมถึงวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสถาพภูมิอากาศด้วยเช่นกัน
- ล่าสุดนี้ กรมทางหลวง รายงานสถานการณ์น้ำท่วมและดินสไลด์ในพื้นที่ทางหลวง พบว่ามี 4 จังหวัดได้แก่ สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และยะลา ประสบกับน้ำท่วม-ดินสไลด์ 63 แห่ง สัญจรผ่านได้ 47 แห่งและสัญจรไม่ได้ 16 แห่ง และขอให้ประชาชนระมัดระวังในการเดินทาง และสามารถสอบถามเส้นทางกับสายด่วนกรมทางหลวงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ 1586
อ้างอิงจาก
thaipbs.or.th
bbc.com