ในขณะที่สงครามที่ระหว่างอิสราเอลและฮามาสยังคงดำเนินอยู่ โดยที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบสิ้น อีกฟากฝั่งหนึ่งของเหล่าประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศก็กำลังร่วมมือกันทำบางสิ่งเพื่อตอบสนองต่อสงครามที่ยืดเยื้อนี้
ล่าสุดนี้ รัฐบาลของสหราชอาณาจักร แคนาดา และออสเตรเลีย ได้ประกาศรับรองสถานะปาเลสไตน์อย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (G7) ที่ดำเนินการสิ่งนี้
มาร์ค คานีย์ นายกฯ แคนาดา ระบุว่า “แคนาดายอมรับสถานะของปาเลสไตน์ และขอร่วมมือในการสร้างคำมั่นสัญญาแห่งอนาคตที่สงบสุข” ในขณะที่ทางด้าน แอนโทนี อัลบานีส นายกฯ ออสเตรเลีย กล่าวว่า “การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ยอมรับความปรารถนาอันชอบธรรมและยาวนานของชาวปาเลสไตน์ที่จะมีรัฐของตนเอง”
ด้าน เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกฯ อังกฤษ กล่าวว่า “เมื่อเผชิญกับความน่าสะพรึงกลัวที่เพิ่มมากขึ้นในตะวันออกกลาง เรากำลังดำเนินการเพื่อรักษาความเป็นไปได้ของสันติภาพและแนวทางแก้ปัญหาแบบสองรัฐ นั่นหมายถึงอิสราเอลที่ปลอดภัยและมั่นคง ควบคู่ไปกับรัฐปาเลสไตน์ที่ยั่งยืน ซึ่งในขณะนี้เราไม่มีทั้งสองอย่าง”
ในขณะที่โปรตุเกสก็ได้ประกาศความเคลื่อนไหวดังกล่าวเมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ด้วยเช่นกัน โดย เปาโล รังเคล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การยอมรับสถานะปาเลสไตน์คือการตระหนักถึงแนวทางนโยบายต่างประเทศของโปรตุเกสที่เป็นพื้นฐาน มั่นคง และสำคัญยิ่ง “โปรตุเกสสนับสนุนแนวทางสองรัฐว่าเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่สันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืน ในขณะที่การหยุดยิงเป็นเรื่องเร่งด่วน”
นอกจากนี้ รังเคลยังบอกด้วยว่า ฮามาสไม่สามารถควบคุมทั้งฉนวนกาซา และนอกฉนวนกาซาได้ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม และเรียกร้องให้ปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ประเทศอื่นๆ ที่เข้าร่วมในรายชื่อ 147 รัฐของสหประชาชาติที่รับรองปาเลสไตน์ นั้นรวมถึง เบลเยียม, ฝรั่งเศส, ลักเซมเบิร์ก, มอลตา และอาจรวมถึงนิวซีแลนด์และลิกเตนสไตน์ด้วย โดยประเทศอื่นๆ เตรียมที่จะประกาศอย่างเป็นทางการในวันจันทร์นี้ ที่การประชุมพิเศษของสหประชาชาติ เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างปาเลสไตน์และอิสราเอลด้วยการใช้สองรัฐ
การประชุมครั้งนี้มีฝรั่งเศสและซาอุดีอาระเบียเป็นประธานร่วม แต่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม ขณะที่ฝรั่งเศส มีประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง เข้าร่วมการประชุม
ทว่าเมื่อวันอาทิตย์ AFP รายงานว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ปฏิเสธการรับรองปาเลสไตน์โดยบอกว่าเป็นการสร้างภาพ ในขณะที่สหรัฐฯ ยังคงมุ่งเน้นไปที่การทูตอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงการแสดงท่าที โดยมีลำดับความสำคัญที่ชัดเจน นั่นคือการปล่อยตัวประกัน ความปลอดภัยของอิสราเอล และสันติภาพความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค ซึ่งจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อปราศจากกลุ่มฮามาสเท่านั้น
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เป็นสัญลักษณ์บางส่วนของรัฐกว่า 10 รัฐ ซึ่งส่วนใหญ่ริเริ่มจากรัฐบาลฝรั่งเศส ซึ่งความละเอียดอ่อนนี้อาจนำไปสู่ผลในเชิงลบมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่าอิสราเอลจะตอบโต้ด้วยการผนวกดินแดนบางส่วนของเวสต์แบงก์
ในขณะที่ก็จะนำไปสู่การคว่ำบาตรทางการค้าของยุโรป และการแยกตัวทางการเมืองของอิสราเอลมากขึ้น รวมถึงการระงับการเป็นสมาชิกของสหประชาชาติในที่สุด
อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของแผนการนี้ของฝรั่งเศส คือการทำให้การรับรองนี้กระจายวงกว้างขึ้น ซึ่งรวมถึงการปฏิรูปการปกครองของปาเลสไตน์ที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหากเกิดการหยุดยิงขึ้นจริง การรับรองนี้จะเข้ามาแทนที่กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ซึ่งจะถูกปลดอาวุธและยุบไปแล้ว
อ้างอิงจาก