ที่ผ่านมา ประเทศจีนมีการดัดแปลงอพาร์ตเมนต์หรือที่อยู่อาศัยที่ไม่มีคนอยู่ให้เป็นที่เก็บเถ้ากระดูก แทนที่จะจ่ายค่าที่ดินราคาสูงในสุสาน
สิ่งนี้เรียกว่า ‘อพาร์ตเมนต์เก็บเถ้ากระดูก—Bone Ash Apartments’ ซึ่งได้รับความนิยมมากขณะนี้ เนื่องจากพื้นที่ในสุสานมีจำกัดและราคาสูง ขณะที่ราคาอสังหาริมทรัพย์ต่ำลง หมายความว่าสำหรับหลายคน การเก็บเถ้ากระดูกของญาติไว้ในอพาร์ตเมนต์นั้นคุ้มค่ากว่าการจ่ายค่าจัดงานศพ
วิธีการสังเกตอพาร์ตเมนต์เหล่านี้ คือ มักมีม่านที่ปิดสนิทหรือหน้าต่างที่ปิดตาย ซึ่งจะดัดแปลงห้องว่างเป็นห้องประกอบพิธีกรรม คือ มีเถ้ากระดูกของผู้เสียชีวิตวางไว้ข้างใน และเปลี่ยนพื้นที่เป็นศาลบูชาบรรพบุรุษ
แต่ล่าสุดรัฐบาลจีนออกกฎหมายห้ามการใช้ที่อยู่อาศัยสำหรับวางเถ้ากระดูกโดยเฉพาะ รวมถึงการฝังศพนอกสุสานและพื้นที่ที่อนุญาตให้ฝังศพแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากขัดต่อกฎระเบียบของคณะมนตรีรัฐกิจสาธารณรัฐประชาชนจีนที่อนุญาตให้ฝังหรือเก็บร่างผู้เสียชีวิตในพื้นที่ที่กำหนดไว้ เช่น สุสานสาธารณะ
ในปี 2025 ราคาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนลดลงถึงร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับราคาในปี 2021 ขณะที่พื้นที่สุสานมีจำกัดและมีเพียงสัญญาเช่าชั่วคราวซึ่งต้องต่ออายุทุก 20 ปี
โดยราคาที่ดินสำหรับฝังศพในสุสานฉางผิงเถียนโซ่ว กรุงปักกิ่ง มีราคาตั้งแต่ประมาณ 10,000 หยวน (ประมาณ 47,225 บาท) – 200,000 หยวน (ประมาณ 944,491 บาท) ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของสุสาน หากต้องการตัวเลือกที่ถูกกว่านั้นคือ ‘ที่ดินฝังศพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม’ เช่น การฝังที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ
อย่างที่รู้กันว่าค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพค่อนข้างสูงในประเทศจีน โดยในปี 2020 ค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพนับเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของเงินเดือนเฉลี่ยต่อปีของประเทศ ตามการสำรวจของบริษัทประกันภัย SunLife ของอังกฤษ
เมื่อมีการออกกฎหมายดังกล่าว ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียในประเทศจีนแสดงความคิดเห็นว่า “ใครจะหันมาใช้วิธีนี้ถ้าที่ดินในสุสานราคาไม่แพง?” และบางส่วนได้ตั้งคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบและการจัดการกับกรณีดังกล่าวว่าเจ้าหน้าที่จะรู้ได้อย่างไรว่าอพาร์ตเมนต์เหล่านั้นถูกใช้เป็นที่เก็บเถ้ากระดูกเท่านั้น?
การห้ามดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนเทศการเชงเม้ง ซึ่งเป็นเทศกาลที่ผู้คนจะไปทำความสะอาดหลุมศพของคนที่รักและทำพิธีบูชา