เกิดเหตุลักพาตัวหมู่ครั้งใหญ่ในไนจีเรีย หลังคนร้ายบุกเข้าไปในโรงเรียนแห่งหนึ่ง แล้วลักพาตัวนักเรียนและครูมากกว่า 300 คน โดยล่าสุดมีนักเรียน 50 คน สามารถหลบหนีออกมาได้ และได้กลับไปหาพ่อแม่แล้ว
เมื่อวานนี้ (23 พฤศจิกายน 2025) สมาคมคริสเตียนแห่งไนจีเรีย (The Christian Association of Nigeria หรือ CAN) แถลงต่อสื่อว่า เกิดเหตุบุกรุกโรงเรียนคาทอลิกเซนต์แมรี (Saint Mary’s Catholic School) ในรัฐไนเจอร์ ทางตะวันตกของประเทศไนจีเรีย ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา (21 พฤศจิกายน) โดยคนร้ายลักพาตัวเด็กนักเรียนไป 303 คน และครูอีก 12 คน รวมเป็นจำนวน 315 คน
จำนวนเด็กชายและเด็กหญิงที่อายุระหว่าง 8 ถึง 18 ปี ที่ถูกจับตัวไปในครั้งนี้ คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนนักเรียนทั้งหมดในโรงเรียนเซนต์แมรี ซึ่งอยู่ที่ 629 คน โดยถือเป็นเหตุลักพาตัวหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของไนจีเรีย
ทั้งนี้ล่าสุด CAN ระบุว่า นักเรียนจำนวน 50 คนสามารถหลบหนีออกมา และกลับบ้านได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีเด็กราว 253 คน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และครูอีก 12 คน ที่ยังคงติดอยู่กับผู้ลักพาตัว
สำหรับรายละเอียดของผู้ก่อเหตุ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันจากทางการ และยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบจนถึงตอนนี้
ด้านโมฮัมเหม็ด อุมาร์ บาโก ผู้ว่าการรัฐไนเจอร์ ได้ประกาศปิดโรงเรียนทั้งหมดในรัฐ เพื่อกำลังให้ความสำคัญอย่างเต็มที่กับการช่วยเหลือนักเรียนและครู นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการแห่งชาติยังได้สั่งปิดโรงเรียนประจำ 47 แห่งทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไว้ก่อน
ส่วนโบลา ตินูบู ประธานาธิบดีไนจีเรีย ก็ได้ยกเลิกภารกิจระหว่างประเทศ รวมถึงการเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์นี้
ที่ผ่านมา หลายพื้นที่ของไนจีเรียกำลังเผชิญกับปัญหาลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ โดยประชาชนถูกสั่งห้ามจ่ายค่าไถ่โดยเด็ดขาด เพื่อหยุดสนับสนุนเงินทุนที่จะช่วยจุนเจือแก๊งอาชญากร อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นับเป็นการลักพาตัวครั้งที่สามของไนจีเรีย ที่เกิดขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์
ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารกับไนจีเรีย หากมีการตั้งเป้าสังหารชาวคริสต์ในประเทศ ทั้งนี้แนวคิดดังกล่าวได้รับสนับสนุน จากบุคคลสำคัญหลายคนในแวดวงฝ่ายขวาในสหรัฐฯ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า เขาได้พบปะกับนูฮู ริบาดู (Nuhu Ribadu) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงไนจีเรีย และทีมงานของเขาในวันก่อนหน้า เพื่อหารือเกี่ยวกับสิ่งที่เฮกเซธเรียกว่า “ความรุนแรงอันน่าสยดสยองต่อชาวคริสต์ในประเทศของพวกเขา”
เฮกเซธยังกล่าวว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังทำงานอย่างแข็งขันร่วมกับไนจีเรีย เพื่อยุติการเหตุการณ์นี้ พร้อมกับอ้างอิงถึงปัจจัยทางศาสนาที่เป็นแรงขับของการก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไนจีเรียปฏิเสธข้อมูลความเห็นนี้ของสหรัฐฯ โดยโต้แย้งว่า ชาวมุสลิมเองเป็นเหยื่อส่วนใหญ่ จากการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธในประเทศ
อ้างอิงจาก