สถานการณ์น้ำในหาดใหญ่ จ.สงขลา วันที่ 28 พฤศจิกายน เริ่มลดระดับลงแล้วในบางพื้นที่ของโซนตัวเมือง และทำให้เห็นความเสียหาย ในขณะที่บางพื้นที่รอบนอกน้ำยังคงท่วมสูง และยังคงมีหน่วยกู้ภัยที่เข้าไปในพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ
ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่ถือเป็นมหาอุทกภัย หลายคนตั้งคำถามถึง ‘คำชี้แจง’ ของภาครัฐ พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของหน่วยงานในท้องถิ่น ว่านี่คือความล้มเหลวของรัฐบาลและหน่วยงานที่บริหารงานล่าช้า ผิดพลาดจนทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่หรือไม่?
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินในท้องที่ จ.สงขลา เพื่อรับมือสถานการณ์น้ำ ซึ่งประเด็นที่ทำให้เกิดเป็นไวรัลและเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลังจากการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือการให้สัมภาษณ์ของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีการตั้งคำถามถึงความล่าช้าและความล้มเหลวของรัฐในการบริหารจัดการ
ซึ่งอนุทินตอบกลับทันทีว่า “รัฐบาลไม่ได้ช้า คนทำงานไม่ได้ช้า” โดยรัฐบาลจะช่วยเหลือเต็มที่ตอนนี้ทุกอย่างมีที่อยู่ระดมไปอย่างเต็มที่ งบประมาณ ทรัพยากร และการสนับสนุนจากทุกองค์กรที่รัฐบาลกำกับดูแลอยู่ตลอดจนความร่วมมือของภาคเอกชน
จนในเวลาต่อมา รัฐบาลได้ประกาศเปิดศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) เพื่อรวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบ ลดความซ้ำซ้อน โดยย้ำว่าจะเร่งช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยภาคใต้โดยเร็วที่สุด
ขณะที่ ภายหลังจากการแถลงข่าวของ ศป.กฉ. ที่ทำเนียบรัฐบาลรอบเมื่อวานนี้ (27 พฤศจิกายน) ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายก ในฐานะผู้อำนวยการ ศป.กฉ. ปฏิเสธตอบคำถามของผู้สื่อข่าวในช่วงหนึ่งที่ถามว่า ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องยอมรับแล้วหรือไม่ว่าประเมินสถานการณ์ผิดพลาดจนทำให้เกิดความสูญเสีย โดยเฉพาะชีวิตของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งภราดรได้กล่าวขอบคุณและกดปิดไมค์ ก่อนที่จะเดินออกไปจากโต๊ะห้องแถลง
จากการกระทำดังกล่าว ทำให้เกิดเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปอย่างกว้างขวาง กระทั่งในคืนวันเดียวกัน ภราดรได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ มีเรื่องLive ที่ดำเนินรายการโดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ ถึงกรณีปิดไมค์ว่า จริงๆ มีการถามเรื่องนี้มา 2 รอบและได้ตอบไปก่อนหน้านี้แล้ว เอาเป็นว่า เราคุยกันในเรื่องของสาระน้ำท่วมว่าต่อไปรัฐบาลจะมีมาตรการเยียวยาแบบไหน เอาแก่นมาคุยกันแบบนี้จะดีกว่า
“เมื่อวานนี้ผมตอบแล้วว่าความผิดพลาดมันเกิดขึ้นหรือเปล่า แน่นอนว่ามีผู้เสียชีวิตมันเกิดความผิดพลาดแน่นอน แต่ผมคิดว่าวันนี้สิ่งที่รัฐบาล ข้าราชการและแม้แต่พี่น้องประชาชนที่จะต้องเรียนรู้ จะต้องใช้วิกฤตนี้เป็นบทเรียนของทุกฝ่าย ว่าแต่ละฝ่ายได้ประเมินสถานการณ์แต่ละฝ่ายต่ำไปแค่ไหน ในโลกที่วิกฤตในเชิงธรรมชาติมากขึ้นทุกวัน เพราะฉะนั้นภาครัฐ ข้าราขการ พี่น้องประชาชนต้องเตรียมตัวกับเหตุการณ์เหล่านี้” ภราดรกล่าว
ภราดรกล่าวว่า รัฐบาลเต็มที่กับการแก้ไขสถานการณ์ เมื่อสถานการณ์เกิดขึ้น เขาระดมทุกสรรพกำลัง ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ช่วยกันแก้ไขสถานการณ์
#นายกแป้นหายไปไหน
กรณีต่อมาคือหน่วยงานในท้องถิ่น ซึ่งหลายคนให้ความสนใจไปที่ ‘นายกฯ แป้น’ หรือ ณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ เจ้าของวลี ‘เอาอยู่’ ว่าหายไปไหน และไม่ได้พบเห็นเลยตลอดช่วงเวลาที่เกิดน้ำท่วม
กระทั่งคืนวานนี้ (27 พฤศจิกายน) ได้มีการแชร์คลิปรายการ ข่าวสามมิติ ซึ่งดำเนินรายการโดย กิตติ สิงหาปัด สัมภาษณ์ณรงค์พร ซึ่งเป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังจากที่มีเหตุการณ์น้ำท่วม เขาชี้แจงว่า เพิ่งเข้ารับตำแหน่งมาได้ 4 เดือน ซึ่งไม่ได้ซื้อเรือหรือรถมาเป็น 10 ปีแล้ว ทั้งเทศบาลมีเรือไม่ถึง 5 ลำ ซึ่งเป็นเรือเก่าและพัง จึงต้องทำเท่าที่พอจะทำได้
ส่วนในกรณีของการปักธงแจ้งเตือนที่ยังเห็นว่าเป็นสีเขียวอยู่นั้น ณรงค์พรชี้แจงว่า อาจมีคนไปดึงออก จับเล่น หรืออย่างไรก็ตาม การแจ้งเตือนจะเป็นระบบและต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ ในขณะที่หลังจากที่ปักธงแดงไปแล้วได้มีการโพสต์ Forecast ของป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่แจ้งอยู่ทุกระยะ
ในขณะที่วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ณรงค์พรได้ให้สัมภาษณ์กับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอเพิ่มเติมถึงกรณีดังกล่าว
“ผมยอมรับผิดพลาดครับว่าเที่ยวนี้มันมีน้ำที่มากมายเป็น Rain Bomb มา ซึ่งน้ำจากชลประทาน และอุตุฯ ก็ยืนยันเป็นแบบนั้น ขอกราบรับผิดชอบที่พูดไป เพราะน้ำจากสะเดามันยังห่างอีก 3 เมตร ซึ่งทุกครั้งเราจะดูน้ำจากสะเดา ผมเลยกราบขอโทษคนหาดใหญ่ทุกคนครับ”
ณรงค์พรกล่าวว่า หลังจากที่ดูสถานการณ์แล้วจึงแจ้งไปทางผู้ว่าฯ ว่าขอปักธงแดง และยืนยันว่าได้ขึ้นธงแดงตั้งแต่ช่วง 20.00 น. ของวันศุกร์ (21 พฤศจิกายน) ส่วนที่ใครเห็นว่าเป็นธงเขียวตนก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งหลังจากที่มีการปักธงแดง อำนาจก็จะกลายเป็นของผู้ว่าฯ
ส่วนกรณีที่ตั้งคำถามว่า นายกฯ เทศบาลหายไปไหนนั้น ณรงค์พรชี้แจงว่า ตนอยู่ในเทศบาล และดูแลคนกว่า 700 คน และอพยพคนมาที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) โดยในเทศบาลน้ำท่วมสูงถึงชั้น 2 ไม่สามารถใช้โทรศัพท์และไฟฟ้าได้
ณรงค์พรยืนยันว่าอยู่ในพื้นที่ตลอด และได้ลงพื้นที่ร่วมกับกันจอมพลังด้วย “ไม่เคยไปไหนครับ ผมอยู่ทุกวัน เทศบาลนี่อยู่ทุกวันใครมาก็เจอ เทศบาลไม่มีไฟ ไม่มีเน็ต ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอะไรเลย และก็มืด ผมล่องเรือออกมากับกันจอมพลังผมฝากโทรศัพท์ไว้ เพราะน้ำมันท่วม แต่มีหลักฐานว่าผมอยู่ในค่ายเสนาณรงค์ไปประชุม หรือในคลิปกันจอมพลังก็ทำอยู่”