แม้ว่าสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้จะเริ่มคลี่คลายแล้ว แต่ยังคงมีผู้ประสบภัยอีกกว่าล้านครัวเรือที่ยังรอรับความช่วยเหลือ โดยข้อมูลล่าสุดจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุว่า พื้นที่ภาคใต้ทั้ง 9 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ทั้งหมด 79 อำเภอ 508 ตำบล 3,394 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 1,093,723 ครัวเรือน 2,752,723 คน
ซึ่งสิ่งที่กำลังถูกพูดถึงและถกเถียงกันอย่างกว้างคือ มาตรการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ ที่ก่อนหน้านี้ทั้งคนทำงานท้องถิ่น และหน่วยงานต่างพูด-ให้ข้อมูลกันไปคนละทิศทาง รวมถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ในเวลานี้
ย้อนไปเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า (ศป.กฉ.) บอกกับสื่อมวลชนว่า ได้พิจารณาการจ่ายเงินเยียวยา 9,000 บาท ในที่ประชุมครม.ไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งนายกฯ ได้ประกาศแล้วว่า พื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลานั้น เป็นพื้นที่ที่น้ำท่วม 100% ในการทำเรื่องกระบวนการ สามารถยกเว้นได้ และปภ.สามารถโอนเงินให้กับประชาชนได้ทันที
กระทั่งวันนี้ (30 พฤศจิกายน) มีการพูดถึงประเด็นการขอเอกสารในการลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยา ที่หลายคนมองว่ารัฐบาลเองก็มีข้อมูลของประชาชนอยู่แล้ว ทั้งบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และข้อมูลอื่นๆ ทำไมถึงต้องการเอกสาร ในขณะที่ร้านถ่ายเอกสารที่สามารถเปิดได้ในเวลานี้ก็มีน้อย เนื่องจากได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
นอกจากนี้ ยังมีการแชร์คลิปวิดีโอของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ออกมาพูดถึงการไปต่อคิวถ่ายเอกสาร แม้โฆษกรัฐบาลจะยืนยันว่าให้ลดขั้นตอนเอกสารเพื่อความรวดเร็ว ซึ่งท้องถิ่นบางพื้นที่ที่ไม่เข้าใจอาจจะถูกลงโทษได้ เนื่องจากเป็นคำสั่งของนายกฯ แต่ในการลงทะเบียนของหน่วยงานท้องถิ่นนั้นยังมีขั้นตอนและกฎเกณฑ์ที่ครอบคลุมไว้อยู่ ซึ่งต้องเก็บเอกสารไว้ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบ
“วิธีอื่นที่มีประสิทธิภาพ มีค่ะ แต่ตามที่ ปภ.แจ้งมาว่าสุดท้ายแล้วให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเก็บรักษาหลักฐานขอรับการช่วยเหลือจากผู้ประสบภัยเพื่อให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ คำนี้แหละค่ะ ที่มันทำให้ค้ำคอเรา ที่มันทำให้เราต้องขอให้ทุกคนมาลำบากลำบน ที่ทำให้ร้านถ่ายเอกสารได้เงินในครั้งนี้ ที่ทำให้เทศบาล และอบต.โดนด่าในครั้งนี้ แค่ข้อนี้เลยค่ะ และเป็นระเบียบตั้งแต่ปี 2550” เจ้าหน้านี้รายนี้ระบุในคลิป พร้อมกับโชว์เอกสารให้ดู
ในเวลาต่อมา ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีปภ. ให้สัมภาษณ์กับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอถึงกรณีกฎเกณฑ์ของปภ.ว่า ได้มีการสอบถามถึงกรณีนี้แล้ว ซึ่งการลงทะเบียนเป็นเรื่องขององค์การส่วนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ เพราะอยู่กับพื้นที่และทราบผลกระทบลูกบ้านเป็นอย่างดี
“แต่ถ้าพูดถึงหลักเกณฑ์นั้นเป็นหลักเกณฑ์ทั่วไป หากกดเข้าระบบก็จะทำให้ทราบได้แล้วว่าลูกบ้านท่านอยู่ตรงไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดเหตุด่วนแบบนี้ ท่านสามารถดำเนินการได้เลย ไอ้การที่จะรู้ว่าลูกบ้านเป็นใคร กดดูในระบบและคอนเฟิร์มได้เลย ดังนั้นไม่มีความจำเป็นว่าจะต้องเอาเอกสารมา” ธีรพัฒน์กล่าว
ส่วนกรณีการเก็บเอกสารเพื่อให้สตง.ตรวจสอบนั้น ธีรพัฒน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ท้องถิ่นจะต้องมีหลักฐาน ซึ่งเก็บด้วยรูปแบบใดก็ได้เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน โดยจะปรินท์จากระบบตัวเองก็ทำได้ “ถ้าสะดวกเก็บเป็นเอกสารแผ่นๆ ก็ปรินท์เก็บเป็นของตัวเอง จะให้เซ็นรับรองหรือกระบวนการใดก็ได้ให้รวดเร็ว หรือจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์แบบใดก็ได้เพื่อยืนยันตัวตนเท่านั้นเอง”
“หลักการคือ ยืนยัน ว่าคุณอยู่ที่นี่จริง ท่วมจริง ก็คีย์เข้าระบบที่ปภ.ทำไว้ให้ และก็มีการประชุมระดับอำเภอรีบประชุมเลย และเข้าจังหวัดไปกดปุ๊บ ปภ.ก็จะสามารถโอนตังผ่านธนาคารได้เลย และก็อย่าลืมเปิดบัญชีธนาคารและมีพร้อมเพย์ด้วย เพราะเราโอนตรง ไม่มีการจ่ายเงินสดผ่านมือ ต้องเปิดเป็นพร้อมเพย์ เพราะเราต้องระวังในหลายๆ เช่น มิจฉาชีพ” ธีรพัฒน์กล่าว
ขณะที่หลังจากการให้สัมภาษณ์ ภาพในรายการตัดไปที่หน้าร้านถ่ายเอกสารในพื้นที่หาดใหญ่ที่มีคนต่อแถวอยู่เป็นจำนวนมาก โดยประชาชนที่มาถ่ายเอกสารให้สัมภาษณ์ว่า เอกสารที่ตัวไม่เหลือและไปกับน้ำหมดแล้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเร่งรีบในการขอเอกสาร ขั้นตอนยังเยอะเหมือนเดิม
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับเงินจากมาตรการเยียวยาผ่านช่องทางออนไลน์ได้ โดยการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://flood68.disaster.go.th/Dashboard/BoardHelpRegister และจึงนำเอกสารตัวจริงไปยื่นอีกทีที่เทศบาลหรืออบต.